เมนูbakery @ home
blueberry cheesecake ... by tangkwa
ขนมหวานแสนอร่อยของโปรดเด็กๆกันค่ะ...ผู้ใหญ่หลายคนก็ชื่นชอบ
"blueberry cheesecake" "บลูเบอรี่ชีสเค้ก"
บันทึกนี้ก็เป็นการฝึกเรียนทำขนมของหลานสาวเช่นเดิม
เรามาดูกันค่ะว่าการทำชีสเค้กมีขั้นตอนการทำเป็นอย่างไรบ้าง?
•เริ่มด้วย
การเตรียมส่วนผสมและขั้นตอนการทำครัสท์
•แครกเกอร์ 200 กรัม นำมาบดจนละเอียด
•น้ำตาลทรายแดง 40 กรัม •เนยสดละลาย 100 กรัม
•นำส่วนผสม(แห้ง)รวมกัน เคล้าจนเข้ากัน เติมเนยสดละลายผสมจนเป็นเม็ดเล็กๆ
•ใช้พิมพ์แบบถอดได้ (ขนาด 27ซม.) กรุส่วนผสมครัสท์ที่เตรียมไว้ลงแล้วกดให้แน่นๆ
•นำเข้าแช่ในตู้เย็น 10-15 นาที
•นำเข้าอบ ที่ 180 องศาC. 10 นาที
•พักให้เย็น รอส่วนผสมชีสเค้ก
ขณะอบครัสท์เราก็เตรียมส่วนผสมชีสไปได้เลยค่ะจะได้ไม่ต้องเสียเวลารอนาน...
•ส่วนผสมตัวชีสเค้ก
1. ครีมชีส (cream cheese) 2. ครีมเปรี้ยว (sour cream) 3.น้ำตาลไอซิ่ง
•เตรียมส่วนผสม
ครีมชีส 500 กรัม, ครีมเปรี้ยว 100 กรัม, น้ำตาลไอซิ่ง 400 กรัม, แป้งเค้ก 35 กรัม,
ไข่ไก่ทั้งฟอง 250 กรัม, ไข่ไก่เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง, วานิลา 1 ช้อนชา, ผิวมะนาว 1 ช้อนชา
•ครีมชีสวางไว้ให้อ่อนตัวในอุณภูมิห้องก่อนหลังจากนำออกจากตู้เย็น
•ตีครีมชีส ครีมเปรี้ยวด้วยหัวตีรูปใบไม้ ใช้ความเร็วต่ำ ให้อ่อนตัวเป็นครีม
•เติมน้ำตาลไอซิ่งแป้งเค้กวานิลา ผิวมะนาว
•ใส่ไข่ไก่ทีละฟองจนหมด แล้วใส่ไข่แดง
•ส่วนผสมชีสเค้กได้แล้วค่ะ ... เทลงในพิมพ์ (ที่กรุครัสท์..อบไว้แล้ว)
•นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นเตาได้อุณหภูมิแล้ว...ที่ 230 องศาC.
•เวลาอบ 15 นาที ...แล้วลดอุณหภูมิลงเหลือ 100 องศาC. อบต่ออีก 15 นาที
•นำออกจากเตา วางไว้บนตะแกรงพักไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง
•ถอดพิมพ์ออกนำเข้าตู้เย็นจนกว่าจะรับประทาน...
•ราดด้วยบลูเบอรี่...หรืออื่นๆตามชอบใจค่ะ

•เสร็จแล้วค่ะ
ฉันบอกหลานว่า...
"จริงๆแล้วเราไม่ต้องทำก็ได้ถ้าอยากกิน เราก็ไปที่ร้านอร่อยๆ
ซื้อมาแค่หนึ่งชิ้นก็พอแล้วไม่ใช่จะกินมากมาย"
เธอกลับตอบว่า ...ถ้าไม่ลองทำแล้วเมื่อจะรู้ล่ะว่า ชีสเค้กนั้นทำอย่างไร!!
ฉันเลยถามต่อไปว่า ... คราวนี้รู้แล้วคราวหน้าจะทำอีกมั๊ย?
"ทำซี...อยากรู้ อีกว่าคราวหน้าเค้กจะดีกว่านี้มั๊ย?"
ปิดท้ายบันทึกนี้ด้วยสาระดีๆเกี่ยวกับชีสค่ะ
**ชีสคุ้มกันโรค ในคนสูงอายุ**
จากข้อมูลงานวิจัยของนักวิจัยจากสถาบัน University of Turky ประเทศ ฟินแลนด์
เกี่ยวกับการบริโภคชีสที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียชนิดดีต่อร่างกายว่า
มีผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคของคนสูงวัย
ข้อมูลงานวิจัยได้ถูกนำไปเผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์อย่าง FEMS Immunology & Medical Microbiology
งานวิจัยระบุว่าการทานชีสที่มีส่วนผสมของแบคทีเรียชนิดดีต่อร่างกาย
หรือ probiotic bacteria เป็นประจำทุกวันจะ ช่วยป้องกันการเสื่อมในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันโรค
เมื่ออายุสูงขึ้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์พวกนมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ตก็ได้มีการผสม probiotic bacteria เข้าไป
เพื่อช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของผู้รับประทาน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ http://www.konmun.com/Health/Cheese-id16596.aspx
ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล และขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ
สวัสดีค่ะ:)
.......................









เป็นกำลังใจให้หลายพี่หนูรีคะ
ฝึกทำขนมแบบนี้ โตขึ้นต้องเป็นผู้มีฝีมือในวงการแน่นอนค่ะ :)
ขอบคุณสำหรับสูตรขนมค่ะ
อยากทำกินเองมานานแล้วค่ะ
น่าทานทุกชนิดเลย เวลาทานแล้วเบรคไม่ค่อยจะอยู่ครับ นำภาพเที่ยวบ้านผู้ใหญ่สมศักดิ์ เครือวัลย์มาฝากด้วยครับ
พี่หนูรีคะ
แวะมาถามว่าสามารถกดให้ดอกไม้ได้รึยังคะ ยังพบปํญหาอีกไหมคะ
ขอบคุณค่ะ ^_^
ขอบคุณค่ะ..เป็นขนมที่พี่ใหญ่เคยทำเลี้ยงเพื่อนบ่อยๆ เพราะไม่ยากนัก..แต่ตอนนี้ ฟิลาเดเฟียครีมชีส และบลูเบอรี่กระป๋องมีราคาแพงขึ้นมาก..จึงงดทำแล้วค่ะ..
..ขอมอบดอกไม้ช่อกล้วยไม้หวายจากรั้วที่บ้านให้บันทึกนี้ค่ะ..(กดปุ่มให้ดอกไม้ของ น้องมะปราง ไม่ขึ้นสักที)
ที่แวะมาเป็นกำลังใจให้หลานพี่หนูรี เธออ่านเจอคงจะดีใจ ขอบคุณค่ะ
ทำขนมกินเองดีตรงที่เราทราบว่าเราใส่อะไรลงในขนมนั้นบ้างดีหรือไม่นั้นเราเลือกได้ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่จะรับประทานเกินพอดีนั่นสิค่ะ น่าเป็นห่วง อย่างหนูรีมักจะทำแต่ไม่ค่อยกินค่ะ แจกมากว่ากินเอง ขอบคุณน่ะค่ะ
อย่าทานเยอะน่ะค่ะ เดี๋ยว..ไม่เท่ เจ้าค่ะ
ขอบคุณน่ะค่ะ
ว้าว!!พี่ใหญ่เยี่ยมยอดมาก...
สำหรับสูตรนี้ใช้ครีมชีสยี่ห้อแทนค่ะ เพื่อการเรียนรู้และฝึกทำขนมของเด็กๆ ไม่ต้องพิเศษ...เพราะหาฟิลาเดเฟียครีมชีสที่หาดใหญ่ไม่ได้ ท๊อปฯเช็นทรัลตั้งแต่น้ำท่วมคราวนั้นยังไม่เปิดบริการ
ขอบคุณค่ะ
รองจากช็อกโกแล็ต
ก็บลูเบอรี่...นี่แหละ
ของชอบของเจ้าอิฐ...เขาล่ะ
ขอบคุณค่ะพี่นงเยาว์ที่แวะมาเยี่ยมชมผลงาน...
"blueberry cheesecake"
"บลูเบอรี่ชีสเค้ก"
น่าทานอีกแล้วค่ะ อิอิ
เห็นแล้วอยากทำขนมบ้างจังค่ะ แต่อุปกรณ์สำหรับทำขนมไม่มีเลย
และคิดว่าท่าทำแล้วน่าจะไม่อร่อย อิอิ
ขอบคุณน่ะค่ะ