ตามปกติฉันเป็นคนบันทึกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในประจำวัน เพื่อหาข้อคิดสำหรับไว้อ่านเตือนตัวเอง ภายหลังเมื่อมาเป็นสมาชิก GotoKnow จึงได้นำมาเขียนเล่าผ่านบันทึก  แต่หลายเรื่องฉันคิดใคร่ครวญก่อนว่าเรื่องนี้เสียหายต่อสังคมหรือเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือไม่  บางครั้งก็มีทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์อีกฝ่ายหนึ่งเสียหาย  แต่ฉันจะตัดสินใจรับประโยชน์ของหมู่มาก  อย่างเช่นเรื่องที่ฉันจะเล่าต่อไปนี้  แม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์ต่อตัวฉัน  แต่ฉันเป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะเห็นสังคมดี ๆ อยากให้โลกนี้เป็นโลกของคนดี  ไม่อยากให้คนดี ๆ ถูกมองข้ามว่าเป็นคนโง่  แม้แต่พฤติกรรมที่แสดงออกต่อกันในทางที่ไร้มารยาท ไม่ให้เกียรติก็ตาม

          วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๔  เป็นวันแรกของการทำงานทุกหน่วยงาน  ฉันได้ไปเป็นเพื่อนน้องที่สนิทสนมกันที่ธนาคาร  เพื่อไปติดต่อ "การขอเป็นหนี้กู้เงินซื้อบ้าน" ซึ่งฉันเคยเป็นลูกหนี้ (ชั้นดี) ของธนาคารแห่งนี้มาก่อน  เพราะส่งค่าบ้านหมดแล้วธนาคารก็ยังส่งหนังสือให้ฉันกลับเอาบ้านมาติดหนี้ได้อีกตลอดเวลา  และยังได้ระบุว่าฉันเป็นลูกหนี้ชั้นดีด้วย

         เดิมฉันบ้านของฉันได้เป็นหนี้อยู่กับธนาคารอื่น แต่ภายหลังเห็นว่าดอกเบี้ยที่นี่ถูกกว่า  จึงย้ายบ้านมาทำสัญญาเป็นหนี้ที่นี่  แต่จำไม่ได้ว่า "การต้อนรับเวลานั้นเป็นอย่างไร"  อาจเป็นเพราะหน้ามืด  ความยากจนปิดดวงตาฉันอยู่ก็ไม่ทราบ  มาครั้งนี้จึงลืมได้พาน้องเขาไปติดต่อ  ผลออกมาอย่างนี้

        พวกเราได้ไปติดต่อโดยปฏิบัติตามระเบียบ  จับบัตรคิวนั่งรอเรียก จนถึงคิวก็เข้าไปทักทายตามมารยาทงามของคนไทย เจ้าหน้าที่เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ  อายุไม่เกิน ๔๐ ปี ไม่ได้รับไหว้พวกเรา  (ในใจฉันก็อภัยให้แต่แรกเพราะเห็นแบบนี้มามาก) แล้วพวกเราก็แจ้งความประสงค์ว่าขอกู้เงินซื้อบ้านให้ จนท.ทราบ

จนท.    :   คุณทำงานอะไร  เงินเดือนเท่าไร

พวกเรา  :   รับราชการครับ  มีเงินเดือน.....บาท โดยไม่มีภาระหนี้สินผูกพันครับ

จนท.    :   ผมจะเชื่อได้อย่างไร  ผมจะต้องตรวจสอบ  หนี้บัตรเครดิตมีไหม

พวกเรา  :  ไม่มีครับ  ไม่เคยทำบัตรเครดิต

จนท.    :   คุณจะพูดอย่างไร  ผมก็ต้องตรวจสอบแน่นอน

พวกเรา  :   ขอรับเงื่อนไข  และระเบียบการเขียนคำร้องขอครับ

จนท.    :   อย่างไรผมก็ต้องตรวจสอบนะ 

พวกเรา  :   บอกราคาบ้านให้ จนท.ทราบ

จนท.    :   คุณไม่มีวันจะได้เต็มราคากู้หรอกนะ  คุณจะต้องจ่ายเงินสดเพิ่มอีก....แสนเชียวนะ  ไหวไหมละ

พวกเรา  :   (ไม่มีคำตอบ) ขอรับเงื่อนไข  และระเบียบการเขียนคำร้องขอครับ

จนท.    :   ฯลฯ.....พูดเหมือนไม่อยากทำงาน  (เล่าแต่เบา ๆนะเนี่ย)

               พวกเราได้คุยกันเหมือนกับว่าหมดกำลังใจ  แต่ฉันก็ให้กำลังใจน้อง ๆ ว่า "เราเป็นคนจนต้องใจเย็น ๆ น้อง  อย่าไปถือสากับกิริยาของพวกเขาเลย เราไม่ได้มาขอเขา  แต่เรามาใช้สิทธิในฐานะข้าราชการคนไทยคนหนึ่ง  ที่อยากมีบ้านอันมั่นคงสักหลังหนึ่ง เพราะข้าราชการมีสิทธิ์กับการกู้กับโครงการฯ ของธนาคารนี้ด้วย"

              ฉันได้เปลี่ยนใจพาน้องเขาไปธนาคารอีกแห่งหนึ่งเป็นธนาคารเอกชน  ซึ่งเป็นธนาคารแห่งแรกที่ฉันติดต่อขอทำสัญญาเป็นหนี้บ้านครั้งแรกนั่นเอง  เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชายเช่นกัน คุยตรงไปตรงมา  แนะนำวิธีดำเนินการให้ไม่ถึง ๕ นาที  และสุดท้ายบอกว่า "คุณสามารถกู้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซนต์ของราคาบ้าน ตามฐานรายได้ครับ"

              ตอนฉันเป็นเด็กฉันไม่เข้าใจว่า "ทำไมต้องมีมารยาท ทำไมต้องรักษามารยาท"  แต่พ่อแม่ของฉันสอนว่า "มารยาทคือการทำให้ผู้ที่อยู่ข้างหน้าเรามีความพึงพอใจ  แม้ว่าเราจะขมขื่นหรืออดทนอดอดกลั้นก็ตาม  แต่ไม่ได้หมายถึงการเสแสร้งแกล้งทำ  ยิ่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ต้องแบกมารยาทให้หนักยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว"

            การที่ข้าราชการคนหนึ่งจะไปติดต่อกู้เงินเพื่อสร้างบ้าน  ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องเลวร้าย  เพราะทุกคนต้องต่อสู้เพื่อความมั่นคงของชีวิตและครอบครัว  หากเขาไม่พร้อมที่จะเป็นหนี้คงไม่มีใครอยากไปติดต่อให้เสียเวลา  ถึงแม้ว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขหรือไม่มีสิทธิ์  ก็ควรเจรจาที่ดีไม่ให้เกิดความบาดหมางถือเป็นการให้เกียรติและเคารพในศักดิ์ศรีต่อเพื่อนมนุษย์ 

         ทุกคนคงอยากจะเห็นสังคมดี ๆ อยากให้โลกนี้เป็นโลกของคนดี  ไม่อยากให้คนดี ๆ ถูกมองข้ามว่าเป็นคนโง่  และมีพฤติกรรมการแสดงออกต่อกันด้วยมารยาทอันดี ให้เกียรติต่อกัน  ขอวิงวอน