สวัสดีค่ะ .. บันทึกนี้ตอนแรกกะว่าจะพิมพ์แค่เป็นความคิดเห็นเพิ่มเติม ตอบคุณ ขจิต   ในบันทึกเรื่อง ปัจจัยในการเขียนงาน   แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา มันยืดยาวก็เลยขอเรียบเรียงลงเป็นบันทึกเสียเลยดีกว่า

จากบันทึกเรื่องปัจจัยในการเขียนงานนั้น การเราจะเขียนอะไรขึ้นมาได้ และเขียนให้ได้ดีนั้น  จะขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 ประการ

1. มีข้อมูลในเรื่องที่จะเขียน
2. มีพลังที่จะเขียน
3. มีสมาธิที่จะเขียน

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ตอนแรกก็คิดว่าใช้ข้อ 2 กับ 3 ก็เกินพอแล้ว  แต่ไปๆมาๆ ข้อ 1 ก็สำคัญไม่น้อยจริงๆค่ะ  "ข้อมูล" นอกจากจะหมายถึงเนื้อหาแล้ว ยังหมายถึงประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆของคนเขียนด้วย

ไม่ค่อยจะได้เขียนบทความทางวิชาการ  แต่จะเขียนพวกนิยายมากกว่า พบว่า "ข้อมูล"  ในเชิงลึก มีความหมายและความสำคัญมากๆ ถ้าหากข้อมูลไม่แน่นพอ เรื่องที่เขียนก็จะขาดความน่าเชื่อถือ ขาดความสมจริง โน้มน้าวผู้อ่าน ให้อินเข้ามาในเรื่องของเราไม่ได้ ประการสำคัญ..ถ้าข้อมูลไม่เพียงพอ  อาจจะทำให้เขียนไม่จบเอาเสียดื้อๆก็ได้

  ยกตัวอย่างง่ายๆ มีหนังบางเรื่อง.. พระเอกถูกยิงเข้าหน้าอก (แม้ไม่โดนหัวใจ แต่เห็นชัดๆว่าเข้าอก อย่างน้อยๆก็ทะลุปอดล่ะ)  แต่ไม่กี่วันก็ออกจากโรงพยาบาลเดินปร๋อ มีผ้าพันแผลพันขวางลำตัวไว้ ซึ่งในความเป็นจริง..โดนทะลุปอดยังงั้น อย่างน้อยๆก็ใส่ท่อระบายทรวงอก (ICD) หลายวันล่ะ 

หรือบางเรื่อง ตัวละครถูกแทงมาห้องฉุกเฉิน อาการสาหัส หมอใส่สาย Oxygen Canula ให้แล้วมาบอกญาติว่าคนไข้อาการหนักมาก คงไม่สามารถช่วยได้ ให้ญาติไปดูใจคนไข้เป็นครั้งสุดท้าย  จากนั้นญาติสนิทมิตรสหายก็มาล้อมเตียงคนไข้ ฟังคนไข้สั่งเสียซะหลายนาที ก่อนจะสิ้นลม

คนดู (ที่ทำงานในโรงพยาบาล) เห็นแล้วก็สงสัยตะหงิดอยู่ในใจ ทำไมหมอไม่ช่วยคนไข้หว่า ทำไมแค่ใส่สายออกซิเจน ทำไมไม่ใส่ Tube ถ้าขนาดยังสามารถสั่งเสียกันได้พักใหญ่แบบนั้น ก็แสดงว่ายังมีโอกาสนี่นา  ไม่ใช่มะเร็งขั้นสุดท้าย ที่คนไข้บางคนขอ No tube No CPR ขอไปอย่างสงบ

รึว่า.. คนไข้ที่ถูกแทงคนนั้น ก็บอกหมอ ขอ No Tube เหมือนกัน ????

เวลาดูหนังที่มีฉากเกี่ยวกับคนเจ็บ..มีบางทีก็หงุดหงิดน่ะค่ะ  เหมือนกับว่าเขาไม่มีการศึกษาข้อมูลกันมาเลย

ดังนั้นที่เวบไซต์ส่วนตัวซึ่งเป็นแหล่งรวมพลคนชอบเขียน เราก็เลยมีการทำ KM (โดยไม่รู้ตัวว่ามันคือ KM) โดยการหยิบเอาประเด็นปัญหาต่างๆที่เกี่ยวกับการเขียน มาตั้งกระทู้พูดคุยกัน  มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และเทคนิคของตนเองมาถ่ายทอดกัน

ตนเองมักโดนถามข้อมูลเกี่ยวกับทางการแพทย์หลายครั้ง..บางทีก็ถามมาทาง MSN

"  พี่คะ..คนแก่จมน้ำกี่นาทีตายคะ ? "

"  เฮ้ย...ทำไมถามงั้น  "

" อ๋อ.. ไม่มีอะไรค่ะ หนูจะเขียนนิยายน่ะ  ให้คนปู่ในเรื่องตกน้ำ  แต่ไม่อยากให้ตาย  แต่อยากจะให้คุณย่าตายแทน "

" ยังไงคะ..งง ? "

"  คือให้คุณปู่ไม่ตาย แค่เข้าไอซียู.. แต่ให้คุณย่าพอรู้ข่าวก็ตกใจช็อค หัวใจวายแทนน่ะค่ะ "

ฟังแล้วน่าจะเป็นนิยายเศร้านะนั่น  แต่จะทำอย่างไรให้มันมีเหตุผล สมจริงสมจังหน่อย

 เราก็ได้แต่นั่งคิดอยู่ 3 นาที แล้วจึงเสนอไปว่า

" เอาอย่างงี้มั้ย.. อย่าให้คุณปู่จมน้ำนานเลย คนแก่ๆภาวะแทรกซ้อนมันเยอะ ดีไม่ดี ..เดี๋ยวจะกลายเป็นเจ้าชายนิทรา  เอาแค่ให้ตกน้ำ แล้วมีคนกระโดดลงไปช่วยทัน แต่ผลจากการสำลักน้ำ ทำให้เกิดปอดติดเชื้อ ต้องเข้าไอซียูก็แล้วกัน..."

เจ้าของพล็อตนิยายผู้นั้นตอบตกลงด้วยความพึงพอใจ  (เท่าที่รู้เธอมีนิยายวางแผงมา 2 เรื่องแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์รึยังนะ)

เรื่องของคุณปู่จมน้ำลงเอยด้วยดี  ก็ยังมีเรื่องอื่นๆของคนอื่นถามมาอีก.. โจทย์ที่ถามมาให้เราคิดให้ ก็มีเช่น

" พี่ๆ ให้พระเอกโดนยิงตรงไหนดีคะ  ที่ให้เสียเลือดมาก แต่ไม่ตายน่ะ แล้วให้อยู่โรงพยาบาลไม่กี่วัน ก็ออกมาได้ "

หรือไม่ก็.............

"  พี่คะ คนขาหัก คนที่อายุประมาณ 18 ปี ใช้เวลารักษาจนเดินได้ปกติสักกี่เดือน?  ถ้าเราให้เวลาพระเอก 2 อาทิตย์รักษาหาย เดินได้ปกติ อาการของเขาจะเป็นอะไรดี กระดูกซ้น...กระดูกหัก..หรือแค่ขาแพลงดีคะ  จะได้สมจริงสักหน่อย เพราะมีพล็อตอื่นรอทารุณพระเอกอีกเยอะเลย..."

....

 

แต่ก็นะ.. มีอยู่คำถามหนึ่ง พอเราอ่านแล้วทั้งฮาทั้งอึ้งมากๆเลย

น้องคนนั้นถามมาว่า...

"  พี่คะ...คือ พี่พอจะรู้เทคนิคการผสมเทียม หรือ ทำเด็กหลอดแก้วไหมคะ?

คำถามก็คือ เป็นไปได้ไหมที่จะเอา "น้ำเชื้อ"จากฝ่ายชายโดยที่เขาไม่รู้ตัว เป็นต้นว่า มอมเหล้า ใช้ยานอนหลับ ยาสลบ ฯลฯ

 ง่า...สาบานได้ว่าไม่คิดพิเรนทร์จะไปขโมยของใครนะคะ แต่กำลังวางโครงนิยายเรื่องนึงอยู่ เลยอยากทราบความเป็นไปได้ค่ะ

และในกรณีผู้หญิงด้วยนะคะ เป็นไปได้ไหมที่จะนำเอาไข่จากรังไข่ออกมา โดยเธอไม่รู้ตัว ด้วยวิธีการมอมเมาสไตล์เดียวกันกับคำถามข้างต้น(ฟังดูอกุศลเข้าทุกทีแฮะเรา)

แหะๆๆ อยากทราบความเป็นไปได้ค่ะ  "

 

โอย.. เด็กสมัยนี้ช่างคิดพล็อตลึกล้ำจริงๆ -_-'

เราก็เลยพิมพ์ตอบไปว่า...

"   เรื่องการขโมยน้ำเชื้อพี่ไม่ค่อยแน่ใจนะคะ ว่ามันสามารถ "รีด" ออกมาจากเจ้าตัว โดยที่อีกฝ่ายหลับ หรือไม่รู้สึกตัวได้รึเปล่า แหะๆ 

ส่วนการนำไข่ออกมาผสมกับน้ำเชื้อ มันต้องอาศัยเครื่องมือและผู้เชี่ยวชาญ

ใช่ว่า ได้น้ำเชื้อมาแล้ว ก็จะใส่ได้เลย แล้วมันจะ 'ติด' ท้องได้

โชคดีช่วงนี้มาอยู่ทางนรีเวช เจอคนไข้ที่มาทำเรื่องเหล่านี้  ผู้หญิงที่มาเตรียมตัวรับน้ำเชื้อ ก็ต้องเตรียมตัวเยอะเหมือนกันนะ  การเก็บไข่ก็ต้องมาเตรียมคนไข้ แบบเข้าห้องผ่าตัดเลย (งดน้ำงดอาหาร ให้น้ำเกลือ) แล้วการนำไข่ กับน้ำเชื้อมาผสมกัน ก็จ้องมีการเลี้ยงตัวอ่อนข้างนอก (กรณีทำเด็กหลอดแก้ว) แล้วก็ต้องมีการนำไข่ที่ได้รับการผสมแล้วเข้าไปใส่ในมดลูก

แล้วตัวของผู้จะเป็นมารดาเอง ก็ต้องเตรียมตัวเยอะ ทั้งการเหน็บยาทางช่องคลอดเพื่อเตรียมรับการตั้งครรภ์

ขั้นตอนมากมาย ใช่ว่าจะเรียบง่าย และใช่ว่าจะทำครั้งเดียวก็ได้ผล ^^'

แต่ก็ขอออกตัวว่า.. ยังมีความรู้เรื่องเหล่านี้ค่อนเข้าน้อย เพราะว่าเพิ่งเข้ามาอยู่ใน field สูติ-นรีเวชได้ไม่นาน (ก่อนหน้านี้อยู่ทางอายุรกรรม-ศัลยกรรม)

ดังนั้นจึงตอบได้แบบคร่าวๆเท่านั้น  แล้วก็คงสรุปเป็นว่า ตามวิธีการที่น้องถามมา พี่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้รึเปล่านะคะ แหะๆ ไว้ถ้ามีเวลาและโอกาส หากเจออาจารย์หมอสูติฯใจดีๆ (ส่วนใหญ่ก็ใจดี) ไว้แล้วจะถามให้นะคะ  "

 

 แต่จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีโอกาสถามเลยนะ  มันอ ายจนถามไม่ออก ประเดี๋ยวจะโดนหัวเราะเอา

ฮิฮิ.. ท่านใด สามารถตอบให้รายละเอียดมากกว่านี้ ก็ช่วยตอบเพิ่มเป็นความรู้ให้หน่อยก็ดีนะคะ

ขอบคุณค่ะ 555555

..............