นิ่งมองจิตคิดจนปนกันยุ่ง
ตามอารมณ์
นิ่งมองจิตคิดจนปนกันยุ่ง
เห็นความฟุ้งตามฝันอันเคยใฝ่
“โลภโกรธหลง” คงอยู่คู่จิตใจ
เย้ายวนให้เดินหลงดงอารมณ์
จิต “ชอบรัก” มักคอยลอยดงรัก
คราวแตกหักรักแค้นจนแสนขม
รักที่เลือนเฉือนด้วยมีดกรีดด้วยคม
ทุกข์ระทมท่วมท้นจนวันตาย
บางดวงชอบหงุดหงิด “คิดทางโกรธ”
มองแต่โทษโฉดเขลาเอาแต่ง่าย
เมื่อใจร้อนปากคำมุ่งทำลาย
มิตรจึงหน่ายหายหน้าไม่มาเเล
“เห็นความโลภ” ละโมบมากเพราะอยากได้
จึงหวั่นไหวไหลลามตามกระแส
เห็นเขามีอยากดีมีตามแก
อยากได้แม้ความคิดผิดทางธรรม
“เห็นความหลง” งงงันกับการหลง
คิดเป็นวงเวียนไปในทางต่ำ
เหมือนพายเรือในอ่างหนทางกรรม
เป็นสีดำเดินดงลงทางใด
โอ้....ดวงจิตคิดวนจนจิตดื้อ
เตือนให้ถือ “ความนิ่ง” ยิ่งไม่ได้
วิ่งวนตามความหลังอยู่ข้างใน
แล้ววิ่งไปข้างหน้า ข้าเหนื่อย.....เอย
โสภณ เปียสนิท
39/3 เขาพิทักษ์ หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
มองด้วยใจ แน่วนิ่ง ทุกสิ่งสรร
สารพัน จิตตัง อย่าขังขึง
ปล่อยให้ลอย ล่องลม สมคนึง
เพียงวันหนึ่ง สุขใจ ไม่ต้องแคร์
สวัสดีค่ะอาจารย์
***ฝึกแต่งกลอน หน่อยนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่า จะตรงประเด็นบ้างมั้ยเนี่ย ****
ขอบพระคุณที่มีเวทีให้ได้ฝึกแต่งกลอนค่ะ
วันนี้มาพร้อมสุนทรียภาพของผีเสื้อ และสุนทรียพจน์ของบทกวี ยอดเยี่ยมไปเลย น่าชื่นชมนะครับ ต้องหาภาพผีเสื้อมาอวดบ้างครับ เดี๋ยวน้อยหน้า อิอิ
ทั้ง โกรธ โลภ หลง รัก มักปะปน
ปุถุชน พึงตรองให้ถ่องแท้
อนิจจัง อนัตตา ความเปลี่ยนแปร
จิตที่รู้ แน่แท้ จึงปล่อยวาง
ขออนุญาตร่วมความคิดด้วยค่ะ
"รู้ได้ แต่ไม่รู้แท้" ทำให้วางไม่ได้
ใช่ไหมคะ อาจารย์?
ขอบคุณสำหรับคำกวีอันไพเราะครับ เขียนบ่อยๆ ก็สนุก คนไทยมีนิสัยรักกลอนรักกวีกันอยู่แล้ว ยิ่งเขียนยิ่งมันมือ นานเข้ากลายเป้นนักกลอน
มาเขียนกวีไว้บ่อยๆนะครับ จะได้อ่านฝีมือบ่อยครั้งขึ้น ชีวิตคนก้เป็นเช่นดั่งที่คุณว่า นั่นแล อิอิ
ตามรู้อารมณ์ตามไม่ค่อยทันค่ะ
จิตแส่ส่ายกระเพื่อม
เต็มไปด้วยอุปกิเลส๑๖
มาร่วมแจมด้วยคนค่ะท่านกวีธรรมโสภณ
ขอบคุณสำหรับกวีธรรมนำเสนอไพเราะดีครับ ขอบคุณอีกครั้งสำหรับชื่อใหม่ดูเท่ดีเหมือนกัน "กวีธรรมโสภณ" อิอิ
...ใจหลงอารมณ์
หลงโลภโกรธเคือง
หลงชีวิตที่ไม่รุ่งไม่เรือง
ใกล้ๆจะมลายสลายอารมณ์
หลง....
แวะมาชมกวี ของทุกๆท่านครับ
จิตใจของคนมีปกติคิด คิดไม่หยุดดุจลมหายใจของคน แต่หยุดลมหายใจคือหาที่เกิดใหม่ หยุดความคิดคือ "ฌาน" ที่แปลว่าเพ่งในอารมณ์ ใครทำได้เกิดปาฏิหาริย์แห่งจิต
@@@อารมณ์คนผันแปรไม่แน่นิ่ง
นั้นคือสิ่งธรรมดาหาได้ง่าย
จิตไม่วางย่อมเดือดร้อนทั้งใจกาย
ยังไม่สายหันกลับปรับตัวเอง@@@
ทุกบันทึกที่แสดงความคิดเห็นอ่านแล้วไม่ใช่อ่านเลย แต่ได้ความหมายและกินใจมากค่ะ
ผมว่าสนุกนะ หากเรารู้จิตเป็นของไม่นิ่ง แล้วทดสอบทำให้นิ่งดูว่าได้หรือไม่ได้ เช่น ภาวนาคำอะไรก็ได้ ให้มันคิดอยู่เรื่องเดียว
ประโยชน์ืคือถ้าวันใด มันคิดเรื่องทุกข์ เราก็บอกหรือสั่งว่า ให้คิดเรื่องที่เราฝึกไว้เรื่องเดียว หากชำนาญก็หมายความเรา "ชนะ"
เห็นไหม น่าสนุก ผมว่านะ
ล้นเกล้า ร.6 เขียนไว้ว่า "สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาเเแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวแพรว" อิอิ ว่าเข้านั่นเลย เทียว
ขอบคุณที่แวะมานะครับ ขอให้ที่ กศน. มีนักเรียนมากมายๆๆๆๆๆ
แวะเข้ามาอ่านบทกลอนที่ไพเราะนะคะอาจารย์
เรียนท่านอาจารย์
รักษาสุขภาพให้แข็งแรงไว้นะครับ จะได้มีแรงมาเที่ยวชมบันทึกที่นั่นที่นี่
ขอบคุณสำหรับดอกลีลวดี และรักษาสุขภาพให้ดีด้วยนะครับ จะได้แข็งแรง มารำกระบองให้ดูอีกนะครับ
สวัสดีตอนดึกค่ะอาจารย์
ตอนนี้ยังไอและเจ็บคอค่ะ แต่ยังทำงานได้ปกติค่ะ
เป็นไข้นอนดึกไม่ดีนาครับ ขอบคุณสำหรับกล้วยไม้สกุลหวายสีม่วงนำมามอบยามดึกนะครับ