เมื่อได้รับฟังเรื่องที่คนอื่นนินทาผู้อื่นเราควรที่จะ........................

              ในการทำงานทุกอย่างย่อมเกิดการมองต่างมุมกันขึ้นมาได้  แต่เราจะจัดการกับปัญหาพวกนี้ได้อย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละบุคคล  ดังเช่นสมมุติว่ามีบุคคลคนหนึ่งถูกติฉินนินทา่ว่าเป็นคนไม่ดีไม่รู้จักบุญคุณคน  ถามว่าการที่เราฟังแล้วเชื่อในครั้งแรกนั้นเป็นการกระทำที่สมควรหรือไม่ผู้เขียนขอตอบว่าไม่สมควรเลยเพราะเป็นการไม่ยุติธรรมสำหรับผู้ที่ถูกกล่าวหาเลยแม้แต่น้อย  และเมื่อเราได้เข้าไปหาข้อมูลเบื้องต้นหรือเชิงลึกแล้วอาจพบว่าเค้าคนนั้นอาจจะไม่ใช่คนเช่นนั้นเลยก็เป็นได้  ผู้เขียนก็เช่นเดียวกันจะถือเรื่องบุญคุณมาเป็นอันดับหนึ่งในชีวิต  คนที่ผู้เขียนถือว่าเป็นคนที่มีบุญคุณก็คือ "คนที่เรามองเห็นได้ในตอนทุกข์ยากลำบาก"  ซึ่งได้แก่  พ่อ, แม่ , ครอบครัวของป้ากับลุง , ญาติพี่น้องที่รักใคร่กัน  และเจ้านายเก่าที่เชียงใหม่ 

           ตัวผู้เขียนเองก็เคยประสบเหตุการณ์ที่ว่า  มีคนถูกนินทา (จะว่าใส่ร้ายก็ว่าได้)  ว่า "ทรยศต่อเจ้านายเนื่องจากไปสรรเสริญเยินยอเจ้านายหน่วยงานเก่า"  ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกตลกมากๆ เพราะแสดงถึงการมองโลกด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยอคติและคับแคบเอามากๆ ของคนที่กล่าวหาและบุคคลที่รับฟังแล้วเชื่อเช่นนั้น  เนื่องจากถ้าบุคคลที่ได้รับฟังเป็นผู้ใหญ่และมีเหตุผลพอ  ฟังแล้วสมควรที่จะชื่นชมคนๆ นี้มากกว่าว่ากล่าวหรือติฉินนินทา  เพราะแสดงถึงว่า คนๆ นี้รู้จักบุญคุณคนต่างหาก  ลองนึกดูง่ายๆ ขนาดว่าคนๆ นี้ไปอยู่ในหน่วยงานใหม่แล้วก็ยังสำนึกบุญคุณและไม่ลืมเจ้านายเก่าที่เคยมีบุญคุณกับเขาทั้งๆ ที่ปัจจุบันนี้เจ้านายคนนั้นก็ไม่ได้มีอำนาจหรือให้ผลประโยชน์อะไรกับตนเองแล้ว แต่ก็ยังคงเคารพนับถือ รักใคร่อยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง  ถือว่าเป็นคนที่มีจิตใจหนักแน่นมากทีเดียว ดีกว่าบางคนที่พอได้ดีแล้วก็ลืมบุคคลผู้ที่เคยอยู่เบื้องหลังหรือเคยมีบุญคุณในอดีตที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ดังทุกวันนี้  บางคนอายที่จะบอกว่าผู้จัดการใหญ่อย่างเขานั้นมีพ่อแม่เป็นเพียงคนเก็บขยะขาย  หรือประธานบริษัทอย่างเขานั้นเคยมีภารโรงเป็นผู้ชุบเลี้ยงส่งเสียเลี้ยงดูจนสำเร็จการศึกษา ฯลฯ ดังนั้นผู้เขียนมองว่าการชื่มชมเจ้านายเก่าที่มีบุญคุณกับตนเองนั้นเป็นพฤติกรรมที่น่าชื่มชมอย่างมากและไม่ควรที่จะถูกตำหนิเลยแม้แต่น้อย  คนที่ควรพิจารณาตนเองน่าจะเป็นคนที่พูดหรือนินทารวมถึงผู้ที่รับฟัังแล้วเชื่อตามมากกว่า  ว่าควรที่จะพิจารณาตนเองและจัดการกับจิตใจที่คับแคบและเต็มไปด้วยอคติของตนเองได้อย่างไร