ที่ด่านซ้าย ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาจนกระทั่งพัฒนาระบบสารสนเทศที่เอื้อต่อการทำงานบริการในโรงพยาบาลได้ ถึงขนาดผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่าสามารถนั่งคีย์โน้ตบุ้ค รักษาคนไข้ ที่สนามหญ้าหน้าโรงพยาบาล แล้วเชื่อมโยงข้อมูลมายังศูนย์กลางของโรงพยาบาลได้” ระบบข้อมูลสารสนเทศเสถียรถึงขนาดนั้น!!!

เมื่อระบบข้อมูลนิ่ง

งานพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลก็เดินหน้า

 

 

เบื้องหลังความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล นอกจาก “คน” อันเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างนิ่งในองค์กรแล้ว สิ่งหนึ่งที่อาจอาจมองข้ามกันก็คือ “ระบบข้อมูลข่าวสาร”

คุณเดชา สายบุญตั้ง เจ้าหน้าที่ระบบข้อมูลสารสนเทศ โรงพยาบาลสมเด็กพระยุพราชด่านซ้ายได้เขียนบันทึกถอดบทเรียนการทำงานตอนหนึ่งว่า “ระบบสารสนเทศเป็นเรื่องใหญ่ พอๆกับการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร”  ระบบข้อมูลสารสนเทศ มีความสำคัญเช่นนั้นเชียวหรือ??

Software ที่จะนำมาใช้ในองค์กร เป็นเรื่องที่หลายๆโรงพยาบาลผ่านประสบการณ์ลองผิด ลองถูกมามากมาย บางโรงพยาบาลทุ่มงบประมาณหลายหลักเพื่อให้ได้มาซึ่งการบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศที่ดี บางโรงพยาบาลได้เปลี่ยน Software เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก นอกจากใช้งบประมาณมหาศาลาแล้ว ระบบยิ่งขมวดเกลียวเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้นเรื่อยๆ ตามนโยบายที่มาจากเบื้องบน เช่น กระทรวงสาธารณสุข,สปสช. เป็นต้น เมื่อปัจจัยที่มาเพิ่มเติมความยาก ประกอบกับการเริ่มต้นเรียนโปรแกรมแบบลองผิดลองถูก คนทำงานในองค์กรต่างก็ทุ่มเทพลังส่วนหนึ่งไปกับการจัดการข้อมูลที่ตนเองรับผิดชอบ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปตอบกับมาตรฐาน นำไปใช้ในการประเมิน เก็บข้อมูลกันอุตลุด จะมีเวลาสักกี่มากน้อยในการ คิดการพัฒนาคุณภาพการทำงานของตนเองให้มีคุณภาพ และยังไม่ต้องพูดถึงระบบโดยรวมของคุณภาพโรงพยาบาล

ที่ด่านซ้าย ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาจนกระทั่งพัฒนาระบบสารสนเทศที่เอื้อต่อการทำงานบริการในโรงพยาบาลได้ ถึงขนาดผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกว่าสามารถนั่งคีย์โน้ตบุ้ค รักษาคนไข้ ที่สนามหญ้าหน้าโรงพยาบาล แล้วเชื่อมโยงข้อมูลมายังศูนย์กลางของโรงพยาบาลได้” ระบบข้อมูลสารสนเทศเสถียรถึงขนาดนั้น!!!

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ กว่าจะ “ลงตัว” ของระบบข้อมูลสารสนเทศที่สามารถตอบสนองระบบงานที่ซับซ้อนของโรงพยาบาลได้ โรงพยาบาลด่านซ้ายก็มี “บทเรียน” ที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อและพลังใจที่ทุ่มเทของคนทำงาน ไม่เฉพาะฝ่ายไอที แต่รวมถึงความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงของทีมงานโรงพยาบาลด่านซ้ายด้วย

จาก HCIS มาเป็น HOSxP  PCU

ความยากของโปรแกรมบวกกับความซับซ้อนของระบบการให้บริการโรงพยาบาล เป็นจุดเปลี่ยนที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ร่วมกัน ทดลองโดยมีองค์กรเป็นเดิมพัน อดทนใช้ HOSxP PCU มาประมาณ ๓ ปี ปัญหาที่เกิดขึ้นยังดูเหมือนไม่คลี่คลาย และหนักมากขึ้นเมื่อโปรแกรมต้องแก้ไขบ่อยๆ จนคิดจะเปลี่ยนโปรแกรม และพื้นฐานความเชื่อเดิมที่เชื่อว่า “โปรแกรมดี ต้องมีราคาแพง” ไม่ควรฝากความหวังไว้ที่โปรแกรมเมอร์แต่เพียงคนเดียว

มีหลายบริษัทเข้ามาเสนอราคาโปรแกรมใหม่ๆที่สนนราคาที่สูงเฉียดหลักล้าน ในช่วงที่โรงพยาบาลยังมีภาวะหนี้สิน การลงทุนด้านนี้จึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนและมีทางเลือกที่คุ้มค่ามากที่สุด จนกระทั่งมาพบโปรแกรมฟรีที่ชื่อ HOSxP” โดยผ่านฉันทานุมัติจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลและทีมบริหาร แม้ว่าจะยังไม่ค่อยเชื่อมั่นในศักยภาพของโปรแกรมล่าสุดนี้มากนัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบอกนโยบายเพียงสั้นๆว่า “ทำอย่างไรก็ได้...อย่าให้ระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหา” 

โปรแกรม HOSxP มีทักษะบางประการที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีต้องเรียนรู้เพิ่มเติมคือ Linux และ MySQL ทางโรงพยาบาลจึงส่งเจ้าหน้าที่ไปเรียนรู้เพิ่มเติม การตั้งเป้าหมายต่อการใช้โปรแกรมเป็นสิ่งสำคัญ การตั้งคำถามว่า HOSxP จะตอบสนองต่อระบบงานได้อย่างไร คำตอบก็คือ ต้องรองรับระบบรายงาน ระบบการเงิน รวมไปถึง สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา เป็นคำตอบที่     ท้าทายมากที่สุดของคนทำงานเบื้องหลังระบบ

เตรียมคนพร้อมกับเรียนรู้โปรแกรม

 

          คุณเดชา สายบุญตั้ง ได้บอกว่า

HOSxP อาจจะไม่ใช่โปรแกรมที่ดีที่สุด แต่ด้วยความเป็นฟรีซอฟต์แวร์และมีความยืดหยุ่นสูงมาก มีการพัฒนาที่ต่อเนื่องและมีทีม มีองค์ความรู้สำหรับช่วยแก้ปัญหาต่างๆ บนพื้นฐานของการช่วยเหลือ แบ่งปัน และเกื้อกูลกัน ทำให้มีการเติบโตของ HOSxP มีผู้สนใจนำมาใช้จำนวนมาก มีทั้งที่ประสบความสำเร็จ..และล้มเหลว”


การพัฒนาโปรแกรมข้อมูลสารสนเทศของโรงพยาบาลด่านซ้าย เป็นการพัฒนาโดยทดลองกับระบบจริงใช้งานจริง ทบทวนและแก้ไขปัญหาพร้อมกับการเรียนรู้ไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ยากแก่การยอมรับของผู้ที่คุ้นชินวิถีเดิมซึ่งคิดว่า “ดีอยู่แล้ว เปลี่ยนทำไม”  การคิดที่จะก้าวออกจากศูนย์กลางของความคุ้นชิน จึงต้องอาศัยพลังมหาศาล รวมถึงเป้นความท้าทายขององค์กรด้วย ในองค์กรที่มีความสลับซับซ้อน อาจจำเป็นต้องนั่งพูดคุยกันให้เห็นภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ คลี่คลายเล่าสู่กันฟังว่า เมื่อเปลี่ยนแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น และที่สุดแล้วจะตอบสนองกับระบบงานเราอย่างไร?  ต้องอาศัยการเปิดใจไปพร้อมๆกัน

เหตุเพราะทุกอย่างล้วนเชื่อมโยง เมื่อระบบงานที่ซับซ้อนมีความเชื่อมโยงกัน การออกแบบระบบของโปรแกรมก็ต้องซับซ้อนเพื่อรองรับ สิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ “ต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน” เพราะว่าหากยังมีระบบการทำงานแบบเดิม เพิ่มเติมเอาโปรแกรม HOSxPมาใช้ แทนที่จะมาช่วยแบ่งเบาการทำงานกลับกลายเป็นภาระสร้างความยุ่งยากมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน นอกจากที่เราจะใช้ “ความกล้า” อย่างหนักหน่วงแล้ว การเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งมีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของคนทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อถึงเวลาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้ายต้องเปลี่ยนแปลง

คุณเดชาได้ถอดบทเรียนในมุมของผู้ดูแลระบบว่า

การเปลี่ยนแปลงบุคลากรของห้องบัตรที่ต้องโยกย้าย เปลี่ยนงาน ถือเป็นเรื่องใหญ่ อาจทำลายขวัญกำลังใจของคนในองค์กรค่อนข้างมากเพราะจากคนที่เคยมีงานทำเป็นประจำทุกวัน แต่พอวันหนึ่งระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแล้วเขาทำงานไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีพอเป็นสาเหตุให้ต้องมีการย้ายฝ่าย เปลี่ยนงาน หัวอกของคนทำงานจะทุกข์แค่ไหนเป็นเรื่องที่ทีมบริหารต้องช่วยกันอธิบายต่อหัวหน้างานและบุคลากรในทุกระดับรวมถึงการมองหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้ด้วย เรื่องแบบนี้..มองได้หลายมุมครับ แต่ถ้าเราเอาคนไข้เป็นศูนย์กลาง เราพบว่าองค์กรที่ทำระบบคุณภาพต้องดูแลพนักงานเพื่อให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

 

ดังนั้นยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการบุคลากรจึงจำเป็นต้องบริหาร “หัวใจ” ของคนทำงานไปด้วย

การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของโรงพยาบาลด่านซ้าย จึงเป็นความพยายามในการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับ “ข้อมูล” เป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนองค์กร ทั้งนี้เมื่อข้อมูลมหาศาลถูกจัดการ ก็หมายถึง การแบ่งเบาภาระของบุคลากร และคุณภาพชีวิตของคนทำงานที่ดีขึ้น เมื่อเรื่องใหญ่ๆ ขององค์กรเรื่องนี้สมดุล บุคลากรก็มีเวลาเพียงพอในการคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆ และเมื่อนั้นเองระบบการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลก็จะเดินหน้าไปด้วยพลังและมีเสถียรภาพ