สำหรับการทำงานกับทีมรู้เท่าทันสื่อที่ผ่านมา ได้เริ่มจากการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมความรู้ของคณะทำงาน(Empower) ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการเพิ่มความรู้ความเข้าใจด้านสื่อ เพื่อให้เข้าใจการทำงานของโครงการการรู้เท่าทันสื่อมากขึ้น รวมถึงได้รับความรู้เรื่องการถ่ายภาพและการเขียนบทความเพื่อนำไปใช้ในการทำงานอีกด้วย
            กิจกรรมแรกหลังจากการ Empower กับทีมแล้ว คือ “กิจกรรมวิทยุชุมชนเพื่อสุขภาพแนวคิดเด็ก” จัดขึ้นที่ชลบุรี สิ่งที่เป็นปัญหาคือ มีน้อง 2 กลุ่ม คือจากกลุ่มตาสับปะรด (ทั่วประเทศ) และเด็กที่ชลบุรีเอง ทั้ง 2 กลุ่มนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ เด็กของตาสับปะรดนั้นเชี่ยวชาญเรื่องการจัดรายการวิทยุมาก ส่วนเด็กกลุ่มชลบุรี มีแค่บางคนที่เคยจัด เหมือนถูกบังคับให้มามากกว่า ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในการประสานงานกับเครือข่ายควรจะชี้แจงให้ทราบว่า ควรหาเด็กที่สนใจจริงๆดีกว่าบังคับมา เพราะทำให้บรรยากาศของกิจกรรมแย่ลง แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปด้วยดี รวมทั้งการจัดหาสถานที่ของกิจกรรมครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ ที่ทำให้ทีมเรามีการ Survey สถานที่ด้วยตัวเอง เพราะครั้งนี้เราฝากเครือข่ายจัดหาสถานที่ ผลคือสถานที่ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เหมาะกับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม แต่สิ่งที่แย่ไปกว่านั้นคือ เราไม่สามารถเตรียมงานให้เหมาะกับสถานที่ได้ล่วงหน้าด้วย
            กิจกรรมถัดมาคือ กิจกรรมวิทยุชุมชนเพื่อสุขภาพแนวพุทธ แม้จะไม่ได้เข้าร่วม แต่ก็ทราบมาว่าในการประสานงานนิมนต์พระนั้น ทางทีมไม่ได้คำนึงถึงนิกายที่ต่างกันของพุทธ ทำให้เกิดปัญหาผู้บรรยายและผู้เข้าร่วมขัดแย้งกันเอง นั่นแสดงให้เห็นว่าในสถาบันศาสนาที่เราเคารพกันนั้น ก็มีทิฐิไม่ต่างจากคนธรรมดาเลย อีกทั้งพระผู้เข้าร่วมก็ไม่พอใจกับสถานที่ นั่นแสดงว่าในครั้งต่อไปเราคงต้องปรับมุมมองเกี่ยวกับผู้สืบทอดศาสนาใหม่ โดยคิดเทียบอย่างปุถุชนธรรมดา อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงนิกายด้วย เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อความขัดแย้ง
            ส่วนการเตรียมการจัดกิจกรรมวิทยุชุมชนเพื่อสุขภาพที่ภูเก็ตนั้น ก็ทำให้เห็นประโยชน์ของระบบเครือข่ายได้ชัดเจน เพราะรู้จักกับคนพื้นที่ ทำให้สามารถปรึกษาและหาข้อมูลได้ง่าย ส่วนการเก็บข้อมูลเรื่อจักรยานที่ภูเก็ตนั้น ทำให้เห็นว่า สสส. นั้นมีภาพไปในทางสปอนเซอร์มาก เพราะหัวหน้ากลุ่มชุมนุมจักรยานที่ภูเก็ต ก็นึกว่าเราซึ่งเป็นโครงการที่ได้เงินจาก สสส. จะให้เงินช่วยกิจกรรมเค้า พอเราบอกว่าเรามาให้ความรู้ เค้าก็ไม่สนใจ ส่วนปัญหาการเดินทางมา Survey เตรียมตัวในพื้นที่ไกล ๆนั้นคือ สิ้นเปลืองทั้ง เวลา เงิน และบุคลากร จึงทำให้ผมไม่เจียมตัวเสนอความคิดให้ ใช้ บุคลากรแค่2คน เดินทางโดยเครื่องบิน และไปแบบวันเดียวกลับ หรืออย่างมากคืนเดียวกลับ เพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งบุคลกรที่เหลือยังสามารถทำงานหรือเตรียมงานที่ออฟฟิศได้
            ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของทีม คือ ในช่วงใกล้กิจกรรมของทีม หรือช่วงกิจกรรมติดๆ มักจะมีกิจกรรมภายนอก ที่อาจต้องการความช่วยเหลือจากทีม แต่บางครั้งในช่วงใกล้งานของทีมถ้าทีมเราไปช่วย อาจจะทำให้ทีมเราเตรียมงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร และทำให้งานบางอย่างค้างคา เช่นการตัดต่อวีดีโอ จะมีการคุยค้างๆไว้ พอออกพื้นที่ที ก็จะลืม หรือไม่กรรมการก็ไม่ว่าง พอเริ่มว่างก็ออกพื้นที่อีก เป็นกงกำกงเกวียนไปเรื่อยๆ แต่ข้อนี้ดีที่อาจารย์กาญจนาเข้าใจ ปัญหาสุดท้ายคืออุปกรณ์ไม่พอเพียงบางครั้งมีงาน 2 ทีมพร้อมกัน ก็ทำให้ต้องมีทีมใดทีมหนึ่งไม่มีอุปกรณ์ และบางครั้งการใช้อุปกรณ์ไม่เป็นก็เป็นการทำลายอุปกรณ์ออฟฟิศด้วยเช่นกัน

รตน  มีปรีชา