องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานสถิติปี 2550 ว่า ไทยเป็นมหาอำนาจด้านผู้ป่วยวัณโรคอันดับ 17 ของโลก (อินเดียอันดับ 1, จีนอันดับ 2)
.
ไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 91,000 คน/ปี, เสียชีวิต 12,000 คน/ปี
.
ข่าวร้ายนิดหน่อย คือ วัณโรคในไทยรักษาหาย 74% ต่ำกว่าเป้าหมายของ WHO (85%) เนื่องจากผู้ป่วยกินยาไม่ครบ 6-8 เดือน
.
ข่าวดี คือ ถ้าเรารู้ความเสี่ยงก็จะหลีกเลี่ยงโรคนี้ได้ดังคำถาม-คำตอบที่พบบ่อยต่อไปนี้
.
(1). นั่งรถหรือทำงานในห้องเดียวกันเสี่ยงไหม > "เสี่ยง"
.
ถ้ามีคนที่เป็นวัณโรคระยะมีอาการ และได้รับการรักษาติดต่อกันน้อยกว่า 2 สัปดาห์ นับว่าเสี่ยง, ความเสี่ยงจะมากขึ้นถ้าอยู่ในห้องแอร์ อากาศระบายไม่ดี คนแออัด หรืออยู่ใกล้กันในระยะ 2 เมตรในที่โล่ง (ระยะของการไอ)
.
ถ้าคนที่ไอใส่หน้ากากปิดปาก-จมูก (mask), อยู่นอกห้องแอร์, อากาศถ่ายเทดี คนไม่แออัด และไกลเกิน 2 เมตร... ความเสี่ยงจะลดลง
.
(2). ร้องเพลง > เสี่ยง
.
การร้องเพลงใช้แรงมากกว่าการพูดทั่วไป อาจทำให้เกิดละอองฝอยขนาดเล็กออกมาได้
.
(3). สูบบุหรี่ > เพิ่มเสี่ยง
.
บุหรี่ทำให้ภูมิต้านทานทางเดินหายใจลดลง ถุงลมโป่งพอง การไหลเวียนในปอดแย่ลงหรือช้าลง เพิ่มโอกาสติดวัณโรค
.
(4). ผอมมากๆ > เพิ่มเสี่ยง
.
คนที่ผอมมากๆ หรือขาดอาหารอาจมีภูมิต้านทานโรคลดลง, ตรงกันข้าม... คนที่ฟิต ไม่ว่าจะอ้วนฟิต หรือผอมฟิต (ผอมนิดหน่อย ไม่ผอมโซ และไม่ผอมมาก) เสี่ยงน้อยลง
.
(5). ดื่มหนัก > เพิ่มเสี่ยง
.
การดื่มแอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) หนักทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลง ยิ่งถ้าเข้า "ไนท์คลับ-ผับ-บาร์" ซึ่งมักจะติดแอร์ มีคนแออัด และมีคนสำส่อนทางเพศ (คนที่มีไวรัสเอดส์เพิ่มเสี่ยงติดวัณโรค) มั่วสุมกันแล้ว จะยิ่งเสี่ยงเพิ่มขึ้น
.
(6). โรคไต > เพิ่มเสี่ยง
.
ไตเสื่อมหรือไตวายเพิ่มเสี่ยง (ส่วนใหญ่เป็นผลจากเบาหวาน ความดันเลือดสูง นิ่ว หรือติดเชื้อในกรวยไตแล้วรักษาไม่ครบ เช่น กินยา-ฉีดยาไม่ครบตามกำหนด ฯลฯ)
.
(7). ภูมิต้านทานต่ำ > เพิ่มเสี่ยง
.
โรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำลง เช่น เอดส์ มะเร็ง เบาหวาน โรคตับ โรคไต ฯลฯ หรือได้รับยากดภูมิต้านทาน (เช่น เป็นโรคภูมิต้านทานทำลายตนเอง ฯลฯ) เพิ่มเสี่ยง
.
อะไรที่ไม่เพิ่มเสี่ยงวัณโรค
.
(1). ใช้ไมโครโฟนอันเดียวกัน > ไม่เสี่ยงติดวัณโรค แต่เสี่ยงติดหวัด-ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่
.
เนื่องจากอาจมีน้ำลายกระเด็นไปติด เมื่อระเหยจะเป็นละอองฝอยขนาดใหญ่ หายใจเข้าไปแล้ว จะติดที่ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น โพรงจมูก ลำคอ ฯลฯ มากกว่าเข้าปอด
.
(2). จูบกัน > ไม่เสี่ยงติดวัณโรค แต่เสี่ยงติดหวัด-ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอดส์
.
การจูบไม่ทำให้เกิดละอองฝอย แต่ทำให้เกิดการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย เสมหะซึ่งกันและกัน
.
คนไทย 80% ขึ้นไปมีโรคเหงือกอักเสบ-ปริทนต์(เนื้อเยื่อยึดฟัน อยู่ระหว่างโคนฟันกับเหงือก)อักเสบ-ฟันผุ และอาจมีเศษเลือดปนในน้ำลายได้ โดยเฉพาะช่วงหลังแปรงฟันใหม่ๆ
.
การจูบทำให้มีโอกาสสัมผัสเศษเลือดในน้ำลาย ทำให้ความเสี่ยงโรคต่างๆ ไม่เท่ากับศูนย์
.
เรื่องของเรื่อง คือ วัณโรคติดต่อกันได้ผ่านทางใหญ่ๆ 2 ทางได้แก่
.
(1). ละอองฝอยจากการไอ ร้องเพลง ตะโกน > ผ่านละอองฝอยขนาดเล็ก ซึ่งหายใจเข้าไปถึงระดับถุงลมในปอดได้
.
การไอทำให้เกิดละอองฝอยมากกว่า 3,000 ละออง/ครั้ง, การจามทำให้กิดละอองฝอย 20,000-40,000 ละออง, และมีเชื้อวัณโรค 2-4 ตัว/ละออง
.
การให้คนที่ไอใส่หน้ากากปิดปาก-จมูกให้ถูกวิธี และกินยาให้ครบกำหนดช่วยลดการแพร่เชื้อได้มาก
.
(2). ทางเดินอาหาร > ผ่านนมดิบ (วัวควายก็เป็นวัณโรคได้) ที่ไม่ได้ต้ม หรือไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์
.
โอกาสติดโรคจากข้อ (2) พบน้อย, แต่ควรรู้ไว้ และอย่าไปดื่มนมดิบจากสัตว์โดยตรง
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
ที่ มา
-
ขอขอบพระคุณ > อ.สุรชัย พนากิจสุวรรณ. แปลและเรียบเรียงจาก ดร.แอนโทนี่ ประมวลรัตน. สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ (TBCA). วัณโรค: สาระน่ารู้สำหรับพนักงานและผู้บริหารในสถานประกอบกิจการ.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 26 มกราคม 2554.
-
ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>