ผลสำรวจความพึงพอใจในการทำงานในภาครัฐ ขึ้นเงินเดือนข้าราชการไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด หลังพบว่าปัจจัยเรื่องงานในความรับผิดชอบและได้รับมอบหมายงานที่ตรงกับความสนใจส่วนตัวได้รับความพอใจสูงสุด ส่วนความพอใจในโอกาสและอนาคตของการเติบโตในองค์กรยังแย่ที่สุด บริษัท เฮย์กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบบริหารจัดการองค์กรและพัฒนาทรัพยากรบุคคล ได้แถลงข่าวนำเสนอ "ผลลัพธ์การจัดทำสำรวจความพึงพอใจในการทำงานในภาครัฐ ภาพรวมของการศึกษาภาครัฐโดยรวม" เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมเซนจูรี่ ปาร์ค กรุงเทพฯ        โดยการสำรวจความพึงพอใจในภาครัฐครั้งนี้ ครอบคลุมประชากรในภาคราชการพลเรือน ราชการทหาร และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกว่า 50 องค์กรทั่วประเทศ ประมาณ 20,000 คน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสำรวจของบริษัทเฮย์กรุ๊ปชิ้นนี้ สรุปว่าความพึงพอใจโดยรวมของบุคลากรต่อการทำงานภาครัฐอยู่ที่ 67.4% โดยปัจจัยเรื่องงานในความรับผิดชอบได้รับความพึงพอใจสูงสุด ในขณะที่ปัจจัย      เรื่องโอกาสและอนาคตของการเติบโตภายในองค์กร เป็นปัจจัยที่มีระดับความพึงพอใจต่ำสุด  นอกจากนี้ ปัจจัย    ที่ส่งผลน้อยที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงความพึงพอใจของภาครัฐคือ ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ซึ่งหมายความว่าเรื่องการได้รับเงินเดือนสูงไม่ใช่ปัจจัยที่อยากให้เปลี่ยน หากแต่เป็นเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงานของบุคคลไม่ใช่จ่ายตามปัจจัยอื่น   ผลสำรวจพบว่าการเพิ่มความพอใจในวิธีการปฏิบัติงานที่สำคัญคือ การได้รับความร่วมมือและการ สนับสนุนจากผู้อื่น การมีกระบวนการทำงานมีความยืดหยุ่น การมีข้อมูลประกอบการทำงานมีความพร้อมใช้เสมอ การได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะในการทำงาน การมีสภาพแวดล้อมทางกายภาพเอื้ออำนวยต่อการทำงาน และการที่องค์กรให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน น.ส.ศิริรัตน์ พิริยธนาลัย ผู้อำนวยการบริษัทเฮย์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ได้สร้างความประหลาดใจเมื่อพบว่าความพึงพอใจของข้าราชการส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ค่าตอบแทน แต่เป็นเรื่องภาวะผู้นำ การปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วง และโอกาสเติบโตในหน้าที่การงานอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม   "การปรับเพิ่ม ค่าตอบแทนจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะระดับความพึงพอใจของข้าราชการต่อปัจจัยเรื่องค่าตอบแทน นั้นมีเพียง 8.9% ขณะที่ระดับความพอใจสูงสุด คือเรื่องความก้าวหน้าในสายงาน (24.1%) ดุลยภาพระหว่างชีวิต   การทำงานกับชีวิตส่วนตัว (19.4%) และภาวะผู้นำกับวัฒนธรรมในองค์กร (18.2%)" ผู้อำนวยการ บริษัทเฮย์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวอีกว่า สิ่งที่ข้าราชการต้องการมากที่สุด คือ โอกาสก้าวหน้าในสายงาน การมีผู้นำที่ดี มีระบบเลื่อนขั้นและเงินเดือนที่เป็นธรรม บริษัทเฮย์กรุ๊ปเสนอทางแก้ไขว่า สิ่งแรกที่ควรต้องเร่งปฏิบัติคือ สร้างระบบการพิจารณาความดีความชอบที่โปร่งใสยุติธรรม โดยดูจากผลงานเป็นหลัก  นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐควรพัฒนาทักษะในการ       เป็นผู้นำ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในองค์กร     นอกจากนี้ ขั้นต่อไปคือ เพิ่มความยืดหยุ่นในระบบการทำงาน เพิ่มการฝึกอบรมเสริมทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ปรับปรุงระบบข้อมูลให้พร้อมสนับสนุนการทำงาน     ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และในระยะยาว ควรพิจารณาระดับค่าตอบแทนให้เทียบเคียงได้กับองค์กรอื่น ๆ                                                                    ประชาชาติธุรกิจ  31  ก.ค.  49