เมื่อวันที่ ๔ ม.ค. ๕๔  วันเปิดทำงานวันแรกของปี  ดิฉันเข้าไปกราบสวัสดีปีใหม่อาจารย์วิจารณ์ และ อาจารย์ประพนธ์ ที่ สคส.

 

อาจารย์วิจารณ์กล่าวถึง การเป็นครูเพื่อศิษย์ว่า ต้องเติมแก้ว ๓ ประการ คือ

  • เติมหัวใจ คุณค่า ความหมาย
  • เติมทักษะ การทำหน้าที่ครูในศตวรรษที่ ๒๑ จัดให้ศิษย์เรียนรู้ ทักษะของศตวรรษที่ ๒๑
  • เติมการเรียนรู้ร่วมกัน  PLC - Professional Learning Community

 

อาจารย์เล่าถึงความรู้ในปัจจุบันว่า เปลี่ยนทุก ๓ – ๕ ปี และมีลักษณะเป็น dynamic ดังนั้นครูจึงต้องทั้ง delearn ความรู้เก่าของตัวเอง และ relearn ความรู้ใหม่ๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างความรู้ที่เอื้อต่อการปฏิบัติและมีความทันต่อยุคสมัย และมี dynamic อยู่เสมอ

 

ประเทศฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูงมาก ประเทศเขากำหนดเลยว่าคนที่มาเป็นครูจะต้องเรียนจบปริญญาโท และทำงานบนฐานแบบ research based เพื่อสร้างความรู้จากหน้างานของตัวอยู่ตลอดเวลา

 

ประเด็นความรู้ใหม่ของศตวรรษที่ ๒๑ อาจารย์แนะนำให้อ่านหนังสือสองเล่มคือ 21st century skills  Learning for Life in Our Times.  และ 21st century skills  Rethinking How Student Learn. ที่มีชื่อหลักเดียวกันแต่มีชื่อรองคนละชื่อกัน

 

จากเดิมที่เคยมีมุมมองว่า “ครูเพื่อศิษย์” คือครูที่

 

  • รักเด็ก แบบไม่มีเงื่อนไข
  • ไม่ปฏิเสธเด็กเกเร หรือเรียนอ่อน
  • สนุกกับการออกแบบการเรียนรู้ของเด็ก
  • ไม่ทอดทิ้งเด็ก เอาเวลาไปสร้างประโยชน์ตน
  • เอาใจใส่ศิษย์ตลอดชีวิต เป็นรายคน
  • อดทนต่ออุปสรรค
  • แสวงหาเพื่อนร่วมทาง นั้น

 

มาในวันนี้ครูเพื่อศิษย์ คือ ครูที่ต้องเติมเต็มความรู้ด้วย โดยเฉพาะความรู้ในการสร้างเด็กให้พร้อมสำหรับชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ และเป็นการเรียนรู้ที่ต้องมาจากฉันทะของผู้เรียนเอง

 

ในประเด็นนี้อาจารย์ยกตัวอย่างแนวความคิดที่ไปเสนอไว้กับสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า อยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้ภาษาที่ ๓ แต่นักศึกษาต้องรับผิดชอบการเรียนรู้ในส่วนนี้เอง และไปเรียนมาเองจากสถาบันที่ได้รับการรับรอง ภาษาที่ ๓ ที่กล่าวถึงนี้คือภาษาในกลุ่มประเทศอาเซี่ยน รวมถึงภาษาจีน ญี่ปุ่น เกาหลี

 

ทางมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ลงบันทึกใน transcript ให้ ซึ่ง transcript นี้จะแสดงความแตกต่างที่สะท้อนถึงความสามารถในการเรียนรู้ และความรักในการเรียนรู้ของนักศึกษาแต่ละคนว่าเขาพร้อมเพียงใดต่อสถานการณ์ในศตวรรษที่ ๒๑