ถามถึง "พลังงานทางเลือกที่สะอาดบริสุทธิ์" ที่แท้จริง นั้น กระผมก็ยังคงต้องขอเสนอ แหล่งพลังงานที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องไปรบกวนธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ (๑) พลังงานลม (๒) พลังงานแสงอาทิตย์ (๓) พลังงาานน้ำ ซึ่งคิดว่า การลงทุนเพื่อหาและผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงาน ๓ แห่งข้างต้นนี้ ก็คงใช้ ทุนในการสร้างที่ใกล้เคียงกัน เผลอ ๆ อาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำไป ที่สำคัญ แหล่งพลังงานทั้่ง ๓ แหล่ง ก็ไม่ทิ้ง "กากมลพิษ" ไว้แน่นอน และ "ใช้ไม่หมด" ด้วย ดังนั้น จึงคิด กระทรวงพลังงาน และ/หรือ สถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน น่าจะลงทุนค้นคว้าวิจัยเพื่อแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์จากพลังงานเหล่านี้มากยิ่งขึ้น (ด้วยความเคารพ) และล่าสุด ประเทศเยอรมันนี ก็มีการรวมตัวประท้วงของกลุ่มประชาชนที่แสดงจุดยืนและความต้องการที่ว่า "ไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์" อีกต่อ ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว (ใยประเทศไทยยังจะอ้างว่า ประเทศที่เจริญล้วนแต่ "ยอมรับ" และ "อาศัย" พลังงานที่ได้จากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แทบทั้่งนั้น (วานบอก)

     ท่ามกลางข่าวสารที่พรั่งพรูและฮิตติดกระแสพลังงานทางเลือกของประเทศไทยในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น "การสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์" และเรามักจะได้ดูได้เห็นสื่อโฆษณาเชิงสารคดีที่จัดทำโดยกระทรวงพลังงานผ่านหน้าจอโทรทัศน์อยู่เสมอ ที่คอยนำเสนอถึง "หนทางเลือกที่จำเป็น" "ความปลอดภัย" และ "คุณูประการของโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์" ว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตของผู้บริโภคในประเทศไทย (แน่นอนว่า ต้องเน้นไปที่ "กลุ่มนายทุนอุตสาหกรรมหนัก" ทั้งหลายเป็นเบื้องต้น เพราะขนาดรัฐบาลมีนโยบายไฟฟ้าฟรีสำหรับประชาชนทั่วประเทศ ยังไม่มีทีท่าว่าจะไม่เพียงพอใช้ ดังนั้น สำหรับประชาชนแล้ว "พลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน" เพียงพอแน่นอน (ฟันธง)!!!

     คำถามคือ แล้วทำไมต้องสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ก็เพราะ เชื่อกันว่า "เป็นพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศโลก (เขาว่าอย่างนั้น) อ่ะ..แล้วสิ่งที่เรามองไม่เห็นด้วยสายตาละ เช่น กัมตภาพรังสี หรือ กากปฏิกูลที่เหลือจากการผลิตล่ะ จะจัดการอย่างไร (น่าขบคิดไม่น้อย ใช่ไหมครับ)

     อีกทั้ง สิ่งที่คิดง่าย ๆ ก็คือ จะใช้พื้นที่ส่วนไหนในประเทศไทยเป็น ฐานผลิต (Plant) เพราะเท่าที่นึก ๆ ดู ทุกที่ล้วนแต่มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชนคนไทยแทบทั้งนั้น หรือว่าจะไปก่อสร้างที่ "บนดอย" รึ? ก็เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ ซึ่งไม่ควรไปทำลายหรือรบกวน หรือว่าจะเป็นที่ราบลุ่มต่าง ๆ ก็ เป็นที่นาที่ดินทำกิน ทั้งนั้น - -- ท่านเอ๋ย โปรดช่วยกันคิดหน่อยสิว่าจะเอาพื้นที่ไหนสร้างกันดี (ตรงนี้ก็ช่วยรัฐบาลท่านหน่อย) 

     ถามถึง "พลังงานทางเลือกที่สะอาดบริสุทธิ์" ที่แท้จริง นั้น กระผมก็ยังคงต้องขอเสนอ แหล่งพลังงานที่มีอยู่โดยไม่จำเป็นต้องไปรบกวนธรรมชาติ สภาพแวดล้อมและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ (๑) พลังงานลม  (๒) พลังงานแสงอาทิตย์  (๓) พลังงานน้ำ ซึ่งคิดว่า การลงทุนเพื่อหาและผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงาน ๓ แห่งข้างต้นนี้ ก็คงใช้ ทุนในการสร้างที่ใกล้เคียงกัน เผลอ ๆ อาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำไป ที่สำคัญ แหล่งพลังงานทั้่ง ๓ แหล่ง ก็ไม่ทิ้ง "กากมลพิษ" ไว้แน่นอน และ "ใช้ไม่หมด" ด้วย

     ดังนั้น จึงคิดว่า กระทรวงพลังงาน และ/หรือ สถาบันวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งที่เป็นของภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน น่าจะลงทุนค้นคว้าวิจัยเพื่อแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการใช้ประโยชน์จากพลังงานเหล่านี้มากยิ่งขึ้น (ด้วยความเคารพ)

     ล่าสุด ที่ประเทศเยอรมันนีก็มีการรวมตัวประท้วงของกลุ่มประชาชนที่แสดงจุดยืนและความต้องการที่ว่า "ไม่เอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์" อีกต่อไป ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว (ใยประเทศไทยยังจะอ้างว่า ประเทศที่เจริญล้วนแต่ "ยอมรับ" และ "อาศัย" พลังงานที่ได้จากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แทบทั้่งนั้น (วานบอก) 

     สุดท้าย ก็คงได้แต่ภาวนาว่า ประเทศไทยจะได้แหล่งพลังงานที่ปลอดภัย สะอาด อย่างแท้จริงในอนาคนอันใกล้ ที่มีการลงทุนโดยดไม่คิดถึง "ส่วนต่าง" จากการประมูลโครงการก่อสร้างกับภาครัฐภายใต้แนวคิดที่ว่า "ธุรกิจการเมืองโดยนักการเมืองธุรกิจ" นะขอรับ