นักเรียนชั้นป.๑ อ่านคล่องเขียนคล่อง

        การอ่าน เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับนักเรียน  ความสามารถในการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญซึ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้ เพราะนักเรียนต้องอาศัยทักษะการอ่านเป็นรากฐานในการศึกษาเรียนรู้ทุกวิชา  การสอนอ่านที่ใช้เสียงเป็นหลัก  จะแยกได้เป็น ๒ ประเภทคือการออกเสียงและการอ่านในใจ  การแบ่งประเภทการอ่านแบบนี้ก็เพื่อประโยชน์ในการเรียนการสอน  นักเรียนชั้นป. ๑  เป็นชั้นเริ่มเรียนการอ่านภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก การเริ่มต้นที่ดีที่ประทับใจและสนุกสนาน  ย่อมนำไปสู่ความสนใจในการอ่านและประสบความสำเร็จในการอ่าน ในช่วงนี้จะขอกล่าวถึงการสอนอ่านออกเสียงก่อน

        วิธีการสอนอ่านมีหลายวิธี เช่น

         ๑.วิธีสอนอ่านแบบแจกลูก สะกดคำ

         ๒.วิธีสอนอ่านแบบเป็นคำเป็นประโยค

         ๓.วิธีสอนอ่านแบบใช้แผนภูมิประสบการณ์

   การสอนภาษาไทยนักเรียนชั้น ป.๑ ให้สนุกสนานและประทับใจต้องใช้วิธีการสอนอ่านทั้ง ๓ รูปแบบที่กล่าวมาให้เหมาะสม  และประสมสานกันอย่างกลมกลืน ไม่ควรใช้วิธีการสอนอ่านแบบใดแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่นถ้าใช้วิธีการอ่านแบบแจกลูกสะกดคำเพียงอย่างเดียวนักเรียนจะรู้สึกเบื่อและรู้สึกว่าการอ่านเป็นเรื่องยากสำหรับเขา  หรือถ้าใช้วิธีการสอนอ่านแบบเป็นคำเป็นประโยคเพียงอย่างเดียว นักเรียนจะรู้สึกว่าอ่านง่ายและอ่านได้รวดเร็ว แต่นักเรียนมักจะจำเป็นคำซึ่งทำให้เกิดปัญหาการเขียนคำไม่คล่องเพราะไม่ได้หลักเกณฑ์ในการอ่าน  ไม่สามารถนำหลักเกณฑ์ในการอ่านไปใช้เขียนคำได้ ดังนั้นการสอนอ่านแบบแจกลูกสะกดคำจำเป็นต้องใช้ร่วมกับการสอนอ่านแบบเป็นคำเป็นประโยคในช่วงเวลาที่เหมาะสม  จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักเรียนชั้น ป.๑  นอกจากนั้นการสอนชั้น ป.๑ ยังจำเป็นต้องสื่อการสอนอย่างหลากเหลาย ทุกชั่วโมงเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นป.๑ ครูไม่ควรใช้แต่เพียงหนังสือแบบเรียนเป็นสื่ออย่างเดียว ควรต้องใช้นิทานโดยการเล่าหรืออ่านนิทานให้นักเรียนฟัง   ใช้เพลงประกอบการสอนที่สนุกสนาน  ใช้เกมการเล่นที่สนุกมาให้นักเรียนฝึกทักษะทางภาษา หรือใช้บทบาทสมมุติ