ส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่อย่างเป็นศิริมงคล

ธรรมดาแล้ววันเวลาก็หมุนเวียนไปตามธรรมชาิติของเขา แต่ก็หมุนไปสู่ความแตกดับ พร้อมการนำพาชีวิตสัตว์ที่อยู่ในวงล้อของกาลเวลาก็หมุนพาไปด้วยเช่นกัน...นี้เป็นความจริง แต่เมื่อมนุษย์เราได้กำหนดวันเวลาขึ้นมาเพื่อทำงาน เพื่อเป็นเครื่องหมายรู้ เราก็มีวันปีใหม่ กำหนดว่าเป็นวันปีใหม่ เราก็มีการรื่นเริงกันตามอารยธรรมตะวันตก มีการจัดงานรื่นเริง จับของขวัญ กินเหล้า ร้องรำทำเพลงต่าง ๆ เพราะการเฉลิมฉลองอย่างไร้สติ จึงนำไปสู่อุบัติเหตุึและความตาย จึงเกิดโศกนาฏกรรมต่าง ๆ ขึ้น ความจริงเราน่าจะมีการขอบคุณวันเวลาและบุญกุศลที่ยังคงรักษาให้เรามีอายุยืนยาวมาจนถึงวันนี้ แล้วก็ยังไม่รู้เหมือนกันวันพรุ่งนี้จะมีอะไรมาเยี่ยมทักทายเราอีก...โดยเฉพาะบาปเคราะห์ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ควรประมา์ท ในคืนของปีเก่า เราควรจะก้าวข้ามไปสู่ปีใหม่อย่างมีสติ ขอบคุณชีวิต นึกถึงความเป็นอนิจจังว่าเราแก่ไปอีกปี ไม่รู้่เราจะมีเวลาในโลกนี้เท่าไหร่กัีน เราควรที่จะตั้งใจกับตัวเองว่าจะบำเพ็ญประโยชน์ทั้งสองด้านให้สมบูรณ์ถึงพร้อม คือ อัตตหิตประโยชน์ ประโยชน์ตนคือการฝึกฝน สั่งสมความดีบุญกุศลให้มากไว้ และปรหิตประโยชน์ ประโยชน์สังคมคือไม่เห็นแก่ตัว เจียดเวลาช่วยเหลือสังคมและคนอื่นบ้าง...
ในเดือนสุดท้ายของการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่อย่างเป็นศิริมงคล วัดแก่งกระจานจึงได้จัดบวชเนกขัมมบารมี ๒ ปีซ้อน และเจริญพุทธมนต์ข้ามปีเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตนเองครอบครัว พากันก้าวข้ามจากปีเก่าสู่ปีใหม่อย่างเป็นศิริมงคลที่สุด ก็เป็นบรรยากาศและภาพที่แตกต่างที่คนทั้งหลายกำลังรื่นเริงกันด้วยการร้องรำทำเพลง ดื่มสุรา ก็มีผู้คนอีกจำนวนน้อย ๆ หนึ่งที่หวังความเป็นมงคลแก่ชีวิตโดยไม่สิ้นเปลืองอะไร มาเจริญพุทธมนต์ที่อุโบสถวัดแก่งกระจาน..

พระสงฆ์วัดแก่งกระจานนำสาธุชนเจริญพุทธมนต์

สาธุชนเพียงจำนวนน้อยที่ใฝ่ความเป็นมงคลแก่ชีวิตจึงพาครอบครัวมาถือบวชและเจริญพุทธมนต์ ในคืนสุดท้ายของปีเก่่า พ.ศ.๒๕๕๓

และเจริญสมาธิอธิษฐานจิตเื่พื่อให้สิ่งดีดีที่เป็นมงคลแก่ชีวิตมาสู่ชีวิตในปีใหม่ที่จะมาถึงอีกไม่กี่นาทีนี้

สาธุชนเอาจริงเอาจังกับการเจริญมนต์ในคืนปีเก่า...ก้าวสู่ปีใหม่

หนูก๊อมาเคาดาวน์กะเค้าเหมือนกันแต่...ง่วงซะก่อน...ว้า..

ปีใหม่มาแว้ว...แก่ไปอีกปีซิเรา......
นอกจากการเชิญชวนสาธุชนมานับเวลาถอยหลังสู่ปึใหม่อย่างเป็นศิริมงคลและมีสติแล้วก็ยังได้มีการบวชเนกขัมมบารมี ๒ ปีซ้อน...เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นการชิมลอง หรือว่าเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรัีบคนที่เบื่อความสนุกแบบเมา ๆ หรือจับของขวัญ ร้องรำทำเพลงแบบเดิม ๆ ที่อาจจะเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฎกรรมง่าย ๆ เปลี่ยนมาเป็นแบบเอาใจใส่กับชีวิต จิตใจ ตระหนักถึงความจริงของชีวิต ที่เราต้องดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวังเหมือนคำสอนของเหล่าจื้อสอนว่า.."จงใช้ชีวิตเหมือนเดินบนธารน้ำแข็ง" การบวชก็เป็นการให้รางวัลแก่ชีวิต ขอบคุณความสุึข ความสมหวังในปีเก่า แม้การสูญเสีย ผิดหวังที่โบยเรา แต่เราก็ยังไม่ตาย ยังมีโอกาสอีกครั้งที่จะทำดีกับชีวิตใีนปีใหม่นี้...

พระอาจารย์วาิริน จกฺกรตโน บรรยายธรรมแก่ผู้บวชเนกขัมมบารมี

ผู้บวชรับฟังอย่างตั้งใจ....

ฟังธรรมแล้วก็ทำวัตรสวดมนต์..ออกมาเดินจงกรม

หลังจากเดินจงกรมก็มาออกกำลังกาย...เอาบุญกัน...

พระอาจารย์สอนว่า...ถ้าอยากสวยก็ช่วยกันกวาดวัดให้เป็นรมณียสถาน...

แม่ขยัน..พามาบวช..หนูเลยขยันตามแม่จ๊ะ...

ขอร่วมอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ..และส่งความสุขปีใหม่ตามที่ปรารถนาทุกประการ..
ขออนุโมทนาน่ะ..ที่แวะมาทักทายกัน..ก็ขอให้ความสุขอันเป็นศิริมงคลเป็นปฏิพรย้อนไปหา ตลอดปี ๒๕๕๔
เจริญพร