เรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของพระใสแบบย่อ ๆ

ยามค่ำคืนที่เมืองหาดใหญ่ตอนนี้ร้อนเอาการเอางานอยู่พอสมควร  กำลังจะมาเล่าเรื่องต่อจากตอนที่แล้วว่า  การไปเรียนนอกสถานที่จากเมืองปักษ์ใต้ถึงสุดแดนสยามริมฝั่งโขงของพวกเรานั้นก็สร้างสีสันต์บรรยากาศได้พอสมควร...

แรกถึงเมืองหนองคายพวกเราไปสักการะบูชาพระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคายคือหลวงพ่อพระใสองค์นี้ละอยู่ที่โบสถ์วัดโพธ์ชัยในกลางเมืองหนองคาย

พวกเราก้มลงกราบตามแบบชาวพุทธ

มีการกล่าวคำบูชาพร้อมเสร็จ

ขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก หลวงพ่อพระใสสร้างในกรุงเวียงจันทร์เป็นชื่อนามธิดาของพระเจ้าชัยเชษฐาธิราช ที่ครองอาณาจักรเวียงจันทร์ ชื่อใส สุก เสริม พระใสได้นิมนต์ข้ามฝั่งมาแดนสยามทั้ง 3 องค์

พระสุกแพแยกตกลงกลางแม่น้ำโขง..พระใสเกวียนหักยกไม่ขึ้นเลยอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิชัยนี้ ส่วนพระเสริมไปอยู่วัดประทุมวนาราม กรุงเทพ ฯ ในทุกวันนี้

ยามค่ำคืนวันเดือนมืดพวกเราไปทานอาหารอีสานกันในริมฝั่งแม่น้ำโขงเลยทีเดียว  ต้องขอขอบคุณเพื่อนพ้องน้องพี่ชาว ม.มจร. วข. หนองคาย ที่มาคอยต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ด้วยความเป็นเลือดมหาจุฬา ฯ ด้วยกันรักกันผูกสัมพันธไมตรีไม่เสื่อมคลาย...

ยูมิกับ อ. วีระพล นิสิต ป. โท เดินทางไปด้วยกันที่ช่วยบึกภาพจากกล้องยูมิส่วนใหญ่

ยืนริมฝั่งโขงเมืองหนองคายยามค่ำคืน

ก่อนขึ้นฝั่งไปนอนในเมืองหนองคาย  ได้รู้ว่าเดิมเมืองหนองคายชื่อ หนองไผ่ แถบนี้มีหนองเยอะ ไม่ไกลจากนี้ชื่อหนองแดง  ต่อมามีสัตว์ใหญ่ ( พญานาค ) มาคายหรือสำรอกเศษกระดูกที่หนองไผ่นี้ผู้คนจึงเรียกว่า  หนองคาย และสัตว์ดังกล่าวไปล้างเลือดที่ชื่อหนองแดงนั้นได้นามเรียกขานต่อมาว่าหนองแดงเป็นต้น