จากบันทึกเสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ?


หลังจากที่ได้อ่านความคิดเห็นของคุณนิวแล้ว นายบอนอึ้งไปชั่วขณะ.. และพิมพ์ตอบไปส่วนหนึ่ง ก่อนไปทานข้าว

และต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อไปที่ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ เมื่อ "น้อย" รออยู่ที่นั่น

ความจริง น้อยตั้งใจที่จะพูดแสดงความคิดเห็นถึงข้อความที่คุณนิวได้แสดงทัศนะมาในบันทึกตอนที่แล้ว แต่เมื่อเธอเปิดอ่านข้อคิดเห็นของคุณนิวในบันทึก  เสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ? นายบอนกลับเห็นสีหน้าท่าทางของเธอ เหมือนกับจะร้องไห้ออกมา...

"น้อยไม่คิดว่า พี่นิวจะไม่พอใจน้อยถึงขนาดนี้ ฝากขอโทษพี่นิวด้วย ที่น้อยแสดงความคิดเห็นอะไรไปที่ทำให้พี่นิวหงุดหงิดมากขนาดนั้น น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ"

นายบอนเกิดความรู้สึกอย่างที่ ดร. จันทวรรณ น้อยวัน เข้ามาเขียนทิ้งไว้ว่า "คุณเปลี่ยนคนหนึ่งคนเชียวนะค่ะคุณบอน!"


ในการแนะนำให้ "น้อย" คนที่เริ่มเข้ามาติดตามอ่านบันทึกต่างๆใน gotoknow ในเวลาไม่นานนัก จากคนที่ไม่เคยอ่านเลย ให้เข้ามาติดตามอ่านได้ตลอดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับ เรียกว่า จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความเคยชินกันเลยทีเดียว

แถมยังต้องมานั่งอ่านในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีสมาธิ เพราะคนในร้านจะเล่มเกมส์ แต่น้อยมานั่งอ่าน gotoknow และติดตามตลอด ..  ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆนัก และใช่ว่าจะทำได้ทุกคน



แล้วมีเทคนิคการผูกใจไว้กับ gotoknow อย่างไร ถึงผูกใจ "น้อย" ไว้ได้


เริ่มต้น จากการแนะนำให้อ่านบล็อกของคนที่เธอคุ้นเคย รู้จัก (คือบล็อกของนายบอน) และขยายผลโดยการแนะนำบล็อกอื่นๆที่น่าสนใจ ให้เธอเข้าไปติดตาม

ซึ่งน้อยชอบอ่านบล็อกต่างๆใน planet ศูนย์รวมองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นส่วนใหญ่

การจะผูกใจไว้ได้ ต้องมีความรู้สึกร่วม การมีส่วนร่วม จนถึง การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ gotoknow

แต่น้อยไม่มีสมาธิในการเขียนบันทึก หรือตอบข้อคิดเห็นในสถานที่อย่างร้านอินเตอร์เนต และเกมส์ออนไลน์ แต่นายบอนอยากให้เธอมีส่วนร่วม

เมื่อเขียนไม่ได้ แต่พูดได้ ก็เอาคำพูดของเธอมาบันทึกใน gotoknow แล้วก็บอกให้เธอไปเปิดอ่าน
ทำให้เธอเกิดความรู้สึกร่วมในขั้นหนึ่ง เพราะความคิดเห็นของเธอได้ถูกเผยแพร่ใน gotoknow แล้ว

เมื่อนายบอนนำมาเขียนใน เสวนาจานส้มตำ

เสวนาจานส้มตำ เป็นการประยุกต์แนวคิดจากเสวนาทางวิชาการ หรือการแลกเปลี่ยนเสวนาในห้องเรียนที่นายรักษ์สุข (คุณปภังกร)  และชาวพัฒนบูรณาการศาสตร์ ม.อุบล อีกหลายท่าน ได้เขียนบันทึกรายละเอียดจากการแลกเปลี่ยน การประชุม การฟังบรรยายต่างๆ ในบล็อก ในห้องเรียน ห้องประชุม การสัมมนาต่างๆ   ซึ่งได้ประเด็นที่หลากหลาย


แล้วคนทั่วๆไป คนเดินดิน กินข้าวแกง คนกินส้มตำจะมีโอกาสนำเสนอประเด็นจากการเสวนา ใน gotoknow เหมือนอย่างหลายๆท่านได้หรือไม่

จึงเป็นที่มาของ เสวนาจานส้มตำ ..

เป็นการนำเสนอประเด็น ความคิดที่แตกต่างจากการเสวนาทั่วไปอย่างสุดขั้ว เนื่องจาก

-  การนำเสนอประเด็นต่างๆในบล็อก เจ้าของบล็อกจะเข้ามาเขียนบันทึกเอง แต่เสวนาจานส้มตำ  เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก gotoknow  ได้นำเสนอแนวคิด โดยนายบอนเป็นผู้สรุปประเด็นมาบันทึกไว้ เพื่อเป็นประตูเปิดเข้ามาสู่ gotoknow

- การเสวนาทั่วไป จัดในบรรยากาศวิชาการ ในสถานที่มีอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆพร้อม มีขั้นตอน หมายกำหนดการ วันเวลาแน่นอน แต่เสวนาจานส้มตำ ไม่มีสักอย่าง ว่ากันตามสะดวก ตามความอยากรับประทานส้มตำ

- เสวนาทั่วไป มีประเด็นที่ชัดเจน ได้สาระตามวัตถุประสงค์ แต่เสวนาจานส้มตำ ขึ้นอยู่กับประเด็นที่คุยกันตามอารมณ์การที่จะให้ใครคนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ยิ่งสะดวกสำหรับเขามากเท่าไหร่  ก็ยิ่งมีโอกาสในการเข้ามาร่วมมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อน้อยเห็นความคิดของเธอได้ถูกบันทึกใน gotoknow และมีข้อคิดเห็นในบันทึกที่นำความคิดของเธอ ทำให้เธอเกิดความกระตือรือร้นที่จะตอบข้อคิดเห็นนั้น แน่นอน เธอไม่มีสมาธิในร้านเกมส์ เพื่อที่จะนั่งพิมพ์ความเห็นได้ แค่นั่งอ่านจับใจความได้ ก็เก่งแล้ว

แต่เธอก็อยากตอบ นายบอนก็ตอบสนองทันที นำความเห็นที่เธออยากตอบ มาบันทึกใน gotoknow. ให้ทันที กับเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงในมุมมองของเธอ

ในตอนแรกเมื่อรู้ว่า "น้อย" เข้ามาอ่าน gotoknow นายบอนก็ชักชวน เพื่อให้มีส่วนร่วมมากขึ้น ให้เข้ามาเขียนความเห็น เมื่อเธอเขียนไม่ได้ ก็พิมพ์ให้ แต่เธอบอกว่า ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะแต่ละท่านใน gotoknow  มีระดับความรู้สูงกว่าเธอตั้งหลายเท่า ไม่กล้าคิดที่จะเทียบรัศมีด้วย

"ไม่เป็นไรหรอก เดี่ยวจะใส่ชื่อเป็น คู่สนทนา 1, 2, 3 ไปก่อน ถ้าอยากจะให้บอกชื่อตอนไหนก็ค่อยบอกมา"

เมื่อวางเงื่อนไขให้ใส่นามแฝงในแบบนี้ ถ้าใครเค้าจะตำหนิการนำข้อความมาบันทึก เขาก็ต้องตำหนินายบอนก่อนเป็นคนแรก  เพื่อให้ "น้อย" ได้พูดอย่างที่ต้องการสื่อสารออกมา โดยให้ความคิดไหลลื่น ไม่สะดุุด

เมื่อมีหลายท่านตอบข้อคิดเห็นในบันทึก หลายท่าน .. น้อยอนุญาตให้ระบุชื่อเล่นของเธอได้เลย

เริ่มเปิดตัว เปิดใจใน gotoknow แล้วครับ

จากการเข้ามาอ่าน และมีความคิดเห็นปรากฏใน gotoknow จนมีผู้เข้ามาเขียนตอบข้อคิดเห็นของน้อย และน้อยอยากจะตอบข้อคิดเห็นนั้น   น้อยเริ่มจะผูกใจไว้กับ gotoknow มากขึ้นเรื่อยๆ

   และนายบอนคาดหวังว่า ต่อไป "น้อย"จะ เขียนข้อคิดเห็นด้วยตัวเอง จนถึงเปิดบล็อกของ "น้อย" เอง

นายบอนเคยถามคำถามหนึ่ง ว่าน้อยได้อะไรกลับมาบ้าง  เมื่อได้อ่านบันทึกของบรรดาอาจารย์ และนักศึกษาปริญญาเอกหลายท่าน

" น้อยจะมีโอกาสเรียนสูงๆเหมือนพวกเค้ามั้ยนะ...."

อ๊ะ... อ่านบันทึกแล้วเกิดแรงกระตุ้นอยากจะเรียนต่อหรือนี่....!!!!!!
ไม่น่าเชื่อว่า gotoknow จะมีอิทธิพลต่อความคิดของ "น้อย" ได้ ถึงขนาดนี้


แต่กับคำพูดของน้อย หลังจากเห็นข้อคิดเห็นของคุณนิว
".............. น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ............"

นายบอนยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรในตอนนั้น  แต่บอกว่า เดี๋ยวจะเขียนบันทึก ถึงน้อยเป็นพิเศษ ซึ่งก็คือบันทึกนี้นั่นเอง เอาไว้ให้ใจเย็นๆกว่านี้ แล้วนั่งอ่าน

และคิดดูเองละกัน

นี่คือข้อความที่อยากจะบอก....

 " สำหรับข้อคิดเห็นที่คุณนิวเค้าเขียนมานั้น นิวเค้าคงจะหงุดหงิดนายบอนมากกว่าที่จะหงุดหงิด "น้อย" ที่หยิบมาเขียนในแบบที่สรุปมาห้วนๆ  ทำให้ตีความได้หลายแง่มุม บันทึกตอนนี้ก็เลยเขียนเล่าที่มาที่ไปหลายอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่า นิวเค้าจะเปิดเข้ามาอ่านรึเปล่า หรือถ้าอ่านก็คงจะไม่เขียนความเห็นอีกแล้ว เพราะจะหงุดหงิดไปเปล่าๆ  แต่คิดอีกแง่มุมนึง ถ้าได้ระบายความเครียดที่สะสมจากงาน และเรื่องต่างๆที่สะสมมาเรื่อยๆออกมาซะบ้าง นิวเค้าคงจะรู้สึกดีขึ้น และไปทำอย่างอื่นได้อย่างสบายใจ โล่งมากขึ้น

    ส่วนเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่พอใจบ้าง หงุดหงิดไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อติดต่อสื่อสารกัน อาจจะมีเรื่องที่เข้าใจผิด ไม่พอใจกันอยู่บ้าง ถ้าพูดคุยกัน ชี้แจงกันแล้ว ก็คงชัดเจน ส่วนเค้าจะโกรธ หรือไม่พอใจขนาดไหน คงเป็นเรื่องของเจ้าตัวเค้าล่ะ แต่ในส่วนของนายบอน ไม่ได้มีอะไรคาใจถึงขนาดที่จะต้องมาเขียนต่อต้าน แต่อาจจะเป็นเพราะเขียนบันทึกที่ใช้ข้อความที่ตรงมากเกินไป  ซึ่งคงต้องกราบขอโทษคุณนิวอย่างงามๆ ด้วยนะครับที่มัวแต่ี่คิดถึงสิ่งที่ "น้อย" จะได้รับ แต่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของคุณนิวเลย



น้อยเคยพูดประโยคหนึ่งที่ว่า
"บางทีผู้หญิงก็มีศักยภาพในการทำงานที่ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน..."

ชีวิตผ่านความทุกข์ ท้อ ล้มมาก็หลายครั้ง ก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ทุกครั้ง อย่าให้เรื่องเล็กๆแค่นี้ มาทำลายศักยภาพและความตั้งใจทั้งหลายของน้อยละกัน


ส่วนที่บอกว่า
".............. น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ............"

ก็สมัครสมาชิก gotoknow สร้างบล็อกเลยสิ เข้าไปคุยกับคนที่อยากคุย ไปหาที่ใช้อินเตอร์เนตที่มีสมาธิมากขึ้น โชว์ศักยภาพที่มีออกมาให้เห็นละกัน  ยังไม่มีใครใน gotokonw รู้นี่นา ว่าน้อยชื่อจริงชื่ออะไร จะใช้นามแฝงว่าอะไรใน gotoknow แค่นี้ก็คุยกับคนที่อยากจะคุยด้วยได้โดยตรง.

- - - ///-  - - - ///- - - - -
ยาวเหมือนกันนะครับ บันทึกตอนนี้  คงจะให้ทั้งสาระและไร้สาระกันไปตามเรื่องตามราว


แต่ส่วนหนึ่งที่ตั้งใจถ่ายทอดออกมา เพราะอยากส่งเสริมให้คนมีความรู้เท่าทันคนอื่น แม้จะเป็นเพียงคนหนึ่งคน .แต่คนหนึ่งคนนี้ อาจจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนอื่นๆ เหมือนอย่างที่บันทึกใน gotoknow มีอิทธิพลทางความคิดต่อ "น้อย" ที่อยากจะมีโอกาสเรียนสูงๆบ้าง

จากการอ่านบันทึกใน gotoknow ในเวลาไม่นานนัก!!!!!!!!

 

และคงจะได้รับมุมมองมากขึ้นจาก ข้อคิดเห็นใน เสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ?  ของหลายๆท่านที่เข้ามาให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย

แสดงว่า ทุกคนเปิดโอกาสให้กับน้อยอย่างที่ต้องการแล้ว!!!!