ใช้ข้าวเหนียวขนาดพอดีหม้าวนำมาคั่วแล้วตำให้แบน..ใส่น้ำตาลคลุก’พร้าว.....โรยเกลือ ภาคใต้บ้านเราเรียกว่า.. “หม้าว”

ข้าวเม่า...ข้าวหม้าว

นการทำนาสมัยก่อน ชาวนาจะปลูกข้าวจ้าว คู่กับข้าวเหนียว เพราะมีความเชื่อว่า ข้าวเหนียวเป็นข้าวเพศผู้ ข้าวจ้าวเป็น ข้าวเพศเมีย จึงปลูกคู่กัน ข้าวจ้าวไว้สำหรับหุงกิน ข้าวเหนียวไว้สำหรับทำขนมและใช้ในพิธีกรรมต่างๆ

ข้าวเม่า.เป็นขนมหวานอย่างหนึ่งของชาวไทยที่เป็นเกษตรกรประกอบอาชีพทำนา จะมีภูมิปัญญาและรู้จักทำ ข้าวเม่า กันมานานหลายชั่วคน โดยการใช้ เมล็ดข้าวเหนียว ที่มีรวงแก่ใกล้จะสุกเก็บเกี่ยวได้ ที่เรียกว่า ข้าวระยะดีหม้าว หรือ ข้าวระยะพลับพลึง  มาแช่น้ำ คั่ว ตำ แล้วนำมาคลุก’พร้าว น้ำตาล โรยเกลือ รับประทานเป็นขนมหวานได้เลย

ปัจจุบัน ประเพณีการ “ตำหม้าว” กำลังจะสูญหายไปจากสังคมชาวนาไทย เนื่องจากวิถีการทำนาเปลี่ยนไป

สมัยก่อนประเพณีการ ตำหม้าว มักจะทำในช่วงเก็บเกี่ยวข้าวปลายฤดูกาลทำนา และมักจะ ตำกันในช่วงเย็นหลังจากเสร็จการเสร็จงาน ไปจนถึงเวลาค่ำคืน เป็นประเพณีที่หนุ่ม-สาวชาวนาต่างรอคอย เพราะเป็นเวลาที่ได้มีโอกาสพบปะกัน มีความสุขสนุกสนาน รื่นเริง ให้กับ คนหนุ่ม-คนสาว ชาวนา เป็นอย่างมาก และยังมีขนมพื้นบ้านไทยที่อร่อยและยังได้คุณค่าทางโภชนาการสูง และในระหว่างการคั่วหม้าว จะมีการแกล้ง โดยการเอาลูกมะพร้าวโยนเข้าไปในกองไฟทำให้กระทะคั่วหม้าว คว่ำแตกกระจาย หรือบุบบู้บี้ เป็นการละเล่นแบบแสร้งแกล้ง ผู้คั่วหม้าวจะช่วยกันวิ่งไล่จับคนแสร้งแกล้งมาลงโทษโดยการเอามิดหม้อ(ดินหม้อ)ทาหน้า หลังจากนั้นก็ช่วยกันตำหม้าวต่อ

การตำหม้าวจะใช้ครกไม้สากไม้ ตำด้วยแรงคนครกละคน หรือช่วยกันหลายคนในหนึ่งครกที่เรียกว่า ตำแบบ“ซอมือ”แสดงให้เห็นถึงความพร้อมเพรียงความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว

คำว่าเม่าพระยาอนุมานราชธน อธิบายว่า ในภาษาอาหม มีคำว่า มาง ซึ่งน่าจะเป็นคำเดียวกับคำว่า เม่า แปลว่า ทุบ หรือ ตำให้เป็นแผ่นบาง ข้าวเม่า น่าจะแปลว่า ข้าวที่ทุบให้แบน ใช้ข้าวเหนียวขนาดพอดีหม้าวนำมาคั่วแล้วตำให้แบน..ใส่น้ำตาลคลุกพร้าว.....โรยเกลือ ภาคใต้บ้านเราเรียกว่า.. หม้าว

วิธีการทำ(ตำ) หม้าว มีขั้นตอนการทำดังนี้

๑. เก็บข้าวเหนียวด้วยแรงคนโดยใช้แกละอันเป็นเครื่องมือภูมิปัญญาของชาวใต้ มัดรวงข้าวให้เป็นเรียงเพื่อนำไปนวด

๒. นวดเรียงข้าว โดยการใช้เท้าเหยียบยีนวดให้เมล็ดข้าวหลุดร่วงจากรวงจนหมด

๓. นำเมล็ดข้าวที่ได้ใส่กระด้งเพื่อฝัดแยกเมล็ดข้าวลีบและสิ่งสกปรกออก

๔. นำเมล็ดข้าวเหนียวที่ได้มาแช่น้ำทิ้งไว้ ๑ คืน หรือนำมาต้มพอเมล็ดนิ่ม จึงนำไปใส่ “เจ้ย” หรือ “กระด้ง” เพื่อให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปคั่ว

๕. นำเมล็ดข้าวเหนียวที่แช่น้ำ หรือต้มจนนิ่มพอที่จะตำหม้าวได้ มาคั่วในกระทะไฟแรง โดยใช้ไม้ไผ่ผูกกับ(พด)เปลือกมะพร้าวคอยคนให้เมล็ดข้าวถูกความร้อนอย่างทั่วถึง

๖. คั่วจนพอเมล็ดข้าวแตกให้รีบยกลง นำเมล็ดข้าวไปใส่ครก เพื่อช่วยกันตำให้เปลือกแตกออก และ ขณะที่ ตำ ต้องใช้ไม้ไผ่แบนๆที่เตรียมไว้คอยเขี่ยเมล็ดข้าวทุกครั้งตลอดเวลาที่ตำ แบบว่า ตำทีเขี่ยที ให้พอเมล็ดแบน จนเป็น “หม้าว”

๗.  นำ หม้าวที่ตำได้แล้ว(ลีบแบนทั่วทั้งหมด)มาใส่ในกระด้งเพื่อฝัดแยก เมล็ดหม้าว ที่เป็นผงหรือป่นมากออก

๘.  ในการปรุง จะนำหม้าวที่ตำได้มาคลุกกับมะพร้าวขูด หรือน้ำกะทิข้น(หัวกะทิ) ใส่น้ำตาล โรยปรุงเล็กน้อย คลุกเคล้า(ซาว)ให้เข้ากันดี รสชาติตามใจชอบ

การปรุงข้าวหม้าวให้อร่อย

ตัวข้าวหม้าวต้องสวยไม่แฉะและเกาะติดกันเป็นก้อน มะพร้าวขูดที่ใช้คลุก(ซาว)หม้าวใช้มะพร้าวสุกเขียวหรือมะพร้าวทึนทึกขูดให้เป็นชิ้นละเอียดสม่ำเสมอกัน เวลาคลุกจะทำให้นุ่มนวลทั้งข้าวหม้าวและมะพร้าว การปรุงรสชาติให้หลังคลุก(ซาว)มะพร้าวเข้ากันดีแล้ว ใส่น้ำตาลทราย และโรยเกลือป่น พอให้รสชาติออกมันหวานและเค็มตาม แค่นี้ก็จะได้ขนมหวานอันแสนอร่อยและวิเศษสุดจากภูมิปัญญาชาวนา ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ