เด็กหญิงวัย ๕ ขวบ เธอเป็นลูกหลานคนไทยเชื้อสายมอญ เด็กน้อยอยู่กับย่า หญิงชราที่ช่างจดจำ ช่างเล่า เพราะย่าชอบเล่าเรื่องราวเก่าๆ ให้เธอฟังอย่างเพลิดเพลิน เธอคิดอย่างเด็กๆ ว่าย่าเล่านิทานเก่งกว่าใคร
เรื่องที่พรั่งพรูจากปากของหญิงชราจึงเป็นนิทานแสนสนุกของหนูน้อย เพราะเป็นนิทานที่เธอขอฟังซ้ำได้หลายๆครั้ง สงสัยอะไรก็ถามได้ ย่า ไม่เคยเบื่อกับความช่างซักช่างถามของเธอแม้สักครั้งเดียว เวลาที่หนูน้อยจะได้ฟังนิทานสนุกที่สุดก็ตอนที่ย่ากำลังเคี้ยวหมากอย่าง เพลิดเพลินนั่นเอง
“ย่า จ๋า ย่าบอกว่าเราเป็นคนมอญ แล้วทำไมเราอยู่เมืองไทยล่ะ”
“ก็หนูเกิดเมืองไทยไงลูก ย่าก็เกิดเมืองไทย หนูกับย่าเป็นคนไทยที่มีเชื้อสายมอญ เพราะต้นตระกูลของเรามาจากหงสาวดี”
“หงสาวดี อยู่ไหนย่า”
“เมืองมอญของเราไงล่ะ”
“แล้วทำไมเราไม่อยู่หงสาวดีล่ะย่า เรามาเกิดเมืองไทยทำไม...?”
“พวก เราไม่มีโอกาสได้เกิดเมืองมอญหรอกลูก เพราะเราถูกข้าศึกโจมตี มอญสิ้นชาติไปนานแล้ววันสิ้นชาติมอญ ปู่ของย่าบอกว่า เป็นวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปี ๒๓๐๐”
แรมแปดค่ำเดือนหก ปีสองพันสามย่าจำได้อย่างไรนะ...?
หลังจากนั้นย่า ก็เล่าเรื่องวันสิ้นชาติมอญให้เด็กหญิงฟังหลายครั้ง เธอฟังอย่างสนใจ เฝ้าถามแล้วถามอีก เรื่องเล่าของคนมอญถูกถ่ายทอดจากย่าสู่หลานสาวครั้งแล้ว ครั้งเล่าอย่างไม่มีใครเบื่อ ทั้งคนเล่าและคนฟัง หลานสาวจึงจดจำถ้อยคำนั้นได้เพราะการบอกเล่าซ้ำซากของย่านั่นเอง จากนิทานแสนสนุกที่เธอเคยคิดเมื่อเยาว์วัย พอโตขึ้น เธอจึงเรียนรู้ว่ามันไม่ใช่นิทานสนุก หากมันคือเรื่องเล่าอันเจ็บปวดของคนสิ้นชาติ...!!
สงครามวันสิ้นชาติมอญ เกิดขึ้นจากประเทศศัตรูของมอญไม่ต้องการให้ชาวมอญรวมตัวกันอีก จึงเผาผลาญทำลายทุกอย่างจนพินาศ เผาทำลายพระพุทธรูป พระเจดีย์ วัด และบ้านเรือนชาวมอญ กรุงหงสาวดีของมอญถูกข้าศึกทำลายล้าง เผาประสาทราชวังของเมืองหลวง ไม่เหลืออะไรไว้ให้เลย
ผู้ตั้งตัวเป็นใหญ่ในครั้งนั้น คือ ออง-เซ-ยะ เป็นผู้ที่สั่งเผากรุงหงสาวดีแบบไม่ให้เหลือซาก วันนั้นตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ คืนข้างแรมในปีจุลศักราช ๑๑๑๙ ทางจันทรคติ ตรงกับ ค.ศ.๑๗๕๗ หรือปี พ.ศ.๒๓๐๐ นับเป็นระยะเวลาถึง ๒๕๔ ปี ที่ชาวมอญไม่มีโอกาสได้สัมผัสความเป็นอิสระและเสรีภาพของชนชาติตนเอง
ประวัติศาสตร์ชาติมอญ ที่ถูกข้าศึกบุกเข้ารบราฆ่าฟัน แย่งชิงผืนแผ่นดิน และทรัพยากรอันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำในลุ่มอิระวดี-สะโตง ด้วยวิธียกกองกำลังเข้าตีเมือง และใช้ไพร่พลโอบล้อมกรุงหงสาวดี ไว้จนสิ้น
สงคราม ครั้งนั้น เปรียบเสมือนการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ชาวมอญ แบบถอนรากถอนโคนถอนไม่เหลือแม้แต่ซาก เมืองพะโค หรือที่คนไทยเรียกกรุงหงสาวดี ถูกปิดล้อมกำแพงเมือง ชาวบ้านหนีออกไม่ได้ กองทัพข้าศึกบุกเข้าสังหารหมู่พระสงฆ์ เยาวชนมอญ เด็กทารก หญิงท้อง และจับชาวมอญขังคุกเป็นจำนวนมาก รวมได้ ๘ คุก แล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น แม้แต่ทรัพย์สมบัติที่เป็นต้นฉบับพระคัมภีร์ พระพุทธศาสนาภาษามอญ บันทึกต่างๆ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วรรณคดี รวมทั้งศิลาจารึกของมอญ ก็ถูกเผาและทำลายจนหมดสิ้น
ชนชาวมอญที่อยูนอกกรุงหงสาวดี ก็ถูกตามล่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สูญเสียชีวิตจนนับไม่ถ้วน แม่น้ำอิระวดีทั้งสายมีแต่หยดเลือดของชาวมอญ และกองเพลิงที่เผาเมืองมอญนั้นลุกโหมไม่ดับ ติดต่อกันนานถึง ๓ เดือน
ชาวมอญที่รอดชีวิตต่างกระเสือกกระสนดิ้นรน หนีภัยสงคราม นับแสนคนเดินทางอพยพสู่แผ่นดินกรุงสยามหลายระลอก ชาวมอญที่เหลืออยู่ในแผ่นดินหงสาวดีรอบนอก ก็ต้องมีชีวิตอยู่เยี่ยงทาส
วันนี้ กรุงหงสาวดีล่มสลายไปแล้ว ๒๕๔ ปี คนมอญในยุคนั้นจดจำฝังลึกจนต้องนำเรื่องราวมาถ่ายทอดต่อให้ลูกหลานของตัวฟัง จากรุ่นสู่รุ่น ใครอ่านออกเขียนได้ก็จดบันทึกไว้ ใครอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้หากความจำเป็นเลิศ ก็จดจำมาเล่าต่อ ดังนั้น คนมอญในแผ่นดินไทย อาจได้รับข้อมูลเรื่องราววันสิ้นชาติมอญที่แตกต่างกันไป
ทุกวันนี้ยังมีชนชาวไทยเชื้อสายมอญที่รวมตัวกันเหนียวแน่น เพียงหวังว่าสักวันหนึ่งจะกู้แผ่นดินมอญกลับคืนมาได้ แม้ความหวังนั้นจะริบหรี่ไม่เห็นแสงสว่าง แต่พวกเขาก็ยังไม่ละความพยายาม ดังบทกวีเรื่อง มอญเสียเมือง ประพันธ์โดย "มอญเจน" ในวันรำลึกชาติมอญ เมื่อ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๐
.....๐ ราชธานีหงสาวดีศรีแผ่นดิน เกรียงไกรถิ่นสุวรรณศรีมหาศาล
มีขุมทรัพย์เรืองรองแลตระการ ดังเมืองทองตั้งตระหง่านกลางปฐพี
.....๐ ครั้งรามัญอ่อนแอพ่ายแพ้ศึก พม่าคึกบรามีทวีสิน
เข้าปล้นฆ่าข่มขืนทั่วผืนดิน สูญเสียสิ้นกษัตราหงสาวดี
.....๐ ถึงยุคมารนายพรานหม่องอองเซยยะ ไม่เว้นละแม้เด็กเล็กคนแลชรา
หญิงมีครรภ์สามพันถูกคว้านผ่า ควักทารกมาทายเล่นหญิงหรือชาย
.....๐ แม้นพระสงฆ์ผู้ครองธรรมอยู่จำวัด มันจับมัดโยนใส่ให้ช้างเหยียบ
ราวสี่พันล้วนเป็นปราชญ์ขาดสิ้นเรียบ ศพกองเพียบเลียบสระ ณ ละเกิ่ง
.....๐ ยอดปราสาทเคยเรืองรองดังทองทิพย์ กลับวังเวงเงียบกริบทุกแห่งหน
เพลิงพม่าพาพินาศไม่อาจทน ไร้ผู้คนไร้ชีวาไร้พระศาสน์
.....๐ อาณาจักรแผ่นดินทองเป็นของเรา แม้สิ้นจ้าวเราไม่ท้อไม่ถอยหลัง
สองร้อยห้าสิบปีล่วงไปไม่สิ้นพลัง หงส์กลับรังรวมพวกพ้องต้องเอาคืน
มอญสิ้นชาติ เพราะถูกชนชาติอื่นรุกราน
หวังแต่เพียง ไทยจะไม่สิ้นชาติ เพราะคนไทยด้วยกันมารุกราน
ทุกข์ของคนไร้ชาติ ไร้แผ่นดินอยู่ เป็นเช่นนี้
แล้วทุกข์ของคนที่ยังมีชาติ มีแผ่นดินอยู่......เป็นเช่นไรหนอ…?
“ชาลี ชลียา” เขียน ๑ มิถุนายน ๒๕๕๑
เรียบเรียงใหม่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๔
อยากให้มองข้ามเืรื่องการทะเลาะวิวาทไปอีกสักนิดหนึ่งก็จะดีนะครับ ว่า สาเหตุมาจากอะไรหนอ
มาจากเงินงบประมาณ 2 ล้านต่อปีหรือไม่ ที่มีคนอยากได้ส่วนแบ่งเงินก้อนนี้เข้าไปรวมกันอยู่มากมาย แล้วก็แย่งกัน ทะเลาะกัน
คนเหล่านั้นทะเลาะกัน "ชาวบ้านตายทุกที" ตลอดมา 70 กว่าปีของประชาธิปไตยเรา
น่าจะแก้ไขแบบสิงคโปร์ก็ดีครับ
เข้ามาอ่านครับ ได้ทั้งความรู้และความรู้สึก แต่พยายามไม่จมไปกับความรู้สึกนั้น
การสิ้นชาติขาดกษัตริย์ประวัติศาสตร์ หากประมาทอาจเกิดได้ไม่วันไหน
คน-แผ่นดิน-ภาษา-วัฒนธรรมใด มีรวมได้กลายเป็นชาติอันสมบูรณ์
หากขาดซึ่งส่วนใดให้สิ้นชาติ รวมทั้งศาสน์กษัตริย์อาจสิ้นสูญ
ตัวอย่างมอญถูกทำลายให้อาดูร หากคุณคุณรักชาติไทยให้ร่วมกัน