เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสกลับไปรับใช้สถาบันการศึกษาเดิมตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรีพยาบาล ==> วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้พี่โอ...ซึ่งเป็นพี่รุ่น ๕ ได้ร่วมเดินทางไปด้วย...
ระหว่างการเดินทางเรามีเรื่องราวสนทนาแลกเปลี่ยนกันอย่างไม่รู้เบื่อ...
การกลับไปครั้งนี้สำหรับข้าพเจ้าแล้วรู้สึกว่าเป็นความปรารถนาที่ผลักดันอยู่ภายในเสมอบนหนทางแห่งการรับใช้นี้... ข้าพเจ้าได้รับโอกาสจากทางคณาจารย์และรุ่นพี่ให้ไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประสบการณ์ของการขับเคลื่อน R2R ซึ่งได้เจอกับพี่ต๊อก-ศิริมา โคตรตาแสงซึ่งเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องร่วมสถาบันอีกท่านหนึ่ง...
สิบกว่าปีที่ได้กลับมา...
ตั้งแต่จบการศึกษาข้าพเจ้าไม่ได้เดินทางมาเยือนที่นี่อีกเลย...ทุกอย่างยังคงคล้ายเดิม แต่...ร่องรอยของกาลเวลาทำให้สถานที่ดูขลังขึ้นตามอายุการใช้งานของอาคารต่างๆ ข้าพเจ้ากับพี่โอได้ขับรถไปรอบๆ เพื่อทบทวนความทรงจำ...เราใช้ชีวิตกันที่นี่ดั่งเป็นนักเรียนประจำ "นักเรียนพยาบาล"...สถานที่อันบ่มเพาะจิตใจแห่งความเมตตากรุณาที่ได้ช่วยผ่อนคลายความทุกข์อันสืบเนื่องมาจากความเจ็บป่วย...ของผู้คน
เมื่อถึงเวลา...การแลกเปลี่ยนที่ไม่ได้มีเพียงแค่ข้าพเจ้ากับพี่ต๊อก แต่มีพี่แอ๊ว(อ.ดร.สุนันทา-พี่รุ่นหนึ่ง)และพี่อ้อม(ว่าที่ ดร.พชรวรรณ-พี่รุ่นสาม) ร่วมเสวนากันด้วย...
พี่แอ๊ว...ได้พูดคุยให้ฟังถึงเรื่องราวของการนำวิจัยมาใช้ในการพัฒนางานประจำ...พี่ต๊อกได้บอกเล่าเรื่องราวของการทำ R2R ส่วนข้าพเจ้าบอกเล่าเรื่องราวในฐานะของ R2R - Facilitator โดยมีพี่อ้อมเป็นผู้ชวนคิดชวนคุย...ระหว่างที่ข้าพเจ้าได้นั่งฟังพี่แอ๊วนั้น...ทำให้รู้สึกว่าพี่แอ๊วนำเรื่องของวิจัยมาเล่าแบบง่ายๆ...พร้อมกับประกอบตัวอย่างอย่างให้เห็นภาพ...หากว่าเมื่อก่อนสมัยที่เราเรียนพยาบาลเราได้ถูกฝึกให้เกิดการคิดแบบวิจัย การทำงานพยาบาลคงจะไม่เป็นงานที่น่าเบื่อ...
"ทำแผลต้อง...เช็ดด้วยสำลีสามก้อน..." เป็นหนึ่งสเต๊ปของการเริ่มต้นทักษะการทำแผล ในวันนั้นเราได้ชวนกันกระตุกต่อมเอ๊ะว่า...ทำไมต้องเป็นสามก้อน มากกว่านั้นหรือน้อยกว่านั้นได้ไหม หรือจะมีวิธีอื่นที่ทำได้ดีกว่าการใช้สำลีสามก้อนนี้ไหม...หรือความสงสัยอื่นๆ...อีกตามมามากมาย การเรียนพยาบาลคงจะเป็นอะไรที่ทำให้เราได้คิดพัฒนาอยู่เสมอเป็นแน่แท้...การชวนกระตุกต่อมคิดทำให้เรียกเสียงหัวเราะได้พอสมควรอีกทั้งได้ทำให้ระลึกถึงบรรยากาศของการเริ่มต้นชีวิตนักเรียนพยาบาลสมัยนั้น...
จากนั้น...พี่ต๊อกได้มาเล่าเรื่องผ่านชีวิตคนหน้างาน R2R ทำให้หลายคนสนใจ สำหรับข้าพเจ้าแล้วพี่ต๊อก-ศิริมา เล่าเรื่องได้น่าฟังมาก เป็นคนที่พูดถึงเรื่องวิจัยได้แบบเนียนเข้าไปในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้ฟังไม่รู้สึกกลัวการทำวิจัย เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ฟังบรรยายเรื่องวิจัยแล้ว... นั่นน่ะคล้ายเป็น "ปริยัติ R2R" อันเป็นทฤษฎีที่ฟังเมื่อไรก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อเมื่อนั้น หากแต่เมื่อฟังพี่ต๊อกแล้วคล้ายฟัง "วิจัยที่ผ่านการปฏิบัติ"... ผ่องถ่ายผ่านประสบการณ์ผ่านภาษาง่ายๆ ทำให้นึกถึงน้องโย๋...ที่สามารถทำหน้าที่ของ R2R-Fa ได้ค่อนข้างดีเพราะสามารถถ่ายทอดภาษาวิจัยให้เป็นภาษาที่นำไปสู่การปฏิบัติได้แบบไม่ยุ่งยากหัวใจ...
กระบวนการของ "R2R ปฏิบัติ" นั้นเป็นแนวทางอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้ามักนำมาใช้ประกอบกับการทำกระบวนการขับเคลื่อน R2R ที่พยายามหลีกเลี่ยงภาษายากๆ หรือเนื้อความอันยุ่งยากของสาระวิจัยมาแปลงเป็นภาษาง่ายๆ แบบสื่อสารที่ทำให้มองเห็นภาพการลงมือทำได้เลย...
เวลาที่เราใช้...ในการพูดคุยกันในวันนั้นสำหรับข้าพเจ้าแล้วรู้สึกว่าเป็นห้วงเวลาอันมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการได้กลับมาตอบแทนและรับใช้แหล่งบ่มเพาะการเรียนรู้ในห้วงสี่ปีของการเรียนในระดับอุดมศึกษา
๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓

เรือนพักรับรองญาติ...ที่ยังคงคล้ายเดิม หากว่ามีญาติมาพบจะต้องมานั่งคุยกันที่นี่ หรือหนุ่มๆ อยากมาจีบสาวนักศึกษาพยาบาลก็ต้องมาอย่างเปิดเผยโล่งแจ้ง...

อาคารหอพัก...ที่นำความสุขสบายอย่างยิ่งมาให้ในสมัยเรียน...เพราะได้ทุนจากญี่ปุ่นมาสร้าง ห้องกว้างขวางอยู่กันสี่คนแบบสบาย ไม่แออัดถือว่าเป็นสถาบันที่ให้ความสำคัญในเรื่อง "คุณภาพชีวิตนักศึกษา" เป็นอย่างดี

สนามหญ้าด้านหลัง...ที่หลายๆ คนมาใช้ทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนในตอนเย็น...มองไกลออกไปเป็นอาคารเรียน...

พี่โอ...และเขียว - รุ่นพี่รุ่นน้องที่สัมพันธภาพยังงดงามเสมอเมื่อได้มาเจอกัน...
พี่เคยไปบรรยาย วันจบการศึกษาของ นศ ปี 4
ที่นี่บ่มเพาะนักศึกษาพยาบาลดีค่ะ อาจารย์เก่งด้วย
กะปุ๋มไปแอบจิ๊กภาพ...จากบันทึกพี่โอมาฝากพี่แก้วค่ะ...
http://gotoknow.org/blog/khondhammada/416580
มอบไว้ให้อีกเยอะๆเลยนะ................................
สองภาพสุดท้ายมอบให้พิเศษ............................
สวัสดีค่ะ
ได้เปิดอ่านโดยบังเอิญ เป็นลูกศิษย์สถาบันเดียวกัน น้องจบพยาบาลเทคนิค รุ่นที่ 2 คงจะไม่ทันรุ่นพี่เพราะตอนที่ไปเรียนตอนนั้นพยาบาลศาสตร์เป็นรุ่นที่ 8 แล้วได้ดูรูปแล้วคิดถึงอดีตวันวานที่ได้เป็นนักเรียนพยาบาล ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับไปเยี่ยมอาจารย์และรุ่นน้องอีกครั้ง ก็ขอให้พี่และน้องวศม.มีความสุขตลอดปี 2555และตลอดไปนะคะ