ผมทำแล้ว ผมได้ทำในสิ่งที่เป็นแพทย์แล้ว

สี่คืนสามวันกับการเรียนรู้ในรพ.สามแห่งของจ.สงขลา ซึ่งเป็นรพ.ที่มีความแตกต่างทั้งเรื่องบริบทและกระบวนการพัฒนาคุณภาพ ทำให้ได้เรียนรู้ในความแตกต่างของบริบทของทั้งสามแห่ง

 รพ.แห่งแรกทำให้พอลล่าได้เรียนรู้ถึงความยากลำบากในการดูแลปัญหาสุขภาพในพื้นที่ทีเป้นรอยต่อ มีความแตกต่างในศาสนาและความเชื่อ การบริหารในระบบราชการซึ่งรพ.สามารถวิเคราะห์สภาพปัญหาตนเองได้อย่างชัดเจน หากแต่กระบวนการพัฒนาคุณภาพนั้นรพ.ควรแสดลให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการมุ่งเน้นเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้ได้รับบริการที่ปลอดภัยมากที่สุด โดยบูรณาการความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน

รพ.แห่งที่สองเป็นรพ.ใหญ่มากๆ เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ได้เรียนรู้ว่ารพ.เป็นที่พึ่งทุกๆอย่างของทุกคนได้เป็นอย่างดี ซึ่งรพ.แห่งนี้แม้จะเป็นรพ.ใหญ่ท่านผอ.รักษาการแต่กระบวนการคุณภาพที่ถูกปูพื้นฐานมาอย่างอัดแน่นในหัใจของคนทำงานนั้นสามารถต่อยอดจนเกิดความงดงามผ่านเรื่องเล่า เรื่องแล้วเรื่องเล่า ซึ่งแสดงถึงความละเอียดอ่อนในการดูแลคนไข้ในงานประจำจนเกือบจะทุกหน่วยงานที่แสดงให้เห็น ท่าทีที่แสดงถึงความกระตือรือร้นและใฝ่เรียนรู้ของทีมงานปรกฏออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด จนเรามั่นใจได้ว่าการพัฒนาคุณภาพนั้นฝังรากลึกอยู่ในใจของพวกเขาเหล่านั้นแล้ว

รพ.ที่สามเป็นบริบทของรพ.เอกชน เป็นรพ.ที่ทำให้ได้เรียนรู้ว่ารพ.เอกชน ที่ต้องการทำเรื่องสร้างเสริมสุขภาพนั้นก็สามารถทำได้ วัฒนธรรมของการมุ่งเน้นที่เป้าหมาย KPI และผลประกอบการนั้น สามารถสร้างให้สมดุลย์กับความสุขของคนทำงานได้ด้วยกระบวนการพูดคุยกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น รพ.แห่งนั้แสดงให้เห็นถึงการลดช่องว่างระหว่างผู้บริหารทีมนำกับระดับปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี หลายๆกิจกรรมของรพ.แห่งนี้เกิดจากระดับ bottom up ซึ่งก็เป็นวิถีของรพ.แห่งนี้ ไม่มีอะไรผิดถูก หากแต่มองว่าคนทำงานได้รับการ recognition จนมีความสุขภาคภูมิใจในงาน ส่วนการประสานงาน การบูรณางานกันนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยากเกินที่จะเดินต่อไปด้วยหัวใจเดียวกัน ขอเล่าเพื่อขยายความด้วยเรื่องเล่าจากอายุรแพทย์ท่านหนึ่งที่ทำให้พอลล่าได้เรียนรู้มากมายค่ะ

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก pixpro.net ค่ะ 

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ใครมองภาพนี้แล้วคงมีความรู้สึกที่หลากหลาย บางคนคงคิดถึงเวลาที่จะได้พักผ่อน เวลากลับบ้าน แต่คุณหมอท่านหนึ่งกล่าวว่า”ชีวิตเราใกล้ความตายเข้ามาอีก 1 วัน เราได้ทำอะไรเพื่อคนไข้ เพื่อคนอื่น เพื่อสังคมแล้วหรือยัง” คำพูดของนพ.วีระวรรธ รพ.กรุงเทพหาดใหญ่ กล่าวกับพวกเรา คณะทีมที่ปรึกษาที่เข้าไปร่วมเรียนรู้ ณ.รพ.เอกชนแห่งนี้

คุณหมอหนุ่มใหญ่ นับถือศาสนามุสลิม ผู้มีแรงบันดาลใจในการเรียนอายุรกรรมจากการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจโดยไม่รู้เท่าทันจนเกือบทำร้ายผู้ป่วย ผู้ที่เคย drop เรียนอายุรแพทย์เนื่องจากความไม่เข้าใจในเรื่องของการเรียนรู้ หลังจากที่เขาตั้งหลักและพยายามทำความเข้าใจกับทฤษฎีต่างๆทำให้เขาสามารถเรียนจบอายุรแพทย์ได้ และเป็นแพทย์ผู้หนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลผู้ป่วย การสื่อสารผู้ป่วยให้รับรู้รับทราบเกี่ยวกับโรคที่เป็นและแผนการรักษาโดยการใช้ Power point ประกอบการอธิบายอย่างใจเย็นจนคนไข้และญาติเข้าใจ คุณหมอจะบันทึกภาพและเบอร์โทรศัพท์คนไข้ทุกคนของคุณหมอไว้เพื่อง่ายต่อการจดจำในโทรศัพท์มือถือของคุณหมอ และคุณหมอให้เบอร์โทรศัพทส่วนตัวเพื่อให้คนข้ามารถโทรหาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

คุณหมอวีระวรรธ ได้เล่าถึงประสบการณ์การดูแลคนไข้ที่เขาไม่อาจจะลืมได้ตลอดชีวิตให้ทีมเราได้ฟัง ช่างเป็นเรื่องเล่าที่เยียวยาพอลล่าได้อย่างยอดเยี่ยม เขายืนเล่าเรื่องราวของความประทับใจในชีวิตของการเป็นแพทย์ของเขาด้วยเสียงสั่นเครือหน้าห้องประชุมต่อหน้าคนนับร้อย

วันหนึ่งผมได้ดูแลคุณป้าคนไข้มุสลิมคนหนึ่งอายุ 65 ปีมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ เคยได้รับการผ่าตัดติ่งอักเสบมานานมากแล้ว มีอาชีพค้าขายเสื้อผ้าอยู่ที่กรุงเทพ วันหนึ่งผู้ป่วยเดินทางมางานแต่งงานญาติที่มาเลเซีย รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง ท้องแข็งตั้งแต่ตี 2 และมีไข้สูง ได้ไปรักษาที่คลินิกใกล้บ้านแต่อาการไม่ดีขึ้น จึงมารักษที่รพ.โดยมีผมเป็นเจ้าของไข้ ผมเห็นสีหน้าผู้ป่วยและลูกสาวมีความวิตกกังวล ได้ตรวจร่างกาย คลำท้อง ท้องอืดและเจ็บไปทั่วท้อง ผมได้ปรึกษาศัลยแพทย์เพราะสงสัยเป็นการติดเชื้อที่กระแสเลือด เยื่อบุช่องท้องอักเสบและลำไส้อุดตัน จำเป็นต้องผ่าตัดด่วน ผมกล่าว..สลามโมเลกุม เพราะผมก็เป็นมุสลิมและคิดว่าเมื่อได้ฟังภาษาที่เข้าใจตรงกันจะรู้สึกเหมือนหยดน้ำมาหล่อเลี้ยงหัวใจให้รู้สึกเป็นพวกเดียวกัน ผมรู้สึกอย่างนั้น มุสลิมเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง แต่ให้สมองและความรู้เรามา ผมได้รับการสลามตอบจากคุณป้าแม้ว่าคุณป้าจะรู้สึกปวดเพียงใด ผมได้บอกกับคุณป้าและลูกสาวว่าจำเป็นต้องผ่าตัดด่วนและการผ่าตัดอาจจะมีความเสี่ยงได้ เนื่องจากคุณป้าอายุมากและมีโรคประจำตัวหลายโรค แต่ญาติขอกลับมารักษาที่กรุงเทพเพราะมีญาติอยู่ที่กรุงเทพ ผมจึงได้คุยกับคนไข้และญาติอีกครั้งหนึ่งโดยใช้แนวทางของศานาเป้นแนวทางในการพูดคุยให้ผู้ป่วยรับรู้ถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างจริงใจ คุณป้าจึงตอบตกลง แต่มีคำพูดหนึ่งจากลูกสาวคุณป้าว่า”คุณหมอช่วยดูแลแม่ให้ดีที่สุดนะคะ เพราะแม่ยังไม่ไมได้ไปมักกะห์เลย” คำนั้นทำให้ผมได้เรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจให้ผมในการที่จะดูแลคุณป้าให้ดีที่สุด เพราะผมรู้ว่าการเดินทางไปมักกะห์ของชาวมุสลิมนั้นเป็นความฝันอันสูงสุดของเขา คำพูดนั้นหากเราเปลี่ยนจากแรงกดดันเป็นแรงบนดาลใจที่จะดูแลคนไข้ให้ดีที่สุดเรามีแนวทางในการดูแลผู้ป่วยที่เราใช้ร่วมกัน เริ่มใช้รายแรกในรายคุณป้า ผมระลึกอยู่เสมอว่าผมจะทำให้ดีที่สุดแต่สุดท้ายทุกสิ่ง”พระเจ้าจะเป็นผู้กำหนด” ผมได้พูดคุยกับแพทย์ พยาบาลที่ห้องผ่าตัดและห้อง ICU ในการเตรียมผู้ป่วยผ่าตัด และจะขอดูแลผู้ป่วยรายนี้จนกว่าจะปลอดภัย วันนั้นผมได้กลับบ้านเพื่อบอกกับภรรยาว่าจำเป็นต้องมานอนที่รพ.เพรามีคนไข้หนัก..ระหว่างที่คุณป้าอยู่ในห้องผ่าตัด ผมโทรถามอาการและสิ่งที่พบตลอด พบว่าลำไส้ของคุณป้าเริ่มเน่าและมีลำไส้ทะลุทำให้ติดเชื้อในช่องท้อง ต้องตัดลำไส้ออกหลังจากที่คนไข้ออกมาจากห้องผ่าตัด คนไข้มีภาวะไตวาย ปัสสาวะไม่ออก ผมเฝ้าดูแลในช่วงวิกฤตตลอดเวลา ดูแลอาการที่เปลี่ยนแปลงของคุณป้า จนเวลาผ่านไปประมาณเที่ยงคืนกว่าคนไข้อาการเริ่มคงที่ ผมได้เรียนรู้ว่าการทำงานที่มีเป้าหมายเดียวกันทำให้ทำงานง่ายและประสบความสำเร็จ พยาบาลรู้ว่าแพทย์จะทำอะไรต่อไป เราวางแผนและมีแนวทางในการดูแลคนไข้และสื่อสารกันตลอดเวลา หลังจากนั้นผมจึงกลับไปนอน รุ่งเช้าลูกสาวคุณป้าและสามีมาเยี่ยมคุณป้าอาการดีขึ้นมาก เราได้เอาเครื่องพันธนาการออกบ้างแล้ว แต่ลูกสาวมาขอให้หันศีรษะคุณป้าไปทางทิศตะวันตกเพราะเชื่อว่าคุณแม่จะหายเร็วขึ้น ผมได้ทำตามที่ลูกสาวคนไข้ขอร้อง เมื่อสามีมาเยี่ยมคุณป้าที่ ICU เกิดสิ่งที่เราทุกคนไม่คาดคิด คุณลุงไอเป็นเลือดออกมาจำนวนมาก จำเป็นต้องรับไว้ที่ ICU และรักษาจนหาย สามีคุณป้าบอกว่าเป็นบททดสอบจากพระเจ้าเราต้องผ่านไปให้ได้ ผมสวดมนต์ให้คุณลุงและคุณป้าให้หายเร็วๆ  คุณลุงได้ย้ายไปรักษาที่ตึกอายุรกรรมจนสามารถกลับบ้านได้ สำหรับคุณป้าเมื่อกลับมารักษาที่หอผู้ป่วยอายุรกรรม 13 วันผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น จึงย้ายตัวไปรักษาต่อที่กรุงเทพ ซึ่งระหว่างเดินทางมีพยาบาลติดตามไปส่งด้วยตลอดทาง หลังจากนั้นสองสัปดาห์คุณป้าก็ได้กลับบ้าน หลายเดือนผ่านไป ผมได้รับโทรศัพท์จากลูกสาวของคุณป้า ว่าคุณป้าสบายดี และครั้งหนึ่งลูกสาวโทรมาบอกว่า คุณป้าได้ไปมักกะห์แล้ว ผมขนลุกซู่ และคิดว่าสิ่งที่ผมทำไปทำให้ความฝันของคุณป้าและครอบครัวเป็นจริง มันเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงและให้กำลังใจในการทำงานของเราเป็นอย่างดี ผ่านไปอีก 1 เดือนคุณป้าโทรมาว่ากลับจากมักกะห์แล้ว โทรมาเล่าให้ฟังว่ามีความสุขและขอบคุณผมที่ได้ดูแลคุณป้าเป็นอย่างดี ผมได้เรียนรู้ว่า เราไม่ได้รักษาแค่โรค แต่ผมได้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้ป่วยและญาติ ผมรักษา illness ที่รวมถึงความเชื่อ ความศรัทธา ผมทำแล้ว ผมได้ทำในสิ่งที่เป็นแพทย์แล้ว ผมมีความสุขในการทำงานทุกวัน สักวันเราอาจถูกทดสอบจากพระเจ้า เราต้องทำดีทุกวัน จากนั้นเราได้ปรับปรุง fast track sepsis และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผมรู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจกับงานของผม เมื่อผมมองพระอาทิตย์ตกดิน ผมถามตัวเองทุกวันว่า วันนี้เราทำดีเพื่อคนอื่นแล้วหรือยัง สิ่งที่เราจะเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้และกล่าวถึงเราคืออะไร ผมถามตัวเองทุกวัน.....

เรื่องเล่านี้ไม่ต้องถามเลยว่ากระบวนการคุณภาพ หรือมาตรฐาน การมุ่งเน้นที่ความปลอดภัยผู้ป่วยนั้นมีอยู่หรือไม่ แสดงไว้อย่างแจ่มแจ้งและแฝงเจือด้วยจิตวิญญาณของวิชาชีพอย่างเต็มเปี่ยม...ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่สร้างแรงบันดาลใจให้สรพ.ด้วยเช่นกันค่ะ