ต้นกล้าแห่งอนาคต l การดูแลแบบครอบครัว
ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ณ วัดป่าหนองไคร้ ติ๋วมีโอกาสได้เข้าไปบ้างบางครั้ง แม้จะไม่บ่อยนัก โดยส่วนใหญ่ไปแบบมี “หน้าที่” แต่ทุก ๆครั้งที่เข้าไปสัมผัส ให้ความรู้สึกประหนึ่งครอบครัว ทุก ๆ คนที่เข้ามารับการฟื้นฟูที่นี่ มีหน้าที่ มีโอกาสในการ “ฝึกตน”
โดยใช้หลัก ทาน ศีล และภาวนา
การทำงานกับคนเหล่านี้ ไม่ง่ายนัก หากท่านเคยมีลูก คงจะเห็นภาพได้ชัดเจนว่า
“กว่าจะเลี้ยงลูกคนหนึ่ง ต้องใช้พลัง แรงกาย แรงใจ มากแค่ไหน”
เวลาลูกดื้อ พ่อแม่ ก็ต้องมี กลยุทธ์ในการรับมือ ใช่ว่า
“การตี หรือ ลงโทษจะใช้ได้เสมอไป จริงไหมค่ะ”
ท่านลองจินตนาการดูว่า
“ที่นี่มีลูกดื้อ ๆ มาร่วมกันครั้งละ ๑๕-๒๐ คน
เพราะทุกคนเคยหลงผิด เสพสิ่งเสพติดมา ค้ามาบ้าง ดมกาวมาบ้าง จิตใจบอบช้ำมา ต่าง ๆนาน ๆ”
ลองนึกดูว่า “พ่อแม่ที่ดูแลจะเหนื่อยเพียงไหน”
วันที่ติ๋วขับรถเอาเครื่องปรุงไปถวายครั้งแรก เป็นช่วงเวลาเย็น ๆ ผู้ที่มาบำบัด เตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน โดยมีพระอาจารย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด พอไปถึงเกมกีฬายุติลงชั่วขณะ เพื่อมาช่วยกันขนของ เมื่อเสร็จกิจ แต่ละคนก็ขอโอกาสลงสู่สนามต่อ

เป็นภาพที่หาได้ไม่ง่ายนักสำหรับบรรยากาศแบบนี้ แววตาที่เขาได้รับอนุญาตจากพระอาจารย์ให้ไปเล่นต่อนี่ ฉายแววแห่งความสุขชัดเจน
ที่นี่คงเป็นยิ่งกว่าบ้าน เพราะหลาย ๆ คนที่ผ่านวิบากกรรมแห่งชีวิตมาอาจจะไม่เคยสัมผัส “ความรักความอบอุ่นในครอบครัว” แต่สำหรับที่นี่ มีสิ่ง ๆ นี้อย่างล้นปี่ จากผู้ดูแล
และที่ติ๋วสัมผัสได้จากใจของผู้มาฟื้นฟูว่าเขาโหยหา
และได้รับจากที่นี่อย่างเต็มเปี่ยมคือ “ความรักและความเข้าใจ”
กับช่วงเวลาสั้น ๆที่ได้สัมผัสศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด อันอบอุ่น

คือผมไม่ใช่คนติดยานะครับ แต่ก็ยอมรับว่า ทาน ศีล ภาวนา ช่วยผมได้มากเหลือเกิน
เล่าได้ดีจังเลย...พี่มาขอยืมบางภาพไปเล่าบ้างนะ
เต็มที่เลยค่ะพี่โอ.......(^-^)
มาช่วยกันแบ่งปันนะคะ
อนุโมทนาสาธุค่ะคุณ บีเวอร์
ไม่มีการเรียนรู้ใดที่ล้ำค่ากว่าการปฏิบัติเอง เรียนรู้เอง แล้วก็เข้าใจเอง
ดังที่ผู้รู้ท่านกล่าวไว้ว่า "สิ่งที่รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน"........สาธุค่ะ (^_^)