ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการเสวนาเรื่อง "บัญชียาหลัก          สู่มาตรฐานการใช้ยาของประเทศ" ที่จัดโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ว่า แนวคิดการใช้บัญชียาหลักเพียงบัญชีเดียวกับระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 ระบบ คือ ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และโครงการ 30 บาท ช่วยคนไทยห่างไกลโรคนั้น เป็นแนวคิดที่มีโอกาสที่จะเป็นจริงได้   หากบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นบัญชีที่ครอบคลุม และเหมาะสมกับสถานการณ์ในระยะเวลานั้น เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสมีชีวิตรอดที่เท่าเทียมกัน แต่ต้องยอมรับว่าระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 ระบบนั้นมีที่มาแตกต่างกัน     "เป้าหมายของบัญชียาหลักนั้นต้องการให้ยาที่อยู่ในบัญชียาหลักเป็นยาที่ดีที่สุดแล้ว และการที่มียาใหม่ที่แพงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่าการรักษาจะดีกว่า อาจจะ    เลวลงและมีผลแทรกซ้อนมากขึ้นก็ได้ เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ แก้ปวดเมื่อยชนิดไม่ระคายเคืองกระเพาะอาหาร (COX2) ที่นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ยังส่งผลให้ผู้ใช้ยาเป็นโรคหัวใจมากขึ้น" ศ.นพ.จรัสกล่าว และว่า แม้ยาประเภทนี้บางตัวจะถูกถอนออกจากตลาดโลกไปแล้ว แต่ก็ยังมียาที่ยังขายในตลาดอีก 2-3 ตัว ซึ่งผลข้างเคียงอาจจะไม่ต่างกับยาที่ถูกถอนไป เพียงแต่ยังไม่มีการตรวจสอบที่ชัดเจนเท่านั้น ดังนั้นผู้ใช้ยาต้องระวังไว้ด้วย   ภญ.รวีวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ยาที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาตินั้น เป็นยาที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐาน เพราะได้รับการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงทุก 3 เดือน เพื่อให้ทันสมัยที่สุด   แต่อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าบัญชียาหลักจะต้องมีเพียงบัญชีเดียว แต่ระบบสวัสดิการนั้น  จะกำหนดอย่างไรต้องหารือกันอีกครั้ง   ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน และแก้ไขความกังขาว่าบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นบัญชียาที่ไม่ดีนั้น ทาง อย. อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเปลี่ยนชื่อ "บัญชียาหลักแห่งชาติ" เป็น "บัญชียาแห่งชาติ" นพ.เทียม อังสาชน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์สระบุรี กล่าวว่า ในโรงพยาบาลศูนย์สระบุรีมีการใช้ยาคลายกล้ามเนื้อประมาณ 8% ของยาที่ใช้ทั้งหมด หรือประมาณ 17 ล้านบาท ซึ่งหากสามารถใช้ยาสมุนไพร หรือ   ใช้ยาจากภูมิปัญญาไทยจะสามารถลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้มาก นอกจากนี้ควรมีการประกันคุณภาพยาที่ขายแบบประมูลให้กับโรงพยาบาลด้วย เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคายาที่ได้ด้วยวิธีการประมูลนั้นต่ำมาก จนเกรงว่า       จะกระทบกับคุณภาพของยา มติชน  29 ก.ค. 49