ชีวิตที่เมืองลาว : 3 กุมภาพันธ์ 2554 "ใช้แรงงานเด็ก..."

 

สำหรับการทำงานในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554 ช่วงเช้ามีพี่น้องจากบ้าน “สานะคาม” มาช่วยประมาณ 20 คน เป็นผู้ชาย 10 คน ผู้หญิง 10 คน แต่ตอนบ่ายวงจรชีวิตก็เป็นเหมือนเดิม ผู้หญิงเหลือ 6 คน ผู้ชายเหลือเพียง 1 คน คือ เด็กชายหมู...”

 

งานในช่วงนี้ถือว่าเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียดเพราะเป็นงานตั้งเสา ซึ่งเป็น “งานช่าง”
ในทุก ๆ วันตอนเช้าจะเป็นงาน “แกะแบบ” และ “ประกอบแบบ”
ช่วงบ่าย “เข้าแบบ” และ “ดิ่งเสา” ซึ่งกว่าจะถึงงาน “เท” ที่พี่น้องที่มาช่วยงานจะได้ทำกันก็ปาเข้าไป “บ่ายสี่โมง

ผู้หญิงมีความอดทนต่อการรอคอย...
การเทเสาผ่านมาแล้ว 3 วัน ตอนเช้าจะมีผู้ชายมาช่วยวันละ 5-10 คน ผู้หญิงประมาณวันละ 10 คน พอถึงช่วงบ่ายผู้ชายจะหายหน้าหมด ส่วนผู้หญิงก็จะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง

ในวันนี้ก็เช่นเดียวกัน ผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ “กลับบ้านหมด” เหลือเพียง “เด็กชายหมู” ซึ่งแม่ไม่กลับเขาก็ “กลับไม่ได้...”
ผู้หญิง 6 คนนี้ถือว่ามีความอดทนสูงมาก เพราะต้องนั่งรออยู่หลายชั่วโมง

ข้าพเจ้ามีโอกาสจึงบอกกับทั้ง 6 คนนั้นว่า หายากนะกับวันที่เราสามารถอยู่เฉย ๆ ได้ ซึ่งปกติในชีวิตของเรามีแต่ดิ้นรบ กระวนกระวาย วันนี้จึงเป็นวันดีที่ได้มาพบกับ “ความสงบ”

แจกงานให้ “เด็กชายหมู”
หลังจาก “แม่ ๆ” เริ่มเข้าแถวเทปูนกัน ข้าพเจ้าเห็นว่า ขาดคนงานไป 1 ตำแหน่ง คือ พนักงานเก็บถังปูน
ข้าพเจ้าเหลือบไปเห็น “เด็กชายหมู” นั่งเล่นอยู่บนกองทราย จึงกวักมือเรียกแล้วบอกว่า “จะมอบหมายงานพิเศษให้”

เด็กชายหมู จากการคำนวณด้วยสายตาคร่าว ๆ น่าจะมีอายุไม่เกิน 8 ขวบ แต่มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง (Job specification) ครบถ้วนคือ “เดินได้ สองมือมีแรง” ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมอบหมายงานนี้ให้อย่างไม่ลังเล

กระตือรือร้น...
เด็กชายหมู กระตือรือร้นมาก


หลังจากที่ช่างเนาเทปูนลงบนหัวเรา แล้วโยนถังปูนลงมาบนกองทราย เด็กชายหมูก็จะวิ่งเก็บอย่างสนุกสนาน
ขนาดว่าตัวเล็ก ๆ ยังเก็บถังซ้อนกัน 3-4 ใบ จนทำให้ผู้ใหญ่ต้องหันมาบอกว่า “เก็บทีละใบก็พอ...”

เด็ก ๆ ไม่คิดมาก...
ผู้ใหญ่คิดมาก จะทำอะไรคิดเยอะ นั่งรอนานก็ทุกข์หลาย
แต่เด็กเขาสนุก เล่นดิน เล่นทรายไป
พอให้เก็บถังปูน จิตใจก็ไม่ว้อกแวก ไม่คิดว่าจะเหนื่อย จะเลอะ กลับมองงานทุกอย่างเป็น “ความสนุก”

ข้าพเจ้ามองดูเด็กชายหมูทำงาน แล้วก็มีความต้องการพัฒนาจิตใจให้กลับเป็นเหมือนเด็ก
เพราะเด็ก ๆ ไม่มีความลังเลสงสัยต่อการทำงาน ใครให้ทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องมี “โลกธรรม” เข้ามาวุ่นวาย

จิตใจของเด็กนั้น “ประภัสสร” แต่เมื่อโตขึ้นก็มี “กิเลส” จรเข้ามา...
เด็ก ๆ นั้นน่ารักเพื่อใส่ซื่อ บริสุทธิ์
จิตใจของเด็ก สะอาด ปราศจากกิเลส ตัณหา กามราคะที่มาปกคลุมจิตใจ
ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่า เด็ก ๆ ทำไมถึงน่ารัก ผู้ใหญ่ ทำไมถึงน่าเกลียด
จิตใจดวงเดิม เมื่อโตขึ้น รู้มากขึ้น กิเลสมากขึ้น
จิตใจดวงเดิม เมื่อครั้นเป็นเด็ก รู้น้อย กิเลสน้อย

คนจะน่ารักเพราะกิเลสน้อย คนจะน่าเกลียดเพราะกิเลสมาก
 

วันนี้ เด็กชายหมู จึงเป็น “อาจารย์” ของข้าพเจ้า เป็นตัวอย่างอันดีที่จะพัฒนาจิตใจให้ใสสะอาด ชำระล้างจิตใจที่สกปรกให้กลับเป็นจิตดวงเดิมอย่างที่เคยมี เคยเป็น...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Baby R2R



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

424016

เขียน

04 Feb 2011 @ 08:00
()

แก้ไข

06 Sep 2013 @ 23:40
()

สัญญาอนุญาต

ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ
ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก