เรื่องเล่าเร้าพลัง : สานสายใจใส่สายยาง

บทบาทของการเยี่ยมบ้าน หากได้มีการประสานงานที่ดี พร้อมจัดระบบการสื่อสารและมีการประเมิน/ติดตามผลที่ดี ( PDCA ) ทั้ง ในโรงพยาบาล บ้าน และชุมชน จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ป่วยด้วย

                      วันนี้ได้มีโอกาสเข้าไปร่วม ลปรร  ในโครงการ เรื่อง เล่าเร้าพลังสานสายใจใส่สายยางของ   PCU   ซึ่งได้จัดขึ้นเนื่องจาก พบปัญหาการชง  BD  (Blendera)  ให้แก่ผู้ป่วยที่บ้าน

  •   ผู้เข้าร่วมพูดคุยในวันนี้   ประกอบด้วย แพทย์และพยาบาลจาก  PCU / ผู้ช่วยพยาบาลพยาบาลจากหอผู้ป่วย  ผู้ตรวจการพยาบาล  หัวหน้าหอผู้ป่วย  โภชนากร เภสัชกร   บรรยากาศเริ่มด้วยพยาบาลจากหน่วย PCU เล่าปัญหาที่พบให้ผู้เข้าร่วม กิจกรรมทราบ  พร้อมยกตัวอย่าง Case ผู้ป่วยที่พบให้พวกเราฟัง จำนวน  3 ราย คือ  
  • รายที่ 1       แพทย์สั่งการรักษาโดยให้ BD 1:1   400 cc x 4 มื้อ  เมื่อพยาบาล PCU ไปตรวจเยี่ยม  พบว่าผู้ดูแลชง BD ให้ในสัดส่วน 10  ช้อน ต่อน้ำ 400 cc ซึ่งน้อยกว่าปริมาณที่ควรได้รับจริง (ปริมาณที่พยาบาลคำนวณได้คือ 14.5 ช้อน/มื้อ)  เมื่อ สอบถาม ผู้ดูแลให้คำตอบว่า โภชนากรของโรงพยาบาล ได้สอนและให้เอกสารแล้ว แต่หาย  ข้อมูลที่พยาบาลทางหอผู้ป่วยให้ก็หาย   จำไม่ได้ เห็นฉลากหน้าซองของ BD  เขียนว่า 8 ช้อนตวง  ผสมน้ำ 160 cc x 4 มื้อ  ก็จะชงตามนั้น  แต่ผู้ดูแลจำได้ว่าเคยชง BD ในน้ำ 400 cc. จึงชง BD 8 ช้อนตวง ในน้ำ 400 cc. พบว่าใสกว่าปกติที่เคยชงให้  จึงเพิ่ม BD อีก 2 ช้อนเป็น 10 ช้อน  พบว่า BD มีความเข้มข้นขึ้น  จึงชงอย่างนั้นเรื่อยมา พยาบาล PCU ที่พบปัญหาได้คำนวณ BD ตามสูตรที่แพทย์สั่งการรักษา ปรากฎสัดส่วนที่ถูกต้องคือ 14.5 ช้อนตวง  ต่อน้ำ 400 cc. จึงอธิบายให้ผู้ดูแลทราบใหม่พร้อมเขียนสัดส่วนของ BD ที่ต้องชงให้ด้วย หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ป่วยเริ่มมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น  
  • รายที่ 2      แพทย์ สั่งการรักษาโดยให้ BD (1.2 : 1) 300 x 4 มื้อ ( สัดส่วนที่ถูกต้องเท่ากับ 12 ช้อนตวง ต่อน้ำ 300 cc./มื้อ ) ใหม่ ๆ เมื่อผู้ป่วยกลับไปถึงบ้าน ผู้ดูแลชง BD ได้ถูกต้อง  แต่พอเห็นฉลากที่หน้าซอง BD  เขียนว่า 8 ช้อนตวง ผสมน้ำ 160 cc.  ผู้ดูแลจึงคิดคำนวณเองโดยเทียบบัญญัติไตรยางศ์ได้สัดส่วนเป็น 14 ช้อน ผสมน้ำ 300 cc. ทำให้ผู้ป่วย ได้อาหารเกินความต้องการ   จึงพบว่าผู้ป่วยมีน้ำหนักมากเกินไป  
  • รายที่ 3                 ผู้ป่วยเคยได้รับ BD มาตลอด ครั้งสุดท้ายต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ด้วยปัญหาการถ่ายเหลว และปอดอักเสบ  เมื่อจำหน่ายทางหอผู้ป่วยไม่ได้ส่งญาติไปเรียน  เนื่องจากผู้ป่วยเคยได้ BD ประจำอยู่แล้ว  แต่ได้ให้คำแนะนำวิธีการชงกับญาติ (ซึ่งไม่ใช่ผู้ดูแลประจำ)  เมื่อกลับถึงบ้านญาติได้อธิบายสัดส่วนการชงตามฉลากที่หน้าซอง BD  เขียนว่า 8 ช้อนตวง ผสมน้ำ 160 cc.  ผู้ดูแลประจำเห็นแล้วว่าไม่ใช่สัดส่วนที่เคยให้ แต่ไม่เอะใจด้วยคิดว่า แพทย์คงเปลี่ยนสูตรใหม่ให้ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยถ่ายเหลว จึงทำให้มีการชงตามฉลากหน้าซอง BD เหมือนกัน 

  สรุป     ทุกรายที่พบให้ความสำคัญกับฉลากที่ หน้าซอง   BD   มากกว่าคำแนะนำหรือเอกสาร ที่ได้รับ ซึ่งไม่ตรงกับแผนการรักษาของแพทย์  

  §         หลังจากทราบปัญหาแล้ว  พยาบาลที่หอผู้ป่วยก็ให้ความคิดเห็นว่า........ทำไมผู้ดูแลไม่โทรศัพท์มาถามนะ          ในเมื่อเราก็ให้เบอร์โทรศัพท์ไปกับผู้ดูแลแล้ว...........   โภชนากรเห็นด้วย พร้อมบอกว่า ทางโภชนากรก็ให้เบอร์โทรศัพท์ของตนไปด้วยเช่นกัน 

  ******ก็เพราะผู้ดูแลไม่ทราบนะซิว่าตนเข้าใจผิด.....โดยทั่วไปแล้วหน้าซองยา คือ การบอกวิธีรับประทานของผู้ป่วย         ถ้าเป็นอย่างนี้ เขาจะโทรศัพท์หาเราทำไม   

        §         ถ้าอย่างนั้น  เราต้องขอความร่วมมือจากแพทย์ล่ะซิว่า  หลังจาก    order สูตร   BD แล้ว  ขอช่วยท่านคำนวณสัดส่วน  การชง BD ตามสูตรที่สั่ง ด้วย  

******ต้องคิดก่อนว่า  การที่เราจะขอความร่วมมือจากแพทย์มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน  ในเมื่อปัจจุบันนี้ลำพังเฉพาะให้ท่านตรวจยังไม่ทันเลย  ถ้าเราจะขอช่วยโภชนากรคำนวณให้ โดยดูข้อมูลเดิมว่า ส่วนใหญ่แพทย์สั่ง BD สูตรอะไรมาก แล้วนำสูตรนั้นมาคำนวณเพื่อประสานงานกับเภสัชกร/เจ้าหน้าที่หน่วยคอมพิวเตอร์เพื่อปรับโปรแกรมการสั่ง BD จะดีกว่าหรือไม่ 

******ได้เลยค่ะพี่  ส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งประมาณ 4 สูตร  คือ BD 1 : 1 , 1.2 :1………….นอกนั้นก็จะมีรายละเอียดอีกเยอะ เช่น เพิ่มโปรตีน

 ******พวกที่มีรายละเอียด เราทำแบบเดียวกับการสั่งอาหารเฉพาะโรคได้มั้ย แยกต่างหากเพื่อให้แพทย์เติม.......ได้ค่ะพี่ 

******จังหวะเดียวกัน เภสัชกรก็ตอบว่า ถ้าอย่างนั้น โภชนากรคำนวณสูตรต่างๆได้แล้ว  นำมาให้หนูได้เลยค่ะ หนูจะประสานงานกับหน่วยคอมฯเอง เมื่อเสร็จแล้วเราสามารถแจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินการได้เลยโดยผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์......ดีเลย ถ้าอย่างนั้นทุกฝ่ายก็เริ่มดำเนินการ  

****** พี่ค่ะโภชนากรกล่าวต่อ หนูคิดว่า หนูจะปรับการให้บริการของงานโภชนาการใหม่ หลังจากหนูสอนผู้ดูแลเสร็จแล้ว อีกประมาณ 3 วัน หนูจะโทรศัพท์ติดตามผลว่าเขามีปัญหาหรือไม่ ......... ดีเลยค่ะ เป็นการทำงานเชิงรุก แทนการตั้งรับ (รอให้เขาถาม) หากว่าหนูติดตามแล้วพบว่ามีปัญหา อย่าลืมแจ้ง PCU ด้วยนะคะ เพื่อทาง PCU จะได้ตามไปเยี่ยมบ้าน.. ได้ค่ะพี่  

****** พี่ค่ะ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถาม ถ้าไม่ใช่ case 30 บาท หากโภชนากรติดตามพบจะให้แจ้งใครคะ.......... อ้อ ก็แจ้งโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยใกล้บ้านซิคะ  เดี๋ยวพี่จะนำรายชื่อหน่วยงานต่างๆให้น้องว่าหมู่บ้านไหนมีโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยใดบ้าง แล้วน้องก็สื่อสารให้เขาทราบด้วยวิธีไหนก็ได้   ดีมั้ยคะ  

****** สำหรับ PCU พี่ขอว่า หากต่อไปน้องพบปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ขอน้องช่วยแจ้งให้ทางหอผู้ป่วยทราบด้วยจะดีมั้ยคะ  เพื่อทางหอผู้ป่วยจะได้ทราบปัญหาและนำไปหาโอกาสพัฒนาต่อไป  ขณะเดียวกันน้องก็รวบรวมปัญหาทั้งหมดในแต่ละช่วงเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เหมือนอย่างวันนี้ด้วย...... ดีค่ะพี่

****** พี่ครับ แพทย์กล่าว ผมเห็นด้วยกับการ feedback ให้ทางหอผู้ป่วย แล้วผมจะพัฒนาส่วนนี้ให้เข้าไปอยู่ในคอมพิวเตอร์ เพื่อสะดวกต่อการติดตามผลและข้อมูลคงอยู่...... ดีเลยค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ  

สรุปแนวทางแก้ไข

§         ให้ทางโภชนากรคำนวณสูตร BD ที่แพทย์ใช้ในการรักษามากที่สุด ออกมาเป็นจำนวนช้อนตวง กรณีแพทย์ต้องการ BD เฉพาะโรค ให้พิมพ์แยกต่างหาก

§       โภชนากรส่งสูตรที่คำนวณได้ให้ทางเภสัชกร เพื่อประสานกับทางคอมพิวเตอร์ในการปรับโปรแกรมใหม่

§         เจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยควรได้ประสานงานกับทางโภชนาการเพื่อทราบข้อมูลรายละเอียดของ BD สำหรับการเน้น แนะนำผู้ป่วยก่อนกลับบ้าน

§         ทางพยาบาล PCU เมื่อตรวจเยี่ยมผู้ป่วยแล้ว พบปัญหา จะมีการแจ้งกลับให้หอผู้ป่วยทราบ

§         โภชนากร  จะมีการปรับการให้บริการ  โดยเพิ่มระบบการติดตามเยี่ยมผู้ป่วยทางโทรศัพท์ เพื่อทราบปัญหาและให้คำแนะนำ พร้อมทั้งแจ้ง Case ที่มีปัญหาให้ทาง PCU ทราบ ส่วนกรณี Case ที่ไม่ใช่ผู้ป่วย 30 บาท หากพบปัญหาจะมีการส่ง Case ให้โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยใกล้บ้านช่วยติดตามเยี่ยมบ้านให้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Discharge planning

คำสำคัญ (Tags)#storytelling#การพัฒนาคุณภาพงาน#discharge-planning

หมายเลขบันทึก: 42224, เขียน: 03 Aug 2006 @ 00:11 (), แก้ไข: 22 Jun 2012 @ 16:39 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก


ความเห็น (12)

k-jira
เขียนเมื่อ 
  • เข้ามาอ่านค่ะพี่
  • ขอบคุณมากค่ะ
พี่จุดคะ พี่จุดบันทึกอย่างไรจึงทำได้หมดจด ละเอียดละออขนาดนี้ โดยเฉพาะช่วงกลางที่มีดาวทั้งหลายนั่น คือหัวใจของการลปรร.เลยนะคะ

ยอดเยี่ยมจริงๆ สรรหาคำมาชมไม่ถูกเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับตัวอย่างของบันทึกเล่าเรื่องที่เยี่ยมๆแบบนี้นะคะ ยกให้หมดทุกนิ้วเลยค่ะ ไม่ใช่แต่นิ้วโป้ง
ปารมี
IP: xxx.136.219.212
เขียนเมื่อ 
  • เป็นกิจกรรมที่ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ อยากรู้ที่มาที่ไปของกิจกรรมนี้จัง
  • บันทึกได้ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ  คงต้องขอทราบเคล็ดลับบ้างแล้วค่ะ  รวมทั้งเคล็ดลับการอำนวยกลุ่มในรูปแบบนี้ ทำอย่างไรให้ได้บรรยากาศเปิดแบบนี้

 

พี่จุดบันทึกได้ละเอียดมากๆเลยค่ะ
  • อ่านแล้วจับประเด็นได้ว่า  ต้นเหตุของปัญหาตัวสำคัญคือ ฉลากที่ซอง BD ไม่ตรงกับสัดส่วนอาหารจริงที่แพทย์ต้องการให้ผู้ป่วยได้รับ
  • ทีนี้เพราะไม่เคยเห็นซอง BD มาก่อน พี่เม่ยก็เลยสงสัยค่ะที่ว่า ฉลากที่หน้าซอง BD  เขียนว่า 8 ช้อนตวง ผสมน้ำ 160 cc. นั้น...
    • 1)เป็นฉลากที่สั่งพิมพ์ออกมาจากโปรแกรมคอมฯของ ร.พ.  หรือว่า.... 
      2) เป็นสัดส่วนมาตรฐานที่พิมพ์ติดมากับซอง BD ทุกๆซองอยู่แล้วคะ? 
  • ถ้าเป็นข้อ 1) พอแก้ไขโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างที่วางแผนกันแล้ว  สลากที่ซอง BD จะมีสัดส่วนที่ถูกต้องปรากฏอยู่อย่างชัดเจนเลยใช่ไหมคะ?
  • แต่ถ้าเป็น 2) ยังไงๆก็ยังมีสัดส่วนมาตรฐานเดิมนี้ติดอยู่ที่ซองอยู่ดี ปัญหาก็อาจเกิดซ้ำได้อีก
  • ไม่แน่ใจตัวเองค่ะ อาจจะเข้าใจอะไรผิดพลาดหรือเปล่า นี่ถ้าพี่จุดช่วยนำภาพมาเฉลยให้ได้ พี่เม่ยก็ถึงบางอ้อ....แน่ๆเลยค่ะ

มารับความรู้ครับ

เขียนบันทึกที่ละเอียดดีมากเลยครับ ทำให้เห็นภาพคนไข้ยาไปใช้ตอนกลับบ้านชัดเจน รวมทั้งความคิดเห็นของทุกฝ่าย ชอบวิธีเขียนของพี่จุฑารัตน์ครับ

 

ที่คุณเม่ยสงสัย ผมเองที่เป็นเภสัชกรรพ.ขอคาดเดาว่า

  • เป็นที่โปรแกรมตั้งค่า สลากยาดัวกล่าวไว้เช่นนั้นครับ
  • ถ้าทางพยาบาลหรือแพทย์ไม่ได้ระบุวิธีใช้ละเอียดให้เภสัชกร
  • ทางห้องยาก็จะพิมพ์วิธีใช้ดังกล่าวไปครับ
  • ซึ่งหลายฝ่ายได้เข้ามาร่วมแก้ไขให้ความรู้และหาวิธีแก้ไขกันทุกคน น่าชื่นชมมากครับ
  • ผมจะนำไปใช้เป็นแบบอย่าง
  • ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ

 

ขอบคุณ คุณจันทร์เมามายมากนะคะที่คาดเดาคำตอบให้พี่เม่ย เป็นอย่างนั้นจริงๆค่ะ กล่าวคือ ในโปรแกรม จะset คำเตือนไว้ว่า ถ้าให้ 8 ช้อนตวงในน้ำ160 cc. จะได้แคลอรี่ 225 แต่ส่วนใหญ่แพทย์ไม่ได้คำนวณให้ มัก key เฉพาะจำนวนซองที่ต้องการ เมื่อเภสัช print จึงออกเป็นข้อความ

    8 ช้อนตวง ผสมน้ำ 160 ซ๊ซี. ดื่มวันละ....ครั้งต่อวัน

ขอตอบคำถาม อ.ปารมีดังนี้ค่ะ

  • ที่มาของกิจกรรมนี้คือ คุณบุญเรียม หัวหน้าหน่วย PCU ได้เชิญพี่จุด ในฐานะประธานกรรมการ dischargr planning และคุณอุมา ซึ่งเป็น case manager ของโรค CVA มาประชุมเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาจากการไปเยี่ยมบ้านพบผู้ป่วยได้ BD ไม่ตรงตามแผนการรักษา  พี่จุดจึงเสนอให้มีการ ลปรร เพื่อจะได้ช่วยกันหาแนวทางแก้ปัญหา
  • บรรยากาศในการ ลปรร ดี อาจเนื่องจาก        1.  ผู้เข้าร่วมกิจกรรมส่วนใหญ่คือผู้เกี่ยว                                                                                                                                                                             ข้อง     และเป็นผู้ปฏิบัติเรื่องนี้โดยตรง

              2.  มีหัวหน้างานเข้าร่วมด้วย จึงช่วยให้มีการตัดสินใจแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น

              3.  พี่จุดซึ่งอาวุโส ช่วยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ช่วยชง/ตั้งประเด็น/สรุป/เป็นตัวเชื่อมแต่ละวิชาชีพ/ และเมื่อเห็นเภสัชไม่ได้เข้าประชุม  จึงเสนอให้น้องขอความร่วมมือจากเภสัชเพื่อเชิญเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเภสัชเป็นอย่างดี

              4.  ต่างช่วยกันคิดสาเหตุและหาทางแก้ไข โดยไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดของใคร

              5.  น้องพยาบาลจาก PCU เตรียมตัวมาดี มีการทำการบ้านมาก่อน โดยเตรียมตัวอย่าง case และภาพ เพื่อนำเสนอ

ส่วนวิธีการบันทึกนั้น ต้องขอบคุณ พี่เม่ย ซึ่งได้บอกพี่จุดว่า เวลาอ่านบันทึกของพี่จุดพี่เม่ยจะใส่ท่าทางและน้ำเสียงของพี่จุดเข้าไปด้วย

.......แล้วถ้าเป็นคนที่ไม่เคยได้ฟังเสียงหรือเห็นท่าทางพี่จุดเล่าล่ะ เขาจะ " อิน" กับการเล่าของพี่จุดในบล๊อคได้อย่างไร.........จึงเป็นเหตุให้พี่จุดเขียนเล่าในสไตล์นี้แต่คงใช้สไตล์นี้ไม่ได้ในทุกเรื่อง ขึ้นกับบรรยากาศของเรื่องนั้นๆด้วย

 

พี่จุดคะ โอ๋โหลดรูปพี่จุดที่ทำให้ขนาดพอดีใส่ในประวัติได้เลยมาไว้ที่ไฟล์อัลบั้มของโอ๋แล้วนะคะ พี่จุดแค่ copy link http://gotoknow.org/file/panothai/%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94120x160.jpg เอาไปแปะตรงที่ใส่ link ในประวัติได้เลยนะคะ แปลกใจนิดนึงว่า link มันย้าว ยาว ยังไงพี่จุดลากไปให้ครบนะคะ ตั้งแต่ http ไปจนหมดถึง jpg เลย

เอารูปมาแปะให้ดูตรงนี้ด้วยค่ะ

ปารมี
IP: xxx.136.198.72
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ได้ความรู้เบื้องหลังกิจกรรมที่ให้ผลดีๆ ว่ามีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องบ้าง ขอบคุณค่ะ
ปารมี
IP: xxx.136.198.72
เขียนเมื่อ 

คุณโอ๋คะ ชอบรูปพี่จุดที่ใช้ปัจจุบันมากกว่า พื้นเป็นธรรมชาติ ดูอบอุ่น สบายๆ ดีกว่าค่ะ

 

จุฑารัตน์
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณมากค่ะคุณโอ๋ ขอโทษด้วยนะคะที่ตอบช้า ไป กทม.เพิ่งกลับมาค่ะ
เห็นด้วยกับอ.ปารมีค่ะ ดูอีกทีรูปที่ใช้อยู่ นอกจากพื้นหลังจะเป็นธรรมฃาติแล้ว พี่จุดยังยิ้มได้ "สุดๆ" กว่าด้วยค่ะ มองแล้วจะเผลอยิ้มตามไปด้วยทุกที
จุฑารัตน์
IP: xxx.170.234.5
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ พี่จุดคงรูปเดิมนะคะ

             ตะกี้ส่งบันทึกไปโดยไม่ได้ใส่รหัสตัวเลข  ก็เลยมีเรื่องความเฉยของตัวเองมาเล่าสู่ให้ฟัง  เผื่อจะได้เผลอยิ้มตามอีกเป็นรอบสอง

             เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อพี่จุดกลับจาก กทม. ถึงบ้านหลังจากเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก็รีบเปิด mail ทันทีด้วยใจคิดถึง เพราะไปเสียหลายวัน เมื่อตอบ mail เสร็จ จะใส่รหัสตัวเลข ก็เห็นรหัสไม่เหมือนเดิม มีตัวหนังสือบิดๆเอียงๆปนอยู่กับตัวเลขอยู่ด้วย  ก็พยายามเพ้งมองว่าคือตัวเลขอะไร ยื่นหน้าเข้าใกล้จอก็แล้ว ถอยหน้าออกก็แล้ว ยังมองไม่ชัดว่าเป็นตัวเลขอะไร ถ้าอย่างนั้นเดาดีกว่าว่าน่าจะเป็นตัวเลขอะไรบ้าง พิมพ์ตามที่เดา บันทึกไม่ไป เดาอยู่สองครั้ง ก็ยังไม่ไป ก็เลยตัดสินใจพิมพ์ตามที่เห็น.......ไปแง๊ะ......เกิดอะไรขึ้น ....... เพิ่งจะเข้าใจหลังจากได้อ่านบันทึกของ อ. จันทวรรณ  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าฝังใจกับวิธืการเดิมๆ