เริ่มต้นกับเส้นทางใหม่อีกครั้งจากอำเภอเมืองน่านไปอำเภอสันติสุขอีกประมาณ ๕๐ กิโลเมตร  เมื่อข้ามสะพานแม่น้ำน่านที่หน้าโรงพยาบาลน่าน ก่อนที่จะถึงค่ายสุริยพงษ์  เพื่อข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง  เลี้ยวซ้ายผ่านหมู่บ้านไปไม่นานก็เป็นการทดสอบความสามารถในการดำรงสติของหนานเกียรติ  ด้วยความมั่นใจพาพวกเราขึ้นเขาเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาไปตลอดทางผ่านฐานปฏิบัติแสงเพ็ญ อำเภอภูเพียง เข้าสู่บ้านเมืองจัง บ้านหาดเค็ด อาจจะมีบ้านอื่น ๆ อีกแต่เห็นป้ายชัดเจนเพียง ๒ หมู่บ้านนี้

         บรรยากาศเป็นธรรมชาติที่สวยงาม มองเห็นความสงบเงียบ  มีการปลูกต้นป่าขึ้นใหม่เต็มพื้นที่ว่างเปล่า และพบต้นสักสองข้างทางจำนวนมาก รวมทั้งเทือกสวนไร่นาแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความขยันขันแข็งของผู้คนที่นี่ และพบบ้านพักตากอากาศสวยงามน่าสนใจหลายแห่ง บ่งบอกถึงความเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว  หมู่บ้านรายทางที่ผ่านไป  ยังคงยืนยงความเป็นวิถีชีวิตแบบไทย ๆ พื้นบ้านให้มองเห็น คือแต่ละบ้านไม่มีรั้วรอบกั้นเหมือนบ้านในเมือง  แสดงถึงความเป็นอยู่ที่มีความปลอดภัยในทรัพย์สินและความเป็นเครือญาติสูง ถนนบางแห่งได้ถูกซ่อมและตัดใหม่ มีหน้าผาที่เป็นดินสูงชันข้างทาง  วัดโป่งคำ อำเภอสันติสุข  เวลา ๑๔.๓๐ น.

         นับเป็นความรู้สึกว่าได้หลุดโลกไปชั่วขณะที่ได้เห็นบรรยากาศของไร่นาอุดมสมบูรณ์  เห็นวัว ควายอยู่ในทุ่งนา  มีทั้งข้าวโพด  ผักกาด  ถั่วลิสง  และต้นใบยาสูบ  ทำให้นึกถึงวันเวลาที่ผ่านมาเพียงไม่นานนัก  “ที่ได้มีโอกาสไปอำเภอแม่สาย  จังหวัดเชียงราย  สองข้างทางมีร้านสตอเบอรี่และน้ำสตอเบอรี่จำหน่าย  ภายหลังที่ทุกคนจอดซื้อของแล้ว  เพื่อนคนหนึ่งหยุดถ่ายภาพต้นใบยาสูบเพราะเธอเข้าใจว่าเป็นต้นสตอเบอรี่นั่นเอง

         ตลอดทางฉันนั่งเบาะหลัง  เปิดกล้องถ่ายรูปไว้พร้อมกดถ่ายภาพตลอดเวลา หากเป็นด้านหน้าจะวางกล้องไว้ที่พนักพิงด้านซ้ายของคนขับ    เป็นการถ่ายภาพจากในรถ ด้วยกล้อง digital canon ixus 95 is  จากเบาะหลังวางกล้องไว้ที่พิงหลังด้านไหล่ซ้ายของคนขับ เมื่อได้จังหวะก็กดได้ภาพดีบ้างไม่ดีบ้าง หากอันไหมไม่ดีสามารถตัดแต่งใหม่ได้  ถ่ายทุกระยะทาง ได้ภาพที่สวยงามของธรรมชาติมามากมาย อยากจะบอกใคร ๆว่าน่านมีเสน่ห์มาก

         แม้ว่าเส้นทางจะคดเคี้ยว แต่ความตั้งใจของพวกเรามุ่งมั่นเป็นเส้นตรง เป้าหมายคือสิ่งที่พวกเราอยากจะทำถ้ามีเวลามากพอ คงจะหยุดรถบันทึกภาพเป็นระยะ ๆ แต่คราวนี้ขอเพียงแค่เก็บภาพประทับใจให้...งดงามอยู่ในหัวใจตลอดไป

          ที่วัดโป่งคำ พวกเราได้เข้าไปกราบพระมหาสมคิด  ซึ่งเคยรู้จักชื่อเสียงเกียรติคุณของพระคุณเจ้ามานานแล้วในฐานะพระภิกษุสงฆ์นักวิจัย  และพระภิกษุสงฆ์นักพัฒนา  จากผลงานการวิจัยของสำนักกองทุนการวิจัย  ทั้งเอกสารเป็นรูปเล่มและแผ่นซีดี  และการถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์หลายช่อง ครั้งนี้ได้พบตัวจริงของพระคุณเจ้าและร่องรอยของผลงานการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทำสีธรรมชาติจากต้นไม้

          พวกเราขอตัวจากพระคุณเจ้าออกไปหารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านค้าในชุมชน  แล้วกลับเข้าไปวัดโป่งคำอีกครั้ง  ระหว่างรอเปลี่ยนพาหนะเป็นรถกระบะ ได้ทราบข้อมูลประดับความรู้ว่าวัดโป่งคำ  ตั้งอยู่ที่ตำบลดู่พงษ์  อำเภอสันติสุข  จังหวัดน่าน  ได้ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.  ๒๔๔๑  ตามธรรมเนียมของพุทธศาสนิกชนชาวล้านนาว่า  “ หากมีแม่น้ำที่ไหน  มีคนที่นั่น  มีคนที่ไหน  มีชุมชนที่นั่น  มีชุมชนที่ไหน  ต้องมีวัดที่นั่น

           ชาวบ้านได้มาร่วมกันจัดตั้งชุมชนของตนเองให้เป็นหมู่บ้าน  โดยตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านโป่งคำ”  เมื่อประมาณพุทธศักราช  ๒๔๔๐  ต่อมาชุมชนบ้านโป่งคำต้องการมีวัดเพื่อให้เป็นที่ทำบุญและประกอบศาสนกิจ  และเพื่อเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของชุมชน  จึงได้จัดตั้งวัดให้ชื่อว่า “ วัดโป่งคำ”  มีเนื้อที่  ๑๗  ไร่  ๓  งาน  ๕๒  ตารางวาและมีพื้นที่ทางธรณีสงฆ์  ๑  แปลง  รวมทั้งอาคารเสนาสนะประกอบด้วยพระวิหาร  กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ กุฏิพระภิกษุสามเณร     
          พระครูสุจิณนันทกิจ (พระสมคิด  จรณธมฺโม) เป็นเจ้าอาวาสวัดโป่งคำตั้งแต่ พ.ศ.  ๒๕๒๘ จนถึงปัจจุบันและมีตำแหน่งทางสงฆ์เป็นเจ้าคณะตำบลพงษ์ ซึ่งวัดโป่งคำ ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของชุมชน  เพื่อพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชนให้มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตามวิถีชีวิตและบริบทแวดล้อม สามารถพึ่งพาตนเองได้ได้ โดยได้จัดตั้ง “ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ชุมชนบ้านโป่งคำ” เพื่อเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้  รวมทั้งการแสวงหาองค์ความรู้และภูมิปัญญาของชุมชน  มีการจัดตั้งกลุ่มการเรียนรู้ต่อไปนี้

         - กลุ่มย้อมผ้าสีธรรมชาติ
         - กลุ่มเพาะเห็ด
         - กลุ่มผู้สูงอายุ  รวมกลุ่มเป็นกลุ่มตีเหล็ก / กลุ่มจักสาน
         - กลุ่มเกษตรอินทรีย์
         - กลุ่มเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
         - กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนโป่งคำ
         - กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการพัฒนา
         - กลุ่มเครือข่ายแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
            หน่วยงานภาครัฐ  เอกชน  และองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ  ได้ให้ความร่วมมือต่อยอดทางความคิดและแนวทางการพัฒนา  ชาวบ้านในชุมชนบ้านโป่งคำได้น้อมรับพระราชดำรัส  “ทฤษฏีปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”  มาเป็นแนวปฏิบัติและการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อให้คนในชุมชนมีความเป็นอยู่ในวิถีชีวิตแบบพอเพียง 

           บรรยากาศอันร่มรื่นภายในวัดคือต้นไม้ขนาดใหญ่มากมาย  สุนัขที่แสนเชื่องท่าทางใจดี  พ่อไก่แม่ไก่ที่ไม่เคยพบเห็นมาเป็นเวลานาน  ดูเหมือนคุ้นเคยกันมานานหยุดยืนจ้องให้ถ่ายภาพ

           สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในบริเวณวัดโป่งคำคือ "ห้องทรงสรง" ภายหลังได้ทราบว่าบริษัท ป.ต.ท.มหาชนจำกัด ได้จัดทำขึ้นถวายเพื่อเชื้อพระวงศ์ในพระบรมวงศานุวงศ์  ที่ได้เคยเสด็จวัดโป่งคำ

            พระคุณเจ้าสมคิด จารณะสัมปันโณและคนขับรถไปส่งพวกเราที่โรงเรียนบ้านเปียงซ้อโดยรถกระบะของวัดโป่งคำ  และฝากรถของเราไว้ที่วัด จากวัดโป่งคำถึงบ้านเปียงซ้อ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มีระยะทางประมาณ ๘๕ กม. แม้ว่าจะเดินทางที่คดเคี้ยว โค้ง  ทั้งลาดและเอียงผ่านภูเขาน้อยใหญ่มาแล้วมากมายแต่ไม่เท่าคราวนี้  แม้ว่าจะนั่งตอนหลังแต่ก็พยายามกดชัตเตอร์ผ่านกระจกตอนคนขับเบรครถ  ได้ภาพดีบ้างเสียบ้าง  แต่ก็ได้ภาพถูกใจมาไม่น้อย

           กว่าจะเป็นบันเป็นเมืองแห่งสันติสุขตามชื่อของอำเภอ  ทำให้คนดี ๆ ต้องเสียเลือดทาแผ่นดินมาแล้วมากมาย เพราะแนวคิดของคนเพียงคนเดียว สู่คนกลุ่มหนึ่งที่หลงผิดนำมาป่วนให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง

          ฉันได้ย้อนเข้าสู่ความคิดกลับไปกว่า ๓๐ ปีที่ผ่านมา  ที่ได้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เพื่อนฝูง ญาติสนิท คนรักใคร่ ได้จบชีวิตลงที่นี่ ด้วยความขัดแย้งทางการเมืองจนแผ่นดินชายแดน "ฐานบ้านป่าแลว" ลุกเป็นไฟ เรียกกันว่า ดินแดนสีแดงหรือสีชมพู ฉันนิ่งอึดใจและแผ่เมตตาให้ผู้ล่วงลับ บอกใจในว่า "กำลังจะผ่านมาเพื่อเยี่ยมร่องรอยของท่าน" และฉันเองก็รักผืนแผ่นดินไทยไม่น้อยไปกว่าพวกท่าน  และที่สมรภูมิบ้านป่าแลว  ทำให้เพื่อนรักของฉันคนหนึ่งต้องเป็นหม้ายขันหมากและครองโสดมาจนปัจจุบัน และสำคัญที่สุดได้สูญเสียนายทหารรุ่นพี่ที่สนิทคุ้นเคยได้พลีชีพ สิ้นสุดตำนานนักรบไทยที่นี่อย่างอาลัย เมื่อวันคริสตมาสที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๒๐ ถึงวันคริสตมาสทีไรฉันไม่อยากจะรื่นเริง  เพราะยังคิดถึงการจากไปของเขาเสมอ

        ลักษณะที่ตั้งชุมชนสันติสุขเหมือนแอ่งกระทะ จึงเสียเปรียบทางกลยุทธศาสตร์การรบ ขอขอบคุณเสธแดง พลตรีขัติยะ สวัสดิผล ที่ได้มาทำหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการฐานบ้านป่าแล้วเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ และได้เขียน "คมเสธแดง ตอนศึกแม่จริม ภาค ๗" ให้อ่านเรื่องราวของดินแดนแห่งนี้ ดินแดนแห่ง...สันติสุขในปัจจุบัน