ภาพดวงจันทร์เต็มดวงในยามราตรีด้านบน โดยทั่วไปเสริมสร้างอารมณ์สุนทรีย์ให้ผู้คนที่มีโอกาสแหงนมองฟ้าในคืนนั้น ปล่อยความคิดลอยละล่องไปกับความรู้สึกต่าง ๆ ตามสภาวะของตน แต่สำหรับผม นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นมา เมื่อมีโอกาสไปรับการรักษาอาการเริ่มต้นของ "ไขข้อเข่าเสื่อม" น่าจะเป็นครั้งที่ 3 ของเดือนที่ 9 ที่คุณหมอให้รับประทานยาบรรเทาอาการข้อเสื่อม (กำหนดนัดพบดูอาการทุก ๆ 3 เดือน) ประมาณหลังวันที่ 19 มกราคม 2554 คุณหมอเจ้าของไข้บอกกับผมว่า ยาที่จ่ายให้คุณ ขณะนี้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ห้ามไม่ให้แพทย์ออกหนังสือรับรองการใช้ยากลุ่มนี้ ฯ เพื่อให้ผู้มีสิทธินำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินจากส่วนราชการต้นสังกัด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป ผมควรจะรู้สึกอย่างไรดีครับ ???
คุณหมอสอบถามว่า หลังจากรับยาที่จ่ายให้คุณคิดว่าอาการของคุณดีขึ้นหรือไม่ (ผมมีอายุย่างเข้าสู่ปีที่ 48 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 ครับ เคยมีอาการอักเสบของข้อเข่า เนื่องจากวิ่งออกกำลังกาย จนหมอให้งดวิ่ง และเปลี่ยนเป็นการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน หรือว่ายน้ำ เมื่อเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกายแล้ว ช่วงปีที่แล้วพบว่าตัวเองเมื่องอเข่านาน ๆ และเหยียดเข่าออกไป จะมีเสียงข้อเข่าดังขึ้น แต่ยังไม่มีอาการเจ็บปวดร่วม) ผมบอกว่าอาการดีขึ้น เพราะไม่เกิดอาการเจ็บปวดใด ๆ เพิ่มขึ้นมา
ทัศนะของคุณหมอที่รักษาผมบอกว่า เมื่อกรมบัญชีกลางห้ามจ่ายยากลุ่มนี้ นั่นหมายถึงบังคับให้ผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว ต้องวนกลับไปใช้ยาแก้ปวด ยามที่ปวดข้อเข่า หรือถึงที่สุดต้องผ่าตัดข้อเข่า ซึ่งพิจารณาให้รอบด้านแล้ว ค่าใช้จ่ายที่จะพึงเกิดตามมาเมื่อถึงเวลาต้องผ่าตัด หรือรักษาอาการข้างเคียงจากการกินยาแก้ปวด + การผ่าตัด จะสูงมากกว่าและมีผลเสียต่อผู้เจ็บป่วยกรณีนี้ ขณะนี้หากผู้ป่วยเช่นผมจะใช้ยากลุ่มนี้อีก ต้องยอมที่จะจ่ายเงินของตนเพื่อซื้อยากลุ่มนี้มาใช้ตามคำแนะนำของคุณหมอ โดยคิดปลอบใจตนเองให้สบายใจว่า ต้องใช้เงินประมาณวันละ 36 บาท เพื่อกินยา..วันละ 3 เม็ด และจงนึกเสียว่านั่นเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อซื้ออาหารที่มีคุณค่าให้ตัวเองก็แล้วกัน
ยามที่ว่างจากภารกิจผมเข้าไปตามดูรายละเอียดการสั่งการของกรมบัญชีกลางเกี่ยวกับกรณีนี้ และนี่คือสิ่งที่ไปพบ ครับ
หนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.2 / ว 127 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2553
เรื่อง กำหนดรายการยาที่ห้ามเบิกจ่ายจากระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ
http://gotoknow.org/file/kaninu/127.pdf
ขอคำแนะนำจากผู้รู้ว่า ผู้ป่วยเช่นผมหรือมีอาการมากกว่าในกรณีนี้ ควรจะทำอย่างไรที่จะให้กรมบัญชีกลางคืนสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลนี้คืนมา
และคณะกรรมการบริหารระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ผลสืบค้น เอกสารงานวิจัย...จากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ พบว่า กลุ่มยา SYSADOA ทุกรูปแบบและกลุ่มยาฉีดเข้าข้อบรรเทาอาการข้อเสื่อม ไม่มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิผลไม่ชัดเจน คณะกรรมการ ฯ เคยสอบถามตรงไปที่กลุ่มผู้ป่วยหรือไม่
ท่านผู้รู้ได้โปรดแนะนำด้วยครับ