แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเป็นเลิศ (Best Practices)
ชื่อ (Best Practices) โครงการสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการอ่าน การเขียนภาษาไทย ป. 1-6
1. แนวคิด/ความเป็นมา ของ Best Practices จากการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย ดำเนินการพัฒนาการอ่าน และการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ได้คัดกรองนักเรียน โดยวิธีการทดสอบความสามารถในการอ่าน การเขียนภาษาไทย โดยการอ่านออกเสียง และเขียนคำอ่าน เขียนตามคำบอก เมื่อวัดความสามารถด้านการอ่าน และการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 แล้วปรากฏว่านักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ 30 คน จึงได้ดำเนินการช่วยเหลือและพัฒนานักเรียนด้านการอ่าน การเขียน ภาษาไทย โดยการสอนซ่อมเสริมเพื่อแก้ปัญหา และพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทยให้อ่านคล่อง เขียนถูกมากขึ้นกว่าเดิม
2. วัตถุประสงค์และประโยชน์ของ Best Practices
1. เพื่อแก้ปัญหาและช่วยเหลือนักเรียนอ่านภาษาไทยได้ถูกต้องและคล่องแคล่ว และเขียนภาษาไทยได้ถูกต้อง
2. เพื่อส่งเสริมพัฒนานักเรียนด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย ให้นักเรียนอ่านคล่อง และเขียนถูกต้องให้ครบ 100 %
3. กลุ่มเป้าหมายในการนำ Best Practices ไปใช้
นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบวัดความสามารถด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 จำนวน 30 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 6 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 5 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 10 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 คน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 คน
4. ขั้นตอนการพัฒนา Best Practices
การสอนเสริมเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน และการเขียนภาษาไทย
- แต่งตั้งคณะครู หมุนเวียนสอนวันละ 1 คน ในเวลาเช้า 07.50 – 08.30 น.
- ทำการสอนการอ่านพยัญชนะ สระจากแบบฝึกการอ่าน ที่ได้จัดทำแบฝึกการอ่านขึ้นนำมาใช้ฝึกการอ่านคล่องของนักเรียน บันทึกผลการอ่าน
- ฝึกการเขียนจากแบบฝึก จากแบบฝึกที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อมาใช้ฝึกเขียนให้นักเรียนเขียนได้ถูกต้อง บันทึกการเขียนคำที่ถูกต้องของนักเรียน
- ทดสอบวัดความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาและพัฒนาการอ่านและการเขียนภาษาไทย
5. รายละเอียดของ Best Practices
โครงการสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการอ่าน การเขียนภาษาไทย ป. 1- 6 ได้จากการคัดกรองนักเรียนด้านการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย โดยมีรายละเอียด
- ทดสอบวัดความสามารถในการอ่าน และการเขียนภาษาไทยแต่ละชั้น
- ทดสอบวัดความรู้พื้นฐานด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทยของนักเรียนแต่ละชั้น
- นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ จัดทำโครงการสอนซ่อมเสริมเพื่อแก้ปัญหา พัฒนาด้านการอ่านและการเขียน
- จัดกิจกรรมส่งเสริมด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย - กิจกรรมอ่าน เขียนนิทาน
- กิจกรรมแต่งประโยค -กิจกรรมเขียนตามคำบอก – กิจกรรมประกวดคัดลายมือ กิจกรรมค่ายเยาวชนรักการอ่าน กิจกรรมนวัตกรรมเลือกคู่
- การดูแลนักเรียนที่อ่านไม่คล่อง ให้อ่านกับครูประจำชั้นทุกวันในชั่วโมงสอนเสริม จัดเตรียมหนังสือไว้มุมห้องเรียนให้นักเรียนได้เลือกอ่านตามความสนใจ การอ่านและบันทึกภาษาไทยวันละคำ
6. องค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการนำ Best Practices ไปใช้
นักเรียนจำพยัญชนะ และสระได้ดีขั้น สามารถแต่งประโยคได้ถูกต้อง สามารถอ่านหนังสือที่ตนเองสนใจได้ เขียนคำตามแบบฝึกได้ถูกต้อง มีความภูมิใจและมีความสุขที่ตนอ่านได้คล่องขึ้นและเขียนได้ถูกต้องมากขึ้นกว่าเดิม
7. กระบวนการทบทวน กลั่นกรอง ตรวจสอบ Best Practices เพื่อให้เกิดผลเป็นเลิศ
การตรวจสอบ โดยการสอนอ่านจากแบบฝึก บันทำผลการอ่าน เขียนคำจากแบบฝึกบันทึกผลการอ่าน นำคะแนนที่ปฏิบัติได้เปรียบเทียบแต่ละวัน นักเรียนอ่านได้มากขึ้น และเขียนได้ถูกต้องมากขึ้น ทดสอบวัดความสามารถนักเรียนด้านการอ่าน การเขียนเพื่อทราบความก้าวหน้าในการเรียนการสอน ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้
8. รูปแบบวิธีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ Best Practices
- จัดแสดงผลงานนักเรียน จัดทำแบบฝึกการอ่านและการเขียน
9. การขยายผล Best Practices
- จัดทำแบบฝึกการอ่าน และการเขียน เผยแพร่ให้นักเรียนในชั้นแต่ละชั้นเพื่อฝึกเสริมทักษะต่อไป
10. สรุปผลการพัฒนาการอ่าน และการเขียนภาษาไทย
นักเรียนในกลุ่มเป้าหมาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การวัดความสามารถในด้านการอ่านและการเขียนภาษาไทย นักเรียนมีการพัฒนาโดยทดสอบความรู้พื้นฐานด้านการอ่าน นักเรียนอ่านได้ถูกต้องและคล่องแคล่วขึ้น ผ่านเกณฑ์การประเมิน
และด้านการเขียน นักเรียนได้พัฒนาการเขียนได้ถูกต้องมากขึ้น เขียนตามคำบอกได้ผ่านเกณฑ์การประเมิน นักเรียนมีความภูมิใจที่อ่านและเขียนได้มากขึ้น
ดีครับ ครูไทยใช้กันมากๆ ย่อมมากประโยชน์