"ความมีกัลยาณมิตร ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ , เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม " ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

มิตรภาพทาบเทียบเทียมเปี่ยมไพศาล
หลักธรรมท่านขานไขไว้เรื่อง “มิตร”
เป็นหลักธรรมนำใจให้ข้อคิด
รู้ถูกผิดคบมิตรใดจึงให้คุณ
 

ทั้งมิตรแท้แลมิตรเทียมเตรียมใจเปิด
มิตรประเสริฐเทิดแท้แค่สี่หุ้น
หนึ่งมิตรดีมีน้ำใจใฝ่การุณ
สองมิตรหนุนคุณประโยชน์ห้ามโทษทัณฑ์

 .

สามนั้นหรือคือมิตรร่วมรวมสุขทุกข์
สี่มิตรแท้ล้วนแผ่สุขอุปการะมั่น
บุคคลใดหากได้พบคบมิตรนั้น
ถือเป็นทรัพย์นับอนันต์โลกันตร์ตรัย

.

หากมิตรเทียมเล่ห์เหลี่ยมร้ายหมายทางชั่ว
ทางอบายง่ายเมามัวมั่วอาศัย
สี่เหล่าเคล้าคละปะปนภัย
ทุกเพศวัยใครประสบควรหลบพราง
 

.

หนึ่งคือมิตรคิดปอกลอกหลอกเอาทรัพย์
พวกสับปลับรับฝ่ายเดียวเหนียวต้องห่าง
สองคือมิตรคิดประจบสยบข้าง
มาแอบอ้างอยู่ข้างใดใจแท้จริง

 

.

สามคือมิตรเคิดชวนล้วนฉิบหาย
ทางอบายหมายชวนตกนรกดิ่ง
สี่นั้นหรือคือมิตรคิดคดทิ้ง
ดีแต่พูดหลุดทุกสิ่งไม่จริงใจ

 .

มิตรภาพซาบซึ้งตรึงดวงจิต
ใคร่ครวญคิดตามหลักธรรมนำพาให้
เลือกคบมิตรจิตใฝ่ดีแท้ที่ใจ
หลีกเลี่ยงใครใจพาลปานมิตรเทียม

 

..

กุลมาตา-singlemom99-

๒๒ มิถุนา ๒๕๕๓ 

 

กัลยาณมิตตตา

ความมีกัลยามิตร คือ มีผู้แนะนำสั่งสอน ที่ปรึกษา เพื่อนที่คบหาและบุคคลผู้แวดล้อมที่ดี , ความรู้จักเลือกเสวนาบุคคล หรือเข้าร่วมหมู่กับท่านผู้ทรงคุณทรงปัญญามีความสามารถ ซึ่งจะช่วยแวดล้อมสนับสนุน ชักจูง ชี้ช่องทาง เป็นแบบอย่าง ตลอดจนเป็นเครื่องอุดหนุนเกื้อกูลแก่กัน ให้ดำเนินก้าวหน้าไปด้วยดี ในการศึกษาอบรม การครองชีวิต การประกอบกิจการ และธรรมปฏิบัติ , สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ดี ข้อนี้เป็นองค์ประกอบภายนอก

" ภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์อุทัยอยู่ ย่อมมีแสงอรุณขึ้นมาก่อน เป็นบุพนิมิต ฉันใด ความมีกัลยาณมิตรก็เป็นตัวนำ เป็นบุพนิมิต แห่งการเกิดขึ้นของอารยอัษฎางคิกมรรค แก่ภิกษุ ฉันนั้น "

" ความมีกัลยาณมิตร เท่ากับพรหมจรรย์ (การครองชีวิตประเสริฐ) ทั้งหมดทีเดียว เพราะว่า ผู้มีกัลยาณมิตรพึงหวังสิ่งนี้ได้ คือ จักเจริญ จักทำให้มากซึ่งอารย อัฎางคิกมรรค "

" อาศัยเราผู้เป็นกัลยาณมิตร เหล่าสัตว์ผู้มีชาติเป็นธรรมดา ก็พ้นจากชาติ ผู้มีชราเป็นธรรมดา ก็พ้นจากมรณะ ผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสเป็นธรรมดาก็พ้นจากโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส "

" เราไม่เล็งเห็นองค์ประกอบภายนอกอื่นแม้สักอย่างเดียว ที่มีประโยชน์มากสำหรับภิกษุผู้เป็นเสขะเหมือนความมีกัลยาณมิตร , ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตร ย่อมกำจัดอกุศลได้ และย่อมยังกุศลให้เกิดขึ้น "

"ความมีกัลยาณมิตร ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ยิ่งใหญ่ , เพื่อความดำรงมั่น ไม่เสื่อมสูญ ไม่อันตรธานแห่งสัทธรรม " ฯลฯ

กัลยาณมิตรธรรม 7 องค์คุณของกัลยาณมิตร , คุณสมบัติของมิตรดีหรือมิตรแท้

คุณสมบัติของมิตรดีหรือมิตรแท้ คือ ท่านที่คบหรือเข้าหาแล้วจะเป็นเหตุให้เกิดความดีงามและความเจริญ ในที่นี้มุ่งเอามิตรประเภทครูหรือพี่เลี้ยงเป็นสำคัญ

  1. น่ารัก ในฐานเป็นที่สบายใจและสนิทสนม ชวนให้อยากเข้าไปปรึกษาไต่ถาม (ปิโย )
  2. น่าเคารพ ในฐานะ ให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจ เป็นที่พึ่งได้ และปลอดภัย (คร)
  3. น่าเจริญใจ หรือน่ายกย่อง ในฐานทรงคุณคือความรู้และภูมิปัญญาแท้จริง ทั้งเป็นผู้ฝึกอบรมและปรับปรุงตนอยู่เสมอ ควรเอาอย่าง ทำให้ระลึกและเอ่ยอ้างด้วยซาบซึ้งภูมิใจ ( ภาวนีโย)
  4. รู้จักพูดให้ได้ผล รู้จักชี้แจงให้เข้าใจ รู้ว่าเมื่อไรควรพูดอย่างไร คอยให้คำแนะนำว่ากล่าวตักเตือน เป็นที่ปรึกษาที่ดี ( วตฺตา จ)
  5. อดทนต่อถ้อยคำ คือ พร้อมที่จะรับฟังคำปรึกษา ชักถาม คำเสนอ และวิพากษ์วิจารณ์ อดทนฟังได้ไม่เบื่อไม่ฉุนเฉียว ( วจนกฺขโม)
  6. แถลงเรื่องล้ำลึกได้ สามารถอธิบายเรื่องยุ่งยากซับซ้อนให้เข้าใจและให้เรียนรู้เรื่องราวที่ลึกซึ่งยิ่งขึ้นไป
  7. ไม่ชักนำในอฐาน คือ ไม่แนะนำในเรื่องเหลวไหล หรือชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย (โน จฏฺฐาเน นิโยชเย)
 

มิตรปฏริรูปก์ หรือ มิตรเทียม 4 คนเทียมมิตร , คนที่พึงทราบว่าเป็นศัตรูผู้มาในร่างของมิตร

  1. คนปอกลอก คนขนเอาของเพื่อนไปถ่ายเดียว อัญญทัตถุหร มีลักษณะ 4 คือ

    1.1 คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว
    1.2 ยอมเสียน้อย โดยหวังจะเอาให้มาก
    1.3 ตัวมีภัย จึงมาช่วยทำกิจของเพื่อน
    1.4 คบเพื่อน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์

  2. คนดีแต่พูด วจีบรม มีลักษณะ 4 คือ

    2.1 ดีแต่ยกของหมดแล้วมาปราศรัย
    2.2 ดีแต่อ้างของยังไม่มีมาปราศรัย
    2.3 สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
    2.4 เมื่อเพื่อนมีกิจ อ้างแต่เหตุขัดข้อง

  3. คนหัวประจบ อนุปปิยภาณี มีลักษณะ 4 คือ

    3.1 จะทำชั่วก็เออออ
    3.2 จะทำดีก็เออออ
    3.3 ต่อหน้าสรรเสริญ
    3.4 ลับหลังนินทา

  4. คนชวนฉิบหาย อปายสหาย มีลักษณะ 4 คือ

    4.1 คอยเป็นเพื่อนดื่มน้ำเมา
    4.2 คอยเป็นเพื่อนเที่ยวกลางคืน
    4.3 คอยเป็นเพื่อนเที่ยวดูการเล่น
    4.4 คอยเป็นเพื่อนไปเล่นการพนัน

 
 

 ที่มา : พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม ผู้แต่ง พระธรรมปิฎก สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2546 หน้า 57, 132, 204

http://www.easyinsurance4u.com

ลักษณะของมิตรแท้ 4 จำพวก

1 มิตรมีอุปการะ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้

โดยสถาน 4 คือ
1.1 รักษาเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
1.2 รักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
1.3 เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้
1.4 เมื่อกิจที่จำต้องทำเกิดขึ้นเพิ่มทรัพย์ให้สองเท่า [เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก]

2 มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้

โดยสถาน 4 คือ
2.1 บอกความลับ [ของตน] แก่เพื่อน
2.2 ปิดความลับของเพื่อน
2.3 ไม่ละทิ้งในเหตุอันตราย
2.4 แม้ชีวิตก็อาจสละเพื่อประโยชน์แก่เพื่อนได้

3 มิตรแนะประโยชน์ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้

โดยสถาน 4 คือ
3.1 ห้ามจากความชั่ว
3.2 ให้ตั้งอยู่ในความดี
3.3 ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
3.4 บอกทางสวรรค์ให้

4 มิตรมีความรักใคร่ ท่านพึงทราบว่าเป็นมิตรแท้

โดยสถาน 4 คือ
4.1 ไม่ยินดีด้วยความเสื่อมของเพื่อน
4.2 ยินดีด้วยความเจริญของเพื่อน
4.3 ห้ามคนที่กล่าวโทษเพื่อน
4.4 สรรเสริญคนที่สรรเสริญเพื่อน

จาก พระไตรปิฎก เล่มที่ 11 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 3 ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 192-196

http://board.palungjit.com
..กว่าจะมาเป็นเพื่อนกัน ต้องใช้เวลา..