"คุณกำลังต่อต้านนักศึกษาปริญญาเอกอยู่หรือเปล่า" , ,คราบน้ำตา , การผูกใจไว้กับ gotoknow และอิทธิพลทางความคิดที่ได้รับ

แม้จะเป็นเพียงคนหนึ่งคน .แต่คนหนึ่งคนนี้ อาจจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนอื่นๆ
จากบันทึกเสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ?


หลังจากที่ได้อ่านความคิดเห็นของคุณนิวแล้ว นายบอนอึ้งไปชั่วขณะ.. และพิมพ์ตอบไปส่วนหนึ่ง ก่อนไปทานข้าว

และต้องอึ้งอีกครั้ง เมื่อไปที่ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ เมื่อ "น้อย" รออยู่ที่นั่น

ความจริง น้อยตั้งใจที่จะพูดแสดงความคิดเห็นถึงข้อความที่คุณนิวได้แสดงทัศนะมาในบันทึกตอนที่แล้ว แต่เมื่อเธอเปิดอ่านข้อคิดเห็นของคุณนิวในบันทึก  เสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ? นายบอนกลับเห็นสีหน้าท่าทางของเธอ เหมือนกับจะร้องไห้ออกมา...

"น้อยไม่คิดว่า พี่นิวจะไม่พอใจน้อยถึงขนาดนี้ ฝากขอโทษพี่นิวด้วย ที่น้อยแสดงความคิดเห็นอะไรไปที่ทำให้พี่นิวหงุดหงิดมากขนาดนั้น น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ"

นายบอนเกิดความรู้สึกอย่างที่ ดร. จันทวรรณ น้อยวัน เข้ามาเขียนทิ้งไว้ว่า "คุณเปลี่ยนคนหนึ่งคนเชียวนะค่ะคุณบอน!"


ในการแนะนำให้ "น้อย" คนที่เริ่มเข้ามาติดตามอ่านบันทึกต่างๆใน gotoknow ในเวลาไม่นานนัก จากคนที่ไม่เคยอ่านเลย ให้เข้ามาติดตามอ่านได้ตลอดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับ เรียกว่า จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความเคยชินกันเลยทีเดียว

แถมยังต้องมานั่งอ่านในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีสมาธิ เพราะคนในร้านจะเล่มเกมส์ แต่น้อยมานั่งอ่าน gotoknow และติดตามตลอด ..  ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆนัก และใช่ว่าจะทำได้ทุกคน



แล้วมีเทคนิคการผูกใจไว้กับ gotoknow อย่างไร ถึงผูกใจ "น้อย" ไว้ได้


เริ่มต้น จากการแนะนำให้อ่านบล็อกของคนที่เธอคุ้นเคย รู้จัก (คือบล็อกของนายบอน) และขยายผลโดยการแนะนำบล็อกอื่นๆที่น่าสนใจ ให้เธอเข้าไปติดตาม

ซึ่งน้อยชอบอ่านบล็อกต่างๆใน planet ศูนย์รวมองค์กรพัฒนาเอกชน เป็นส่วนใหญ่

การจะผูกใจไว้ได้ ต้องมีความรู้สึกร่วม การมีส่วนร่วม จนถึง การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ gotoknow

แต่น้อยไม่มีสมาธิในการเขียนบันทึก หรือตอบข้อคิดเห็นในสถานที่อย่างร้านอินเตอร์เนต และเกมส์ออนไลน์ แต่นายบอนอยากให้เธอมีส่วนร่วม

เมื่อเขียนไม่ได้ แต่พูดได้ ก็เอาคำพูดของเธอมาบันทึกใน gotoknow แล้วก็บอกให้เธอไปเปิดอ่าน
ทำให้เธอเกิดความรู้สึกร่วมในขั้นหนึ่ง เพราะความคิดเห็นของเธอได้ถูกเผยแพร่ใน gotoknow แล้ว

เมื่อนายบอนนำมาเขียนใน เสวนาจานส้มตำ

เสวนาจานส้มตำ เป็นการประยุกต์แนวคิดจากเสวนาทางวิชาการ หรือการแลกเปลี่ยนเสวนาในห้องเรียนที่นายรักษ์สุข (คุณปภังกร)  และชาวพัฒนบูรณาการศาสตร์ ม.อุบล อีกหลายท่าน ได้เขียนบันทึกรายละเอียดจากการแลกเปลี่ยน การประชุม การฟังบรรยายต่างๆ ในบล็อก ในห้องเรียน ห้องประชุม การสัมมนาต่างๆ   ซึ่งได้ประเด็นที่หลากหลาย


แล้วคนทั่วๆไป คนเดินดิน กินข้าวแกง คนกินส้มตำจะมีโอกาสนำเสนอประเด็นจากการเสวนา ใน gotoknow เหมือนอย่างหลายๆท่านได้หรือไม่

จึงเป็นที่มาของ เสวนาจานส้มตำ ..

เป็นการนำเสนอประเด็น ความคิดที่แตกต่างจากการเสวนาทั่วไปอย่างสุดขั้ว เนื่องจาก

-  การนำเสนอประเด็นต่างๆในบล็อก เจ้าของบล็อกจะเข้ามาเขียนบันทึกเอง แต่เสวนาจานส้มตำ  เป็นการเปิดโอกาสให้คนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก gotoknow  ได้นำเสนอแนวคิด โดยนายบอนเป็นผู้สรุปประเด็นมาบันทึกไว้ เพื่อเป็นประตูเปิดเข้ามาสู่ gotoknow

- การเสวนาทั่วไป จัดในบรรยากาศวิชาการ ในสถานที่มีอุปกรณ์ เครื่องมือต่างๆพร้อม มีขั้นตอน หมายกำหนดการ วันเวลาแน่นอน แต่เสวนาจานส้มตำ ไม่มีสักอย่าง ว่ากันตามสะดวก ตามความอยากรับประทานส้มตำ

- เสวนาทั่วไป มีประเด็นที่ชัดเจน ได้สาระตามวัตถุประสงค์ แต่เสวนาจานส้มตำ ขึ้นอยู่กับประเด็นที่คุยกันตามอารมณ์การที่จะให้ใครคนหนึ่งเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ยิ่งสะดวกสำหรับเขามากเท่าไหร่  ก็ยิ่งมีโอกาสในการเข้ามาร่วมมากขึ้นเท่านั้น

เมื่อน้อยเห็นความคิดของเธอได้ถูกบันทึกใน gotoknow และมีข้อคิดเห็นในบันทึกที่นำความคิดของเธอ ทำให้เธอเกิดความกระตือรือร้นที่จะตอบข้อคิดเห็นนั้น แน่นอน เธอไม่มีสมาธิในร้านเกมส์ เพื่อที่จะนั่งพิมพ์ความเห็นได้ แค่นั่งอ่านจับใจความได้ ก็เก่งแล้ว

แต่เธอก็อยากตอบ นายบอนก็ตอบสนองทันที นำความเห็นที่เธออยากตอบ มาบันทึกใน gotoknow. ให้ทันที กับเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงในมุมมองของเธอ

ในตอนแรกเมื่อรู้ว่า "น้อย" เข้ามาอ่าน gotoknow นายบอนก็ชักชวน เพื่อให้มีส่วนร่วมมากขึ้น ให้เข้ามาเขียนความเห็น เมื่อเธอเขียนไม่ได้ ก็พิมพ์ให้ แต่เธอบอกว่า ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะแต่ละท่านใน gotoknow  มีระดับความรู้สูงกว่าเธอตั้งหลายเท่า ไม่กล้าคิดที่จะเทียบรัศมีด้วย

"ไม่เป็นไรหรอก เดี่ยวจะใส่ชื่อเป็น คู่สนทนา 1, 2, 3 ไปก่อน ถ้าอยากจะให้บอกชื่อตอนไหนก็ค่อยบอกมา"

เมื่อวางเงื่อนไขให้ใส่นามแฝงในแบบนี้ ถ้าใครเค้าจะตำหนิการนำข้อความมาบันทึก เขาก็ต้องตำหนินายบอนก่อนเป็นคนแรก  เพื่อให้ "น้อย" ได้พูดอย่างที่ต้องการสื่อสารออกมา โดยให้ความคิดไหลลื่น ไม่สะดุุด

เมื่อมีหลายท่านตอบข้อคิดเห็นในบันทึก หลายท่าน .. น้อยอนุญาตให้ระบุชื่อเล่นของเธอได้เลย

เริ่มเปิดตัว เปิดใจใน gotoknow แล้วครับ

จากการเข้ามาอ่าน และมีความคิดเห็นปรากฏใน gotoknow จนมีผู้เข้ามาเขียนตอบข้อคิดเห็นของน้อย และน้อยอยากจะตอบข้อคิดเห็นนั้น   น้อยเริ่มจะผูกใจไว้กับ gotoknow มากขึ้นเรื่อยๆ

   และนายบอนคาดหวังว่า ต่อไป "น้อย"จะ เขียนข้อคิดเห็นด้วยตัวเอง จนถึงเปิดบล็อกของ "น้อย" เอง

นายบอนเคยถามคำถามหนึ่ง ว่าน้อยได้อะไรกลับมาบ้าง  เมื่อได้อ่านบันทึกของบรรดาอาจารย์ และนักศึกษาปริญญาเอกหลายท่าน

" น้อยจะมีโอกาสเรียนสูงๆเหมือนพวกเค้ามั้ยนะ...."

อ๊ะ... อ่านบันทึกแล้วเกิดแรงกระตุ้นอยากจะเรียนต่อหรือนี่....!!!!!!
ไม่น่าเชื่อว่า gotoknow จะมีอิทธิพลต่อความคิดของ "น้อย" ได้ ถึงขนาดนี้


แต่กับคำพูดของน้อย หลังจากเห็นข้อคิดเห็นของคุณนิว
".............. น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ............"

นายบอนยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรในตอนนั้น  แต่บอกว่า เดี๋ยวจะเขียนบันทึก ถึงน้อยเป็นพิเศษ ซึ่งก็คือบันทึกนี้นั่นเอง เอาไว้ให้ใจเย็นๆกว่านี้ แล้วนั่งอ่าน

และคิดดูเองละกัน

นี่คือข้อความที่อยากจะบอก....

 " สำหรับข้อคิดเห็นที่คุณนิวเค้าเขียนมานั้น นิวเค้าคงจะหงุดหงิดนายบอนมากกว่าที่จะหงุดหงิด "น้อย" ที่หยิบมาเขียนในแบบที่สรุปมาห้วนๆ  ทำให้ตีความได้หลายแง่มุม บันทึกตอนนี้ก็เลยเขียนเล่าที่มาที่ไปหลายอย่าง ซึ่งไม่รู้ว่า นิวเค้าจะเปิดเข้ามาอ่านรึเปล่า หรือถ้าอ่านก็คงจะไม่เขียนความเห็นอีกแล้ว เพราะจะหงุดหงิดไปเปล่าๆ  แต่คิดอีกแง่มุมนึง ถ้าได้ระบายความเครียดที่สะสมจากงาน และเรื่องต่างๆที่สะสมมาเรื่อยๆออกมาซะบ้าง นิวเค้าคงจะรู้สึกดีขึ้น และไปทำอย่างอื่นได้อย่างสบายใจ โล่งมากขึ้น

    ส่วนเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่พอใจบ้าง หงุดหงิดไปบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อติดต่อสื่อสารกัน อาจจะมีเรื่องที่เข้าใจผิด ไม่พอใจกันอยู่บ้าง ถ้าพูดคุยกัน ชี้แจงกันแล้ว ก็คงชัดเจน ส่วนเค้าจะโกรธ หรือไม่พอใจขนาดไหน คงเป็นเรื่องของเจ้าตัวเค้าล่ะ แต่ในส่วนของนายบอน ไม่ได้มีอะไรคาใจถึงขนาดที่จะต้องมาเขียนต่อต้าน แต่อาจจะเป็นเพราะเขียนบันทึกที่ใช้ข้อความที่ตรงมากเกินไป  ซึ่งคงต้องกราบขอโทษคุณนิวอย่างงามๆ ด้วยนะครับที่มัวแต่ี่คิดถึงสิ่งที่ "น้อย" จะได้รับ แต่ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของคุณนิวเลย



น้อยเคยพูดประโยคหนึ่งที่ว่า
"บางทีผู้หญิงก็มีศักยภาพในการทำงานที่ไม่แพ้ผู้ชายเหมือนกัน..."

ชีวิตผ่านความทุกข์ ท้อ ล้มมาก็หลายครั้ง ก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ทุกครั้ง อย่าให้เรื่องเล็กๆแค่นี้ มาทำลายศักยภาพและความตั้งใจทั้งหลายของน้อยละกัน


ส่วนที่บอกว่า
".............. น้อยก็แค่อยากมีโอกาสคุยกับพี่ที่เรียนสูงๆบ้างก็เท่านั้นเองค่ะ ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสได้คุยแค่นี้ ก็ดีใจค่ะ............"

ก็สมัครสมาชิก gotoknow สร้างบล็อกเลยสิ เข้าไปคุยกับคนที่อยากคุย ไปหาที่ใช้อินเตอร์เนตที่มีสมาธิมากขึ้น โชว์ศักยภาพที่มีออกมาให้เห็นละกัน  ยังไม่มีใครใน gotokonw รู้นี่นา ว่าน้อยชื่อจริงชื่ออะไร จะใช้นามแฝงว่าอะไรใน gotoknow แค่นี้ก็คุยกับคนที่อยากจะคุยด้วยได้โดยตรง.

- - - ///-  - - - ///- - - - -
ยาวเหมือนกันนะครับ บันทึกตอนนี้  คงจะให้ทั้งสาระและไร้สาระกันไปตามเรื่องตามราว


แต่ส่วนหนึ่งที่ตั้งใจถ่ายทอดออกมา เพราะอยากส่งเสริมให้คนมีความรู้เท่าทันคนอื่น แม้จะเป็นเพียงคนหนึ่งคน .แต่คนหนึ่งคนนี้ อาจจะมีอิทธิพลทางความคิดต่อคนอื่นๆ เหมือนอย่างที่บันทึกใน gotoknow มีอิทธิพลทางความคิดต่อ "น้อย" ที่อยากจะมีโอกาสเรียนสูงๆบ้าง

จากการอ่านบันทึกใน gotoknow ในเวลาไม่นานนัก!!!!!!!!

 

และคงจะได้รับมุมมองมากขึ้นจาก ข้อคิดเห็นใน เสวนาจานส้มตำ ๗ : คิดอย่างปริญญาเอก ?  ของหลายๆท่านที่เข้ามาให้ความคิดเห็นที่หลากหลาย

แสดงว่า ทุกคนเปิดโอกาสให้กับน้อยอย่างที่ต้องการแล้ว!!!!

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน keep in mind by bon

คำสำคัญ (Tags)#gotoknow#แลกเปลี่ยนเรียนรู้#ความคิดเห็น#ศักยภาพ#เสวนาจานส้มตำ

หมายเลขบันทึก: 41980, เขียน: 01 Aug 2006 @ 12:07 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 15:30 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก


ความเห็น (11)

IS
เขียนเมื่อ 

...เข้าใจความคิดของนายบอนค่ะ...

คนที่เรียนสูงๆ (อย่างที่น้อยเรียก) เป็นคนมีใบเบิกทางที่ดีในการได้รับโอกาสต่างๆ ในหน้าที่การงานได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะวิเศษไปกว่าคนอื่นๆ (ยังเชื่ออยู่เช่นนั้น)

Ka-Poom
เขียนเมื่อ 
เป็นเรื่องของทัศนคติ...ที่ไม่มีผิดหรือถูก.. หากแต่เราวิจารณ์หรือวิเคราะห์ใคร... อาจจำเป็นต้องอยู่บนฐานแห่ง..การให้เกียรติและเคารพในความเป็นคน...จริงๆ แล้วหากบทสนทนาที่ค่อนข้างกระทบและบ่งสะท้อนการวิพากษืใครสักคน...เราอาจไม่จำเป็นต้อง Publish ต่อสาธารณะชนก็ได้นะคะ...(คือความคิดเห็นส่วนตัวคะ)

ขอสนับสนุนความคิดเห็นของคุณ IS ด้วยครับ

สำหรับคุณน้อย "หัวใจของเธอมันน่ากราบ" ไม่มีเงื่อนไขใดๆสำหรับการเรียนรู้

คุณอยากจะเรียนรู้ คุณสามารถทำได้เลยการนำเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดเป็นสิ่งที่ควรทำ

คนที่มีความรู้ เป็นบัณฑิตที่แท้จริง ย่อมเข้าใจครับ

ไม่ปิดกั้นตัวเอง และพร้อมที่จะเปิดโอกาสให้คนอื่น

สิ่งที่นายบอนทำเป็นสิ่งที่"ชอบ" แล้วครับ ผมขอสนับสนุนด้วยใจจริง

ผมขอให้กำลังใจคุณ "น้อย"

ขอให้เธอมีความสุขกับการเรียนรู้ ไม่สำคัญว่าใครคนนั้นเป็นใคร

เขามีสิทธิ์ที่จะเรียนรู้....ครับ 

คำว่า "ชอบ"ของผม คือ การที่ได้เปิดพรมแดนของความรู้ แต่การสื่อสารสาธารณะที่ค่อนข้างอ่อนไหว พาดพิง ในประเด็นแบบนี้ เป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน....ยังไงผมขอให้กำลังใจทุกๆฝ่ายนะครับ

ความขัดแย้งหรือข้อขัดแย้งเป็นจุดเริ่มต้นของความก้าวหน้าครับ

บันทึกนี้เป็นบันทึกที่มีประโยชน์มาก ๆ ในเรื่องของการบริหารความขัดแย้งครับ มีอะไรก็มาคุยกัน

โดยเฉพาะการเปิดรับความรู้ที่เป็นความรู้จากคุณน้อย

พวกเราโดยเฉพาะผมอยากได้รับทราบมุมมองและทัศนคติของคุณน้อยมาก ๆ ครับ

แต่ถ้าไม่มีความคิดเห็นของคุณนิว วันนี้เราคงจะไม่ได้มานั่งคุยกันในสิ่งที่มีประโยชน์เช่นนี้ครับ

ถ้ามีอะไรขับข้องใจกัน เอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ สังคมเราจะได้พัฒนามากยิ่งขึ้น ๆ ๆ ๆ

คุณ IS ครับ
  เห็นด้วยในความเชื่อมั่นของคุณครับ เป็นมุมมองที่ตรงกับที่ "น้อย" มองเอาไว้ และโอกาสก็เป็นสิ่งที่น้อยอยากจะมีเหมือนคนอื่นๆบ้าง รวมไปถึงโอกาสในการหาความรู้ใน gotoknow แห่งนี้ด้วย


Dr.Ka-poom ครับ
  ผมก็เห็นด้วยอีกเช่นกัน (มีอะไรที่ไม่เห็นด้วยมั่งหรือเปล่าเนี่ย) แต่การบริหารความขัดแย้งนี่ ยากครับ บางเรื่องถ้าไม่ชัดเจน คลุมเครือ ก็สามารถที่จะตีความให้เข้าใจผิดได้อีก ก็เลยเอาแบบเปิดกันตรงๆแบบนี้กันไปเลย เริ่มจากประเด็นสำคัญ แล้วก็คลี่คลายประเด็นออกมาให้ชัดเจน ว่า ความจริงแล้วไม่ได้ขัดแย้งอะไรเลย แต่ความสามารถในการสื่อสาร อาจจะไม่ครบถ้วน ทำให้ผู้รับสาร ตีความผิดจากที่ตั้งใจจะสื่อสารออกมา

คุณจตุพร ครับ
    นายบอนคงต้องแวะไปกินส้มตำกับน้อยโดยเร็วที่สุด เธอจะว่าอย่างไรหนอ กับประโยคที่ว่า หัวใจเธอมันน่ากราบ อย่างที่ได้หยิบยกเรื่องราวของเธอมาบันทึกไว้ มีหลายอย่างที่เธอต้องใช้ความมุ่งมั่น ต่อสู้อย่างมาก กว่าที่จะมีวันนี้ได้ เป็นชีวิตของคนธรรมดาที่น่าศึกาาอย่างยิ่ง ผมเคยคิดเล่นๆว่า จะลองส่งเรื่องราวของเธอไปให้รายการ "คนค้นคน" ดูบ้าง

นายรักษ์สุข (คุณปภังกร) ครับ
   บุคคลที่ต้องขอขอบคุณอย่างมาก ก้คือ น้องนิวครับ ถ้าเธอไม่แสดงความคิดเห็นในมุมมองของเธอออกมา ก็อาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นความคิดของ "น้อย" เลย เพราะบันทึกหลายบันทึกใน gotoknow "น้อย"  ยังไม่มีความคิดเห็นครับ อาจจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในเรื่องที่คุณนิวแสดงความคิดเห็นออกมา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตรงกับชีวิตของเธอ ทำให้" น้อย" แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และ เกิดการผูกใจไว้กับ gotoknow อย่างที่นายบอนก็คาดไม่ถึงว่า จะเกิดขึ้นได้รวดเร็วเพียงนี้ เสียดายที่คุณนิวบอกว่า จะไม่เข้ามาเขียนข้อคิดเห็นในบล็ิอกนายบอนอีก  "น้อย" ก็คงไม่ได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ได้อีก

  แต่ก็ต้องคอยดูกันต่อไปครับ เพราะใน gotoknow มีบล็อกมากมาย ที่อาจจะมีประเด็นที่ "น้อย" สามารถจะแลกเปลี่ยนได้อย่างเต็มที่แบบนี้บ้าง
น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ 

โอยยย !! อะไรกันเนี่ยยยย  เข้าใจผิดไปกันใหญ่อีกแย้ววววว  เอาหละ ๆ  นิวจะบอกว่า นิวมิได้โกรธใครแต่อย่างใดจ้า    ไม่ได้โกรธคุณบอน และไม่ได้โกรธ น้อย ด้วย คะ จริง ๆๆ  

       รู้สึกว่านิวคงถ่ายทอดอะไรออกไปทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดเน๊าะ  เหอ ๆ ถ้างั้นนิวก็ขอโทษด้วยละกัน  เพียงแต่นิวไม่เข้าใจคุณบอนในประเด็นของการเปรียบเทียบนักศึกษาปริญญาเอก และเหมือนคุณบอนว่านิวกลาย ๆ ก็เท่านั้น  แต่ด้วยสัตย์จริง  นิวไม่ได้โกรธหรอก  อย่าคิดมากเลย เหอ ๆ เพียงแต่น้อยใจคุณบอน เท่านั้นแหละ คะ  อย่าคิดมากเลยนะคะ....???  สงสัยยิ่งเรียนยิ่งถ่ายทอดออกมาไม่ค่อยจะเข้าท่าเข้าทางขึ้นทุกวัน เหอ ๆ Ok เข้าใจกันนะ คุณน้อย คุณบอน  วันนี้แค่นี้ก่อนนะคะ  พอดีมีธุระจ๊ะ..อย่าคิดมาก เดี๋ยวแก่ก่อนวัย  ดูนิวซิคะ ไม่คิดมาก เห็นมั๊ย หน้านิวยังกับสาวอายุ 17   อิอิ...ล้อเล่น ๆ

โห ตกใจครับ โผล่มาแบบตัวอักษรสีแดง
นายบอนไม่บังอาจโกรธดอกครับ มีแต่จะแซวคุณนิวไปเรื่อยๆ แซวไปขำไป  ถ้านิวจะโกรธขึ้นมาจริงๆก็๋หน้าแก่ไปคนเดียวละกัน อิอิ
Ka-Poom
เขียนเมื่อ 

ตามมา...หัวเราะขำกลิ้ง...

ตกใจอักษรสีแดง..เช่นกัน..

แต่อ่านไปอ่านมา..น่าจะ Happy Ending นะคะ...

เพราะตอนนี้คุณน้องนิว..เองกำลังมีความสุขมากๆๆ

ตลกนะคะ  เวลาคุยกันด้วยตัวอักษรแล้วไม่เห็นหน้า  ไม่เห็นแววตากัน  เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ

ครูอ้อยจึงชอบพูดว่า  มีอะไรกันไปคุยกันที่บ้าน  ทุกครั้งที่พ่อบ้านโทรมา  หรือลูกๆโทรมา

จบแล้ว   มีความสุขด้วยคนหนึ่งนะคะ  ขอบคุณค่ะ  สวัสดีค่ะ

ตามมาอ่านจนได้นะครับครูอ้อย ขอบคุณครับ
แต่เวลาที่คุยกันด้วยตัวอักษรไม่เห็นหน้า ก็ให้อรรถรสอีกแบบ ยิ่งถ้านายบอนเห็นหน้าครูอ้อย อาจจะคุยไม่ออกก็ได้นะครับ