ประเทศไทย สังคมไทย มีความก้าวหน้าไปแค่ไหน บอกยากนะครับ   จริงๆ แล้วในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมาเราก้าวหน้าหรือถอยหลัง   เราไม่มีมาตรวัดที่ยอมรับกันทั่วไป   มาตรที่ใช้กันแพร่หลายทีสุดคือ การเติบโตของ จีดีพี   ซึ่งก็รู้กันทั่วไปแล้วว่ามีจุดอ่อน เพราะวัดเฉพาะด้านเศรษฐกิจ

          เพื่อให้เศรษฐกิจโต เราต้องเสียสละส่วนอื่นๆ เช่นสภาพแวดล้อม ความเห็นอกเห็นใจต่อกัน ความใกล้ชิดในครอบครัว  ความเป็นธรรมในสังคม  ฯลฯ   มีการศึกษาในหลายประเทศ ว่า ที่ว่าใน ๒๐ – ๓๐ ปี เศรษฐกิจโตขึ้น วัดด้วย จีดีพี โตขึ้นหลายเท่า นั้น   หากเอาเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคมไปลบออก   จะหมดพอดี คือไม่โตเลย   คือสังคมไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน

          มีหลักฐานความไม่เหมาะสมของ จีดีพี มากมาย ค้นได้โดย Google และใน YouTube ด้วยคำหลักว่า How to measure progress เช่นที่นี่ 

          สสส. และภาคีจึงร่วมกันตั้งแผนงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสังคมด้วยดัชนีความก้าวหน้าของชาติ   เพื่อแสวงหาดัชนีใหม่ สำหรับชี้ทิศทางและดุลยภาพของการพัฒนาประเทศ พัฒนาสังคม   ให้เป็นความก้าวหน้าในภาพรวม อย่างแท้จริง

          ที่จริงเรื่องดัชนีวัดความเจริญ การเติบโต หรือความก้าวหน้าของชาติ นี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่   มีการริเริ่มดำเนินการมากมาย   แต่อยู่ในสภาพที่ดำเนินการโดยหน่วยงานภายนอกประเทศ  หรือหน่วยงานของรัฐไทย   ไม่เป็นการดำเนินการของคนไทยหรือสังคมไทย   คนไทยไม่ได้เป็นเจ้าของ แต่เป็นผู้ถูกกระทำ หรือเป็นผู้รอความหวัง

          แผนงานสนับสนุนการขับเคลื่อนสังคมด้วยดัชนีความก้าวหน้าของชาติ นี้   จะเป็นกิจกรรมเพื่อให้ภาคประชาชน ประชาสังคม และทุกภาคส่วนของสังคม เข้ามาเป็นเจ้าของ   ตัวดัชนีเป็นเพียงเครื่องมือ  หัวใจคือการขับเคลื่อนของสังคมด้วยสังคมเอง   โดยเอาดัชนีมาเป็นสติและปัญญา

          ผมเคยบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่นี่   โดยมองโยงไปยังเครื่องมือ KM  

          ภาคีของงานนี้ได้แก่ สสส., สศช., สสช., มูลนิธิหัวใจอาสา,  สช.,  กพร.,  สวนเงินมีมา,  School of Wellbeing,  มูลนิธินโยบายสุขภาวะ,  คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล,  แผนงานเครือข่ายอุดมศึกษา,  และงานสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส.   เป็นโครงการ 3 ปี   เขามาจับผมเป็นประธานคณะกรรมการกำกับทิศทางของแผนงานนี้   และมี คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นที่ปรึกษาใหญ่   เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้

          Human Development Index น่าจะเป็นดัชนีหนึ่งที่มีสมดุลสูงหน่อย แต่มันก็เป็นของ UNDP  เราอยากได้ดัชนีที่เราค่อยๆ พัฒนากันขึ้นเอง   ในลักษณะที่ทำไปใช้ไปพัฒนาไป ทั้งพัฒนาดัชนีและพัฒนาชุมชนสังคมและบ้านเมือง

          ที่จริงนี่คือรูปแบบหนึ่งของ Knowledge-Based Society  ที่ทุกภาคส่วนของสังคมใช้ความรู้ในการร่วมกันกำหนดอนาคตของตนเอง ของชุมชน ของสังคมและประเทศชาติ   โดยใช้การประเมิน (ด้วยดัชนี) เป็นเครื่องมือกำหนดนโยบายสาธารณะ      

          มีคำแนะนำดีๆ จากการประชุมคณะกรรมการกำกับแผนงาน   อย่างหนึ่งคือควรดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม   ผมแนะนำให้จัด contest ให้รางวัลเป็นเหรียญทอง เงิน ทองแดง   โดยแข่งขันผลงานการนำดัชนีความก้าวหน้าไปขับเคลื่อนท้องถิ่นของตน   โดยควรจัดแข่งขันในเยาวชนระดับชั้นมัธยม หรืออายุ ๑๒ – ๑๗ (ไม่เป็นนักเรียนก็ได้)   ดำเนินโครงการใน ๑ ปี   หรือจะเตรียมมาก่อนล่วงหน้าก็ได้   ผมบอกคุณหนุ่ม (ณัฐพงศ์ จารุวรรณพงศ์) ว่า น่าจะไปคุยกับคุณเปา (ปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร) แห่งมูลนิธิสยามกัมมาจล   เพื่อหาทางร่วมมือการจัดแข่งขันในโครงการเยาวชน “กล้าใหม่ ใฝ่รู้” ของธนาคารไทยพาณิชย์

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ ธ.ค. ๕๓

 

บรรยากาศในห้องประชุม

 

อีกมุมหนึ่ง