กาลเวลาผ่านไปจะเนิ่นนานเพียงไหน "สิ่งที่ประทับใจก็จะจดจำเสมอไม่เคยลืม" การเขียนบันทึกเล่าถึงคุณครูที่สอนมาในวัยเรียน ได้จบไปแล้วหนึ่งบันทึกสำหรับคุณครูที่สอนชั้นอนุบาลและประถมศึกษา บันทึกนี้จะเขียนถึงคุณครูที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
คุณครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ชื่อ "คุณครูชิดเชื้อ รูปะวิเชตร์" ท่านเป็นคนยิ้มนิด ๆ เดินสวย สง่างามมาก พูดเสียงไม่ดังมากแต่มีความชัดเจน ทำให้นักเรียนได้ยินทั่วถึงกัน ท่านมีทั้งลูกสาวและหลานสาวอยู่ในห้องเรียน แต่ทั้งลูกและหลานก็ไม่รับสิทธิพิเศษกว่านักเรียนคนอื่น ๆ "เย็นวันหนึ่งฉันไม่ทันรถ ต้องรอผู้ปกครองมารับ คุณครูมาพบเข้าและเดินผ่านออกประตูไปแล้ว แต่ท่านเดินย้อนกลับมาอยู่เป็นเพื่อนฉัน เดิมฉันไม่ชอบเรียนภาษาไทยเพราะคิดว่ามันซับซ้อน สับสน จดจำยาก แต่คุณครูทำให้ฉันกลับมาสนใจเรียนภาษาไทยและเรียนได้ดีขึ้น" คุณครูท่านนี้ไม่นิยมการลงโทษนักเรียนโดยการเฆี่ยนตี แต่ท่านลงโทษโดยให้นักเรียนที่ทำผิดได้ทำงานมีการบ้านภาษาไทยเพิ่มขึ้น แต่ละคนได้การบ้านไม่เหมือนกัน คุณครูอาจจะป้องกันการคัดลอก หรือคุณครูเน้นความแตกต่างระหว่างบุคคล นอกจากนี้ยังมีคุณครูอีกหลายท่านสอนในวิชาต่าง ๆ กัน
คุณครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ชื่อ "คุณครูคมขำ ณ เชียงใหม่" คุณครูตัวเล็ก บอบบาง คมขำสมชื่อ คล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ท่านสอนประวัติศาสตร์ "การสอนของท่านไม่น่าเบื่อ ทำให้ฉันเข้าใจดี ฉันจึงสนใจและตั้งใจเรียนประวัติศาสตร์ ท่านจะถามนักเรียนอ่อนก่อนนักเรียนเก่ง เมื่อภายหลังนักเรียนเก่งตอบแล้ว ทำให้นักเรียนนำคำตอบของเพื่อน ๆ มาสรุปเป็นความคิดรวบยอดของตนเองได้ นักเรียนทุกคนมีโอกาสพูดโดยไม่ต้องบังคับ หากใครยังไม่ได้พูดครูจะไม่สอนบทเรียนใหม่ และบทเรียนใหม่คือปัญหาของนักเรียนที่เกิดข้อสงสัย" ทำให้ฉันนึกถึงปรัชญาการจัดการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญเกิดขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่ฉันเป็นเด็กมัธยม
คุณครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เป็นผู้ชายชื่อ "คุณครูบุญส่ง แซ่อึ้ง" ท่านเป็นคนเจ้าระเบียบ แต่งกายสะอาด เรียบร้อย และชอบให้นักเรียนทำงานเป็นระเบียบวิชาที่ท่านสอนคือคณิตศาสตร์ "วันหนึ่งท่านนำสมุดแบบฝึกหัดของฉันไปกางให้นักเรียนดูหน้าชั้นทุกชั้นที่ท่านสอน เพราะเป็นความเรียบร้อย ที่ฉันประทับใจคือตอนที่ฉันไม่เข้าใจโจทย์เลขข้อหนึ่ง ฉันจึงไปถาม แทนที่ท่านจะอธิบายท่านกลับบอกว่า คณิตศาสตร์เป็นวิชาคิดไม่ใช่วิชาถาม" และฉันก็กลับไปคิดใหม่ สามารถทำได้และตั้งใจเรียนขณะที่ท่านสอนมากขึ้น ทำให้การเรียนใช้ได้ และนำประสบการณ์มาใช้กับนักเรียนของฉันได้อีก
คุณครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ชื่อ "คุณครูดุษฏี พงษ์สวัสดิ์" เสียงดัง ฟังชัด แค่ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของอาจารย์เดินมา พวกเราก็นั่งนิ่งตัวตรง ท่านสอนภาษาไทย "วันนั้นมีภาพยนต์การกุศล แต่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ห้อง ๑ ไม่ยอมไปชมภาพยนต์ เพราะคิดว่าจะได้ปล่อยกลับบ้าน แต่โรงเรียนไม่ปล่อยให้อยู่ในโรงเรียนจนกว่าจะเลิกเรียน ทำให้พวกเราไปยืนคอยหน้าโรงเรียน เพื่อนคนหนึ่งทดลองเอาศีรษะออกไปนอกรั้วได้และหมุนตัวออกได้ด้วย จึงพากันออกไปทีละคน คุณครูมาพบเข้าพอดี ถ้าฝ่ายปกครองจับได้พวกเราต้องถูกลงโทษอย่างหนัก แต่คุณครูให้พวกเราเลือกการลงโทษเองตามที่ต้องการ ฉันขอถอนหญ้าหน้าเสาธงเป็นเวลา ๑ เดือน" การจัดการขอคุณครูสอดคล้องกับการใช้วินัยเชิงบวก ที่กำลังโด่งดังกันมาเมื่อไม่นานนี้ แทนที่ส่งรายชื่อให้ครูฝ่ายปกครองแต่คุณครูไม่ทำเช่นนั้น
คุณครูชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เป็นผู้ชายชื่อ "คุณครูบำรุง โตคง" ท่านสอนวิชาฟิสิกส์ ฉันจำคำพูดที่คุณครูบอกอยู่บ่อย ๆว่า "อันที่จะจดจำต้องท่อง ถ้าไม่ท่องจะจำได้อย่างไร เมื่อจำได้ก็ควรนำไปใช้ได้ถูกต้องด้วย จะใช้ให้ถูกต้องอย่างไรพวกเธอต้องตั้งใจเรียนและช่วยกันคิดตามไปด้วย ไม่เข้าใจเอาไว้ถามเลิกเรียน ถึงแม้คุณครูจะเป็นผู้ชาย แต่คุณครูมีรอยยิ้มที่เปิดเผย อบอุ่น" ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไปเข้าแถวหลังเลิกเรียนที่หน้าห้องของคุณครูแทบทุกวัน และจดจำเทคนิคของท่านมาสอนนักเรียนของฉันด้วย
คุณครูที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีก ๓ ท่านคือครูชาวต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษา "คุณครูมาธาร์ คุณครูดอน คุณครูเจสัน ครูเอมี ครูร๊อบ" คุณครูสอนร่วมกับครูไทยอีก ๕ ท่านคือคุณครูสมจิตร คุณครูอัศวิน คุณครูคมสัน คุณครูวันเพ็ญ และคุณครูอรพิณ ขอบอกได้สั้น ๆ ว่า "เพราะครูสอนดีทำให้ฉันมีความสนใจและรักในการเรียนภาษาอังกฤษ" แบบอย่างที่ได้จากครูฝรั่งคือความว่องไว กระฉับกระเฉง ให้ความเป็นกันเอง ให้กำลังใจ จัดกิจกรรมไม่เบื่อหน่าย ไม่ซ้ำซาก มีอารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดี และที่สำคัญมีสื่อประกอบกิจกรรมทุกครั้งซึ่งสื่อแต่ละชิ้นเป็นสิ่งของง่าย ๆ ไม่ต้องหรูหรา ให้กำลังใจนักเรียนทุกคนแม้ว่าจะผิดก็ได้รับการปรบมือ
คุณครู Don ถามฉันว่า "Kim,where were you yesterday?
ฉันตอบคุณครูว่า : At home.
ครู Don : What did you do?
ฉัน : I watched TV. (ออกเสียงผิด)
ครู Don : Oh dear ! Kim, เก่งม๊าก หมาก ซัก โท รา ทัด ได๊
ฉันจึงได้ฝึกออกเสียงคำว่า watch/ watched และ wash / washed จนคล่องว่า I watch / watched TV. และ I wash /washed dishes. และคุณครูจะนำคำที่คล้ายกันมาสร้างสถานการณ์ให้ฉันฝึกบ่อย ๆ จนเคยชิน วันเวลาผ่านไปคุณครู Don ไม่เคยลืมเลย เมื่อมีโอกาสท่านจะทบทวนให้อีกเสมอ "การเอาใจใส่ต่อนักเรียน" ที่เป็นคุณลักษณะพิเศษของครู Don ยังมีอีกมากมายที่ปฏิบัติต่อนักเรียนคนอื่น ๆ
การอบรมสั่งสอนในการทำคุณงามความดีนั้น เป็นเรื่องของระเบียบวินัยที่โรงเรียนมีกฏระเบียบไว้ และปฏิบัติสืบต่อกันมา ไม่มีนักเรียนเหลวไหลหรือฝ่าฝืนกฏระเบียบของโรงเรียน คุณครูจึงไม่ยุ่งยากลำบากใจต่อพฤติกรรมของนักเรียน "เพราะพวกเรากลัวครู กลัวพ่อแม่ กลัวการถูกลงโทษ และกลัวถูกคัดชื่อออกจากโรงเรียน และพวกเราอายเพื่อนหากทำผิด"
เนื่องในวันครู ๒๕๕๔ ขอส่งใจรำลึกถึงพระคุณของคุณครูทุกท่าน ไม่ว่าคุณครูจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ขอบูชาด้วยความเคารพไม่เสื่อมคลาย และขอเป็นกำลังใจให้ "คุณครูทุกท่านมีความสุขกับการพัฒนาเด็ก"
สวัสดีค่ะคุณครูคิม
มารับพลังใจเพิ่มในการพัฒนาเด็กต่อไปค่ะ และร่วมคารวะคุณครูทุกท่านค่ะ
ระลึกถึงครูคิมเสมอค่ะ...เหมียว
สวัสดีค่ะพี่คิม
ทุกคนโตมาได้ก็เพราะครูนะคะ พ่อแม่คือครูคนแรกค่ะ
มีความสุขเมื่อได้พูดถึงครูของเรานะคะ
สุขสันต์วันครูค่ะ
อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่คุณครูคิม
ศิษย์ดีเพราะมีครู ร่วมรำลึกพระคุณครูทุกๆท่านค่ะ
โชคดีมีความสุขมากๆค่ะ พี่คุณครูคิม
หมอสุข
สวัสดีค่ะน้องKanchana
สวัสดีค่ะน้องเมียวดี
สวัสดีค่ะน้องKRUDALA
สวัสดีค่ะน้องmena
สวัสดีค่ะน้องนาย ฐานิศวร์ ผลเจริญ
สวัสดีค่ะคุณหมอสุข
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ เขื่อนแก้ว
คารวะครูที่อยู่ในระบบไม่ได้ สวัสดีวันครู ครูคือพิมพ์ของชาติ ชาติยังคงต้องการพิม์คุณภาพเช่นเดิม http://gotoknow.org/blog/somdejmas/420570?page=1
มาชวนพี่คิมไปฟังเพลงรางวัลให้ครูค่ะ http://gotoknow.org/blog/katipot/420159
สวัสดีค่ะท่านเบดูอิน
สวัสดีค่ะน้องติ๋มKanchana