บ้านเรือน แล้วช่างปูนคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า และพูดว่า ได้โปรดกล่าวถึง บ้านเรือน และท่านตอบกล่าวว่า จงสร้างบ้านพักในแดนเปลี่ยว ด้วยจินตนาการของเธอ ก่อนที่เธอจะสร้างบ้านเรือนขึ้นในกำแพงนคร เพราะไม่แต่เธอเท่านั้นที่กลับมาพักผ่อนที่บ้านในยามพลบ แต่ผู้ท่องเที่ยวในเธอด้วยจะต้องกลับไป ยังบ้านอันห่างไกลและโดดเดี่ยวนั้น บ้านของเธอคือกายอันใหญ่ของเธอ มันเติบโตภายใต้แสงแดด และหลับในความสงัดนิ่งแห่งราตรีกาล แต่มันก็มิได้ไร้ความฝัน บ้านของเธอไม่ฝันหรอกหรือ และในความฝันนั้น มันก็ละจากนครไปสู่หมู่ไม้และขุนเขา เรานี้อยากจะรวบบ้านเรือนของเธอทั้งหลายไว้ในอุ้งมือ และหว่านโปรยมันลงยังป่า และทุ่ง เหมือนดังชาวนาหว่านเมล็ดพันธุ์พืช เราอยากจะให้หุบเขานั้นเป็นถนนใหญ่ และทางผ่านท้องทุ่งเขียวชอุ่มเป็นทางเดินของเธอ เพื่อว่าเธอจะได้เที่ยวหากันและกันในไร่องุ่น และมีกลิ่นไอของดินติดเสื้อผ้ามา แต่สิ่งเหล่านี้จะยังเป็นไปไม่ได้ ด้วยความหวาดกลัว บรรพบุรุษของเธอได้รวบรวมพวกเธอไว้ใกล้กันเกินไป และความหวาดกลัวนั้นจะยังดำรงต่อไปอีก และกำแพงนครก็จะกั้นขวางดวงใจของเธอไว้จากท้องทุ่งต่อไปอีก และประชาชนชาวออร์ฟาลีส ได้โปรดบอกเราว่า เธอมีอะไรในบ้านเหล่านี้ เธอได้เฝ้าระแวดระวังอะไรไว้ด้วยประตูอันปิดแน่นนั้น เธอมีสันติสุขอันแสดงพลังภายในเธอหรือเปล่า เธอมีความทรงจำอันเป็นประดุจซุ้มโค้ง ครอบยอดแห่งดวงจิตเธอหรือเปล่า เธอมีความงามอันนำดวงใจก้าวข้ามจากสิ่งที่สร้างด้วยไม้และหิน ไปยังขุนเขาแห่งความบริสุทธิ์หรือเปล่า บอกเราสิว่า เธอมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในบ้านของเธอหรือไม่ หรือว่าเธอมีแต่เพียงความสะดวกสบาย และความใคร่ต่อความสะดวกสบาย เจ้าสิ่งต่ำช้านั้นที่มาสู่บ้าน ในฐานะของผู้เยี่ยมเยียน แล้วกลายเป็นเจ้าของบ้าน และก็กลายเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง ถูกแล้ว และมันกลายเป็นผู้ขนาบเธอ มันใช้ขอสับและแซ่ กระทำความปรารถนาสูงส่งของเธอให้เป็นดังหุ่นเชิด แม้ว่ามือของมันอ่อนนุ่มดุจผ้าไหม แต่ดวงใจของมันดังศิลา มันเห่กล่อมให้เธอหลับ เพียงเพื่อจะได้ยืนอยู่ริมเตียง และร้องสรรเสริญคุณค่าของราคะ มันเยาะหยันความรู้ผิดชอบของเธอ แล้วปล่อยทิ้งลงบนกอหนามดุจภาชนะแตกเปราะ แท้จริงนั้น ราคะต่อความสะดวกสบาย ประหารความมุ่งมาดแห่งวิญญาณ แล้วก็ไปเดินแสยะยิ้มในขบวนศพ แต่เธอผู้เป็นบุตรธิดาแห่งเวหา เธอผู้ไม่ยอมอยู่นิ่งในความพักสงบ เธอต้องไม่ยอมถูกดักจับไว้ หรือฝึกให้เชื่อง อย่าให้บ้านของเธอเป็นสมอ จงให้มันเป็นเสาใบ อย่าให้มันเป็นสะเก็ดบนแผล แต่จงให้มันเป็นประดุจเปลือกตาอันระวังรักษาจักษุไว้ อย่าได้หุบห่อปีกของเธอเพียงเพื่อจะลอดผ่านประตู อย่าได้ก้มศีรษะด้วยกลัวว่าจะชนเพดาน อย่ากลั้นอัดลมหายใจ ด้วยเกรงว่ากำแพงจะร้าวและพังลง อย่าอาศัยอยู่ในสุสาน ซึ่งผู้ตายไปแล้วสร้างไว้สำหรับผู้ยังอยู่ และแม้ว่าบ้านของเธอนั้นจะใหญ่โตโอ่อ่าเพียงใด ก็อย่าให้มันเก็บรักษาความลับ หรือคุ้มป้องความเฝ้ารอของเธอไว้ เพราะสิ่งซึ่งไร้ขอบเขตในเธอนั้น ดำรงอยู่ในเคหาสน์แห่งเวหา มีหมอก ณ รุ่งอรุณเป็นประตู และมีหน้าต่างคือเสียงเพลง และความสงัดแห่งราตรีกาล --------------------------------------------------------------------------------
ปรัชญาชีวิต"คาลิล ยิบราน"ตอนที่9
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น