อาชญากรรม
และทัณฑกรรม


 ผู้พิพากษาคนหนึ่งในนครนั้นลุกขึ้นก้าวออกมาพูดว่า
ได้โปรดบอกเราถึง อาชญากรรมและทัณฑกรรม
และท่านตอบว่า

เมื่อใดวิญญาณของเธอออกท่องเที่ยวไปกับสายลม
ขณะนั้นเอง เธอผู้อยู่โดดเดี่ยวและมิได้มีผู้ระวัง
ก็ประทุษร้ายต่อผู้อื่น คือประทุษร้ายต่อตนเอง
และเพราะความผิดอันได้กระทำขึ้นนั้น

เมื่อเธอไปเคาะและรอที่ประตูของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย
เธอจะจำต้องรออยู่อย่างไม่มีใครเอาใจใส่เสียขณะหนึ่งก่อน
อาตมันในเธอนั้นเป็นประดุจมหาสมุทร
มันดำรงอยู่ไร้ราคีนิรันดร
และเช่นกับห้วงเวหา มันยกเฉพาะผู้มีปีกขึ้น

อาตมันในเธอนั้นเป็นประดุจดวงอาทิตย์
มันไม่รู้จักทางมุดของสัตว์เล็ก
หรือเที่ยวใฝ่หารังรูของงูเห่า
แต่อาตมันก็มิได้ดำรงอยู่โดดเดี่ยวในเธอ
ส่วนใหญ่ในเธอยังเป็นปุถุชน
และส่วนมากก็ไม่เป็นมนุษย์
แต่เป็นเจ้าแคระไร้สารรูป
ซึ่งเดินหลับอยู่ในหมอกมัว
แสวงหาความตื่นของตนเอง

และบัดนี้เราจะพูดถึงส่วนปุถุชนในตัวเธอ
เพราะมิใช่อาตมัน หรือเจ้าแคระในหมอกมัว
แต่ปุถุชนนั้นเองที่รู้จักอาชญากรรม และทัณฑกรรม

บ่อยครั้งที่เราได้ยิน
เธอกล่าวขวัญถึงผู้กระทำความผิดพลาด
ด้วยคำพูดประหนึ่งว่า เขาผู้นั้นมิใช่พวกเธอคนหนึ่ง
แต่เป็นผู้แปลกหน้าและเป็นผู้เข้ามารังควานโลกของเธอ
แต่เรากล่าวว่า
ผู้บริสุทธิ์และทรงคุณธรรม
ไม่อาจก้าวขึ้นเหนือสิ่งสูงสุดอันดำรงอยู่ในเธอแต่ละคนได้
เช่นเดียวกัน ผู้เลวทราม และผู้อ่อนแอ
ก็ไม่อาจตกต่ำกว่าระดับต่ำที่สุดของเธอได้
ดังเช่นใบไม้แต่ละใบไม่อาจแปรเป็นสีเหลืองได้โดยทั้งลำต้น
โดยไม่ได้มีความรู้อย่างเงียบ ๆ ฉันใด
ผู้กระทำผิดก็ไม่อาจกระทำชั่วได้โดยปราศจากความมุ่งมาด
อันแอบแฝงอยู่ในเธอทั้งหมดฉันนั้น


เธอทั้งหลายพากันเดินเข้าสู่อาตมันเป็นขบวนแถว
เธอเป็นทางเดิน และเป็นทั้งผู้เดินทาง
และเมื่อเธอคนหนึ่งสะดุดล้มลงนั้น
เขาล้มลงเพื่อผู้อยู่ข้างหลัง
โดยเตือนให้ผู้อื่นระวังก้อนหินที่ขวางทาง
และเขาล้มลงเพื่อผู้ที่ไปข้างหน้า
ซึ่งถึงแม้เดินไปได้โดยเร็วกว่าและก้าวเที่ยงกว่า
แต่ก็มิได้เอาก้อนหินที่ขวางทางออกไปเสียด้วย


และจงจำสิ่งต่อไปนี้ด้วย
แม้ว่าโลกนี้จะกดทับบนดวงใจของเธอเพียงใด
ผู้ถูกฆ่านั้นจะต้องมีส่วนรับผิดในการฆาตกรรมของตนเอง
ผู้ถูกลักขโมยเป็นผิดด้วยในการที่ถูกขโมย
ผู้ประพฤติถูกต้องก็มิพ้นมลทินจากการกระทำของผู้ต่ำช้า
และผู้มีมือสะอาดก็แปดเปื้อนด้วยเพราะการกระทำของอาชญากร


ถูกแล้ว บ่อยครั้งที่ผู้ต้องหากลายเป็นเหยื่อของผู้บาดเจ็บ
และที่ยิ่งบ่อยกว่านั้นก็คือผู้ถูกลงทัณฑ์
กลายเป็นผู้ต้องแบกภาระของผู้ไม่มีผิด และผู้ไม่ถูกติเตียน

เธอไม่อาจแยกผู้เที่ยงธรรมออกจากผู้มีอคติ
และแยกผู้มีธรรมออกจากคนเลวทราม
เพราะเขาทั้งหลายนั้นยืนเผชิญแสงแดดอยู่ด้วยกัน
เช่นเดียวกับเส้นด้ายดำขาวถักทออยู่ด้วยกัน
และเมื่อเส้นด้ายดำขาดลง ผู้ทอก็จะตรวจดูผ้าทั้งผืน
และก็จะตรวจดูหูกที่ใช้ทอด้วย

ถ้าเธอคนใดจะพิจารณาตัดสินภรรยาผู้นอกใจ
ก็ขอจงชั่งดวงใจ และหยั่งวัดวิญญาณของสามีนางด้วย
และผู้ใดจะโบยผู้กระทำผิด
ก็ขอจงมองเข้าไปในวิญญาณของเจ้าทุกข์
และถ้าเธอคนใดจะลงทัณฑกรรมในนามของคุณธรรม
และจะเหวี่ยงขวานตัดพฤกษ์ร้าย
ก็ขอเขาจงได้มองลึกลงไปยังรากของมัน
และเขาก็จะพบโดยแน่แท้เทียวว่า
รากของต้นไม้ทั้งดีและเลว
ทั้งที่มีผลและไร้ผลทั้งหมดนั้น
เกี่ยวรัดกันอย่างสนิทแนบใน
ท่ามกลางดวงใจอันเงียบสงัดของพิภพ
และเธอผู้เป็นตุลาการมุ่งความเที่ยงธรรม
เธอจะพิพากษาอย่างไรสำหรับผู้ไม่ผิดตามทางโลก
แต่เป็นโจรทางวิญญาณ
และเธอจะลงทัณฑ์อย่างไรต่อบุคคล
ซึ่งมีการกระทำหลอกลวงและข่มเหง
แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ต้องทุกข์และถูกข่มเหงด้วย
เธอจะลงโทษสถานใดแก่ผู้ที่มีความเสียใจ
สำนึกผิดยิ่งกว่าความผิดพลาดของตนเองนัก

ก็ความสลดสำนึกในความผิดนั้น
เป็นไปตามบัญญัติเที่ยงธรรม
อันเธอย่อมจะพอใจยิ่งแล้วมิใช่หรือ
เธอย่อมไม่อาจทำให้ผู้บริสุทธิ์สำนึกผิด
หรือปลดเปลื้องความสำนึกผิดนั้นออกจากผู้มีผิดได้
มันจะมาเยือนในยามราตรีโดยไม่ต้องการคำเชื้อเชิญ
เพื่อมนุษย์นั้นจะได้ผวาตื่นขึ้นและพินิจดูตนเอง
และเธอผู้ต้องการเข้าถึงความยุติธรรม
เธอจะเข้าใจได้อย่างไร
ถ้าไม่คอยเฝ้าดูกรรมทั้งหลายในแสงสว่างเต็มที่
จากนั้นเท่านั้นที่เธอจะได้ทราบว่า
ทั้งผู้ยืนตรงอยู่และผู้ล้มไปแล้วเป็นมนุษย์คนเดียว
และทิวากาลแห่งอาตมันในตน
และเธอก็จะได้เห็นว่า
ก้อนหินซึ่งวางอยู่ที่เสามุมของโบสถ์นั้น
มิได้มีระดับสูงไปกว่า
ก้อนที่วางเป็นรากฐานลึกที่สุดของโบสถ์เลย