สื่อวิทยุโทรทัศน์มีความสำคัญ และมีอิทธิพลต่อประชาชนอย่างไร?

 ความสำคัญของการสื่อสารทางวิทยุโทรทัศน์

         วิทยุโทรทัศน์เป็นสื่อสารมวลชนประเภทหนึ่งที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว และได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก ในทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับชนชั้น ทุกระดับการศึกษา เพราะเป็นสื่อที่ให้ทั้งภาพและเสียง ซึ่งสามารถกระทำได้หลากหลายรูปแบบและมีปัจจัยมากมายที่จะใช้ดึงดูดความสนใจของผู้ชมตลอดเวลา ทั้งยังทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวได้ดี พร้อมทั้งรู้สึกสนุกสนานขณะชมรายการ ด้วยเหตุนี้ วิทยุโทรทัศน์จึงเข้าถึงผู้ชมได้มาก และส่งผลให้สื่อวิทยุโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อประชาชนในด้านความคิด ความรู้สึก และด้านพฤติกรรมอย่างมาก 

         ในด้านความรู้สึกนึกคิด ผู้ชมจะเกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งทันทีที่ได้รับข้อมูล เช่นภาพและการให้เสียงบรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์เครื่องบินตก มีภาพเครื่องบินเสียหาย มีผู้ที่ได้รับ บาดเจ็บและเสียชีวิต ในขณะที่มีเสียงบรรยายถึงรายละเอียดเหตุการณ์ มูลค่าความเสียหาย จำนวน   ผู้ที่เสียชีวิต อันทำให้ผู้ชมรู้สึกเศร้าใจ หดหู่ไปด้วย หรือเมื่อวัยรุ่นได้เห็นพฤติกรรมต่างๆ จากนักร้องชาวต่างประเทศ หรือละครโทรทัศน์ของไทยที่นักแสดงมีพฤติกรรมตามแบบ ชาวต่างประเทศ ก็นิยมชมชอบ เกิดการเลียนแบบ เพราะคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่เหมาะสม ซึ่งแสดงออกแล้วมีผู้ชื่นชอบจำนวนมาก เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าวิทยุโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้ชมเช่นกัน

วัตถุประสงค์ของการสื่อสารทางวิทยุโทรทัศน์ 

        1.  เพื่อให้ข่าวสาร เป็นวัตถุประสงค์หลักของการสื่อสารในรูปแบบนี้ แต่ละสถานีวิทยุโทรทัศน์จะมีนักข่าวเพื่อสรรหาข่าวมารายงานให้ประชาชนได้ทราบ โดยพยายามแข่งขันกันเสนอข่าวต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว

       2.  เพื่อถ่ายทอดความรู้และเสนอความคิดเห็น รายการวิทยุโทรทัศน์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดความรู้และเสนอความคิดเห็น ได้แก่ รายการที่ต้องการให้ประชาชนเป็นคนทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เช่นรายการสารคดี รายการที่ให้ประชาชนมีความรู้ทั่วไปในการดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข เช่น รายการความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกายและจิต รายการที่ให้ประชาชนได้ความรู้อย่างลึกซึ้งและได้ทราบความคิดเห็นของบุคคลอื่นๆ ในเรื่องราวต่างๆ เช่น รายงานพิเศษ รายการวิเคราะห์วิจารณ์ข่าว และรายการที่ถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการในสาขาต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เป็นต้น

        3.  เพื่อให้ความบันเทิง รายการที่จัดขึ้นเพื่อให้ความบันเทิงมีหลายรูปแบบ เช่น รายการเกมโชว์ รายการเพลง รายการทอล์กโชว์ ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รายการตลก รายการการ์ตูน รายการสำหรับเด็ก เป็นต้น

       4.  เพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ เป็นสิ่งสำคัญและทำให้การดำเนินธุรกิจจัดรายการต่างๆ ทางวิทยุโทรทัศน์ดำเนินไปด้วยดี โดยบริษัทที่ผลิตสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้าซื้อเวลาของสถานีมาโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลสินค้าและส่งผลถึงการตัดสินใจซื้อสินค้าและใช้บริการเหล่านั้นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเป็นการจัดรายการเฉพาะกิจเพื่อขอความร่วมมือจากประชาชน เช่น รายการรับบริจาคเงิน ข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้ขาดแคลน เป็นต้น

       5.  เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่นรายการสารคดี พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือรายการที่ทั้งภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นเพื่อถวายพระพร เป็นต้น

ประเภทรายการเพื่อสื่อสารทางวิทยุโทรทัศน์ 

       1.  รายการวิทยุโทรทัศน์ที่แบ่งตามเนื้อหาหลักของรายการ

            1.1 เนื้อหาประเภทข่าว เช่น รายงานข่าว การวิเคราะห์ และ/หรือ วิจารณ์ข่าว

            1.2 เนื้อหาสารัตถคดีเฉพาะเรื่อง ซึ่งเสนอเนื้อหาที่เป็นความรู้ทั่วไปและความรู้เฉพาะสาขาวิชาการ เช่น รายการเกี่ยวกับสุขภาพ รายการเกี่ยวกับการศึกษา รายการเกี่ยวกับกีฬา รายการเกี่ยวกับดนตรี รายการเกี่ยวกับรถยนต์ และรายการเกี่ยวกับธรรมะ

            1.3 เนื้อหาบันเทิงคดี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรื่นเริงบันเทิงใจแก่ผู้ชม มีหลายลักษณะเช่น รายการเกม รายการเพลง ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ รายการสัมภาษณ์ รายการชวนหัว และรายการปกิณกะบันเทิง เป็นต้น

            1.4 เนื้อหาสาระบันเทิง มีวัตถุประสงค์ทั้งให้สาระความรู้และความบันเทิงแก่ผู้ชม เช่น รายการสารคดีท่องเที่ยว รายการปกิณกะสารคดีและบันเทิง และรายการแสดงวาที เป็นต้น

       2.  รายการวิทยุโทรทัศน์ที่แบ่งตามกลวิธีการจัดรายการเป็นหลัก

            2.1 การแสดงบทบาท กล่าวคือ นักแสดงแสดงบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ ตามที่บทกำหนด ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถดึงดูดใจผู้ชมได้มาก เพราะเป็นกลวิธีที่ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เข้าถึงอารมณ์ ความรู้สึก ของผู้ชมได้ดี

            2.2 การบรรยาย มักเป็นรูปแบบของรายการเพื่อให้สาระความรู้แก่ผู้ชม โดยผู้บรรยายต้องมีศิลปะในการบรรยาย เช่น การใช้เสียงที่น่าฟัง และบุคลิกภาพที่ดึงดูดใจผู้ชมได้ เป็นต้น

            2.3 การสัมภาษณ์ ผู้ดำเนินรายการจะเป็นผู้สัมภาษณ์และเชิญผู้ร่วมรายการซึ่งมักเป็นผู้มีชื่อเสียง ผู้ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาชีพต่างๆ มาเป็นผู้ให้สัมภาษณ์

            2.4 การรายงาน ได้แก่ การรายงานข่าว สถานีฯ จะมีผู้หาข่าว ผู้เขียนข่าว และผู้ประกาศข่าว การอ่านข่าวลักษณะนี้ต้องอ่านชัดถ้อยชัดคำ ใช้น้ำเสียงสูงต่ำหนักเบา เพื่อให้ผู้ชมติดตามฟังข่าวโดยตลอด และต้องอ่านข่าวให้จบภายในเวลาที่จำกัด

            2.5 การตอบปัญหา มักมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมเป็นสำคัญ

            2.6 การอภิปราย ผู้ดำเนินรายการจะเป็นผู้ดำเนินการอภิปราย เชิญผู้ร่วมอภิปรายประมาณ 2-4 คนมาอภิปรายในหัวข้อที่กำหนดไว้

            2.7 การสาธิต มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ชมเป็นสำคัญ โดยมีวิทยากรแสดงวิธีทำอาหาร ทำผม แต่งหน้า ตัดเย็บเสื้อผ้า ปลูกผัก เป็นต้น

           2.8 ผู้ดำเนินรายการจะชวนผู้ชมรายการสนทนาเรื่องราวต่างๆ เช่น รายการเพลง ผู้ดำเนินรายการจะชวนสนทนาเกี่ยวกับเพลงสลับการเปิดเพลง รายการสารคดีท่องเที่ยว ผู้ดำเนินรายการจะชวนสนทนาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว การเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ เป็นต้น ลักษณะนี้ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนว่ากำลังพูดคุยกับผู้ดำเนินรายการจริงๆ

           2.9 การเปิดเพลง ผู้ดำเนินรายการจะเปิดเพลงให้ผู้ชมรายการได้ฟังประกอบวีดิทัศน์เพลง (Music Video) ซึ่งบริษัทผลิตแถบบันทึกเสียงเพลงได้จัดทำขึ้นเพื่อโฆษณาเพลงของบริษัท

           2.10 การเล่นเกม การจัดรายการวิธีนี้กำลังได้รับความนิยมมาก ผู้จัดรายการแต่ละรายการจะพยายามสรรหาเกมที่สนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ ลับสมองลองปัญญามาให้ผู้ร่วมรายการเล่น และถ่ายทอดความสนุกสนานไปให้ผู้ชมได้รับทราบ เหมือนได้มาเล่นเกมด้วยตนเอง

           2.11 การถ่ายทอดจากสถานที่เกิดเหตุการณ์ เช่น การถ่ายทอดงานพระราชพิธี งานพิธี การอภิปราย การแสดงดนตรี เหล่านี้จะมีผู้ดำเนินรายการ ณ สถานที่นั้น สถานีวิทยุโทรทัศน์เพียงแต่ถ่ายทอดภาพและเสียงมาให้ผู้ชมได้ชมเท่านั้น แต่การถ่ายทอดบางรายการ สถานีวิทยุโทรทัศน์ต้องจัดหาผู้บรรยายหรือผู้ดำเนินรายการเอง เช่น การถ่ายทอดการแข่งขันกีฬา เป็นต้น

           2.12 การผสมผสานหลายรูปแบบ การจัดรายการบางรายการเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ชมรายการให้ติดตามชมตลอดรายการ ซึ่งมีช่วงเวลานาน ผู้จัดรายการต้องใช้กลวิธีการจัดหลายรูปแบบ เช่น บางรายการโดยเฉพาะรายการบันเทิงจะแบ่งออกเป็นหลายช่วงเวลา บางช่วงใช้นาฏการ เป็นละครสั้น บางช่วงให้ผู้ร่วมรายการเล่นเกม บางช่วงจัดสัมภาษณ์ผู้ร่วมรายการ เป็นต้น

 

                                              ********************************************

 


 

ที่มา :     http://courseware.payap.ac.th/docu/th203/content/gtv.htm