“ เราเกิดมาเป็นคนจน จึงต้องทำบุญทำกุศลเอาไว้มากๆ ความดี จะได้เป็นที่พึ่งของเรา ครอบครัวเรา ถึงแม้จะยากจนเงินทองอย่างไร แต่ก็ขออย่าได้จนน้ำใจ และอย่าได้ถือเอาความลำบากยากจนมาเป็นข้ออ้างในการกระทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม มีอะไรที่ควรช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้เราก็ควรช่วยเหลือ ตามกำลังความสามารถของเรา จำเอาไว้นะลูก”
จันทร์เพ็ญดูเด่นโค้ง คัคนานต์
สว่างดับบริวาร แวดล้อม
ดาราส่องประสาน แสงวุบ วับนา
จันทร์เด่นจนดาวห้อม หุบให้จันฉาย
(คุณครูภาทิพแต่งเมื่อ วันพระข้างแรมเมื่อต้นเดือนม.ค.๕๔)
ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก ถนนหนทางที่สัญจรไปมาก็ยากลำบาก เพราะความเจริญเข้ายังไม่ถึง ถนนเข้าสู่หมู่บ้าน ก็ยังเป็นทางดินลูกรัง หน้าแล้งก็เต็มไปด้วยฝุ่นละอองสีเหลืองอมแดง หน้าฝน ก็เต็มไปด้วยโคลนตม ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ ราวๆ ห้าสิบหลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนมากมีอาชีพทำนา การทำนาของชาวบ้านบางปีก็ได้เก็บเกี่ยว บางปีก็ไม่ได้เก็บเกี่ยว เพราะฝนแล้ง
ณ หมู่บ้านแห่งนี้เองเป็นที่มาของเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของชาวชนบทครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง เกี่ยวกับการอบรมสั่งสอนลูก ซึ่งครอบครัวนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนั้น จะขอนำมาเล่า เท่าที่สามารถจะจินตนาการได้ เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้ใคร่ความบันเทิง เพื่อความรู้สำหรับผู้ใคร่ความรู้ และเรื่องนี้ก็ขอสมมติให้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นนานแล้ว ตัวละครที่กล่าวถึงในเรื่อง ถ้ามีชีวิตอยู่ในโลกนี้จริงๆ บัดนี้ก็คงจะสิ้นชีวิตไปนานแล้ว ตามกฎธรรมดาของธรรมชาติ ดังพุทธภาษิตที่มาในธรรมจักกัปปวัตนสูตรบทหนึ่งที่ว่า
“ ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวง ย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา”
หมู่บ้านนี้ ตั้งอยู่ที่ไหน จังหวัดใด ไม่สามารถจะระบุลงไปได้แน่นอน รู้แต่เพียงว่าอยู่ในภาคอิสานของประเทศไทย อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ที่ห่างไกลจากความเจริญมาก แต่เป็นที่ทราบทั่วคนของคนในละแวกนี้ว่า บ้านแพง ที่บ้านแพงนี้ มีครอบครัวหนึ่งซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวที่ยากจนมากที่สุดในหมู่บ้าน ครอบครัวนี้มีด้วยกัน ๓ คน คือ พ่อ และลูก ๒ คน ผู้เป็นพ่อมีอายุ ราวๆ ๔๕ ปี ชื่อ “นายมั่น” ลูกคนโตเป็นผู้หญิง อายุ ๑๙ ปี เธอมีชื่อว่า “จันทร์” เป็นผู้หญิงหน้าตาดี ผิวขาว รูปร่างสันทัด มีกิริยามารยาทดีมาก จนเป็นที่หมายปองของหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในละแวกนั้น แต่ก็เธอก็ไม่ได้ตกลงปลงใจกับใคร และก็ไม่ได้มีความประพฤติไม่ดีออกนอกลู่นอกทางเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ ยังคงครองตัว รักษาศักดิ์ศรีของตนมาจนทุกวันนี้ จะเป็นเพราะได้รับการอบรมมาดี หรือเป็นเพราะยังไม่พบคนที่ถูกใจ หรือจะเป็นเพราะสาเหตุใดก็ไม่สามารถหยั่งรู้ความในใจของเธอได้ ซึ่งตรงตามพุทธภาษิตที่ว่า
"...ถีนํ ภาโว ทุราชาโน แปลว่า ภาวะ หรือความเป็นไปในใจของผู้หญิงรู้ได้ยากยิ่ง..."
ส่วนน้องชายของเธอนั้น เพิ่งจะอายุได้ ๑๕ ปี ชื่อ “เข้ม” ผู้ที่เป็นแม่นั้นได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ที่คลอดลูกคนเล็กใหม่ๆ สาเหตุที่เสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก เพราะแม่มีร่างกายอ่อนแอเป็นทุนมาแต่เดิมอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่เป็นพ่อของลูกๆ นั้น หลังจากที่เมียเสียชีวิตแล้ว ก็ไม่คิดที่จะแต่งงานใหม่เหมือนคนอื่นๆ ด้วยความเป็นผู้ที่รักลูกรักเมียของตนเองมาก เพราะเกรงว่าถ้าแต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงอาจจะไม่ถูกกัน ทีแรกอาจจะรักกันดี แต่ถ้ามีลูกคนใหม่เกิดขึ้นมาอีก ลูกเลี้ยงจะไม่ได้รับความรักเสมอกัน ลูกของตนที่เกิดจากเมียเดิมอาจจะลำบาก เหตุการณ์จริงๆจะเป็นอย่างไรนั้นไม่สามารถจะทราบได้ล่วงหน้า แต่ก็ได้ตัดปัญหาแต่เบื้องต้นด้วยการอยู่เป็นพ่อหม้าย เลี้ยงดูลูกๆจนเติบโตมาจนกระทั่งวันนี้ ปกตินายมั่นนั้น เป็นคนที่ขยันขันแข็ง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เคยเกลือกกลั้วกับอบายมุขทุกชนิด เป็นคนที่ดำเนินชีวิตตามหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ชอบเข้าวัดเข้าวา ฟังพระเทศนา จนเป็นคนหนึ่งที่มีความรู้ในเรื่องหลักธรรมดีกว่าคนอื่นๆในละแวกนั้น ด้วยความเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี คนในละแวกนั้นจึงให้ความเกรงใจนายมั่น ถึงแม้นายมั่นจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่ผู้คนก็นับหน้าถือตา ด้วยความเป็นผู้มีปกติเข้าวัด จึงทำให้มีความคุ้นเคยกับท่านสมภารที่วัดเป็นอย่างดี ทางวัดมีกิจการอะไรที่เกี่ยวเนื่องด้วยการบุญการกุศล นายมั่นและลูกๆก็จะไปช่วยตั้งแต่เริ่มงานจนเสร็จทุกครั้งไป ด้วยเหตุนี้เอง จันทร์ที่เป็นลูกสาวก็เลยได้รับนิสัยดีๆมาจากพ่อโดยปริยาย พ่อมักจะสอนลูกๆทั้งสองคนว่า
“ เราเกิดมาเป็นคนจน จึงต้องทำบุญทำกุศลเอาไว้มากๆ ความดี จะได้เป็นที่พึ่งของเรา ครอบครัวเรา ถึงแม้จะยากจนเงินทองอย่างไร แต่ก็ขออย่าได้จนน้ำใจ และอย่าได้ถือเอาความลำบากยากจนมาเป็นข้ออ้างในการกระทำในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม มีอะไรที่ควรช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้เราก็ควรช่วยเหลือ ตามกำลังความสามารถของเรา จำเอาไว้นะลูก”
จันทร์ ก็มักจะทบทวนในสิ่งที่พ่ออบรมสั่งสอนอยู่เสมอ และก็ได้ประพฤติตนเป็นลูกที่ดีของพ่อมาตลอด ถึงแม้จะเป็นครอบครัวที่ยากจนแต่พ่อก็ยังหาเงินส่งเสียจันทร์เรียนจนจบ ม.๖จากโรงเรียนมีชื่อในตัวเมือง คำสอนในเรื่องการเรียน ที่จันทร์จำได้ ในตอนเป็นเด็กที่กำลังเรียนอยู่นั้น พ่อมักจะสอนว่า
นมัสการพระคุณเจ้า
มาเยี่ยมชมและอ่านถึงความกตัญญูครับผม
ขอบคุณอาจารย์ ผศ. ที่มาเยี่ยมชม แต่บันทึกนี้มีปัญหาเสียแล้ว คือไม่สามารถแก้ไข หรือเพิ่มเติมได้ ไม่รู้เป็นเพราะอะไร สร้างบันทึกใหม่ก็ไม่ได้
เรื่องราวจันทร์วันนี้มีปัญหา ไม่รู้ว่าติดขัดอันจุดไหน
ต่อไม่ได้เพิ่มไม่ได้ไม่เป็นไร เห็นหลักใหญ่มั่นคนดีที่สอนจันทร์
จันทร์ก็ดีมีจิตใจใสสะอาด ไม่ผิดพลาดกุลสตรีศรีเฉิดฉันท์
ทุกคนรับนับว่าดีที่ยืนยัน สิ่งสร้างสรรค์การสร้างดีถึงดีเอย
นมัสการค่ะพระอาจารย์ ตอนนี้กำลังเร่งแก้ไขให้อยู่ค่ะ แล้วจะรายงานผลให้ทราบอีกครั้งค่ะ ขออภัยด้วยค่ะ
ขออนุโมทนาขอบคุณคุณโยมล่วงหน้า
แก้ไขระบบเรียบร้อยแล้วนะค่ะพระอาจารย์ บันทึกสามารถตีพิมพ์และแก้ไขได้แล้วค่ะ หากพระอาจารย์ยังพบปัญหาประการใดรบกวนแจ้งทางทีมงานด้วยนะค่ะ [email protected]
เจริญพรคุณโยมวิโรจน์....
เรื่องหญิงสาวชื่อจันทร์วันละนิด แทรกข้อคิดคติธรรมนำวิถี
เป็นเรื่องราวบิดรสอนบุตรี ของบุพการีที่ยากจน
สั่งสอนลูกปลูกฝังแต่ยังเด็ก วันละเล็กละน้อยพลอยส่งผล
ทั้งคำพูดทั้งแบบอย่างทางครองตน ไม่สับสนในหนทางก้าวย่างไป
เรื่องของจันทร์ตอนนี้ต้องพักก่อน ทุกบทตอนต้องกลั่นกรองให้ผ่องใส
ยามว่างเรียนเพียรสานต่อให้พอใจ มีอะไรแนะนำจันทร์ฉันขอบคุณ.