งานศิลปหัตถกรรม
2010/12/25      Merry Christmas....นายต้นส้มที่รัก..
    วันนี้วันตรุษฝรั่ง เราขอให้นายตัวอ้วนขึ้น มีความสุขและเป็นที่รักของเราตลอดไป..นะ
เมื่อคราวก่อนเราเล่าเรื่องมาถึงแค่งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่ ๖๐ อาจารย์เร่งเราก็เลย
รีบจบทั้งที่ยังไม่จบ วันนี้เราจะเล่าให้นายฟังต่อ นายจะได้ไม่ค้อนใส่เราอีกไง ในวันนั้นสิ่งที่เรา
ดูแล้วประทับใจคือซุ้มของจังหวัดลำปาง โรงเรียนบ้านปงสนุก เขานำเสนองานทัศนศิลป์ในแบบผสมผสาน โดยการวาดรูปเป็นพื้นหลังแล้วทำภาพนั้นให้เป็นภาพ ๓ มิติ, ๕ มิติ ใช้โฟมและการปั้นรูปต๊กตาตัวเล็กน่ารักตกแต่งในภาพ ทำให้ดูแล้วได้อารมณ์เหมือนจริง ภาพที่วาดแต่ละภาพก็สวยงาม เราน่ะอายมากที่เป็นครู คศ.๓ ศิลปะแท้ๆฝีมือชิดซ้ายไปเลย  (จะว่าไปนะตัวเอง..เราก็มีเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานไปในอีกรูปแบบนึง วันหน้าเราจะเอามาให้นายชมละ..)
ซูรูรูก้า..เราจะเอาภาพมาให้นายดูแต่เราแทรกภาพไม่เป็นน่ะ เขาทำยังไงกันใครก็ได้ช่วยบอกทีสิจะเป็นพระคุณอย่างยิ่งจ้ะ.. ซุ้มต่อไปที่เราชอบ คือโรงเรียนบ้านโคกหนองจอก เพชรบูรณ์ เขต ๑ เขาสาธิตขั้นตอนการปั้น เป็นรูปผลไม้บ้าง สัตว์น่ารักๆบ้าง ดูแล้วใครที่ปั้นไม่เป็นอย่างเรานี่ ก็สามารถปั้นได้ ดูแล้วไม่ยาก เราว่าจะนำความรู้นี้ไปสอนเด็กป.๑ ของเราบ้าง โดยผสมกับการปั้นแบบเส้นที่เราเคยออกแบบไว้ไง คงจะได้ผลงานที่เริ่ดขึ้นละ ส่วนเทคนิคแบบแรกนั่นต้องให้เด็กชั้นโตขึ้นอีกหน่อยที่มาเรียนชุมนุมศิลปะกับเราทำก็แล้วกัน แน่ะ..เรามีวิธีให้เด็กเล่นสนุกอีกแล้ว นายมาเรียนกับเรามั้ย..เพื่อนรัก เราขอขอบคุณ คุณครูทั้งสองโรงเรียนนี้ที่นำเสนอผลงานดีๆ ปีต่อไปคงได้ชมอีกเนาะ..
     ออกจากงานศิลปหัตถกรรมประมาณเที่ยง เรานั่งรถไปหลับไปจนถึงทางขึ้นสู่ดอยตุง เราดีใจที่ได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง นายรู้มั้ย..เรามาเป็นครั้งที่ ๔แล้วนะ ไม่เบื่อเลย..เราพร้อมกับเพื่อนอีก ๕ คน จ้างเหมารถสองแถวด้วยราคา ๖๐๐ บาท(ต่อราคาเก่งๆ) ช่วงขาขึ้นเป็นภูเขาสูง รถเร่งเครื่องจึงมีควันมาก ควันลอยเข้ามาในรถ เหม็นจนจะเป็นลม  ต้องควักยาดมยาหม่อง
มาดมกันอุตลุต เมื่อขึ้นไปถึงพระธาตุดอยตุงบรรยากาศเย็นๆ วิวสวยๆ ลืมไปเลยว่าตัวเอง
เวียนหัวอยู่ เราไหว้พระธาตุแล้วเข้าไปถวายสังคทาน รับน้ำมนต์จากหลวงพ่อในโบสถ์ รู้สึกสบายใจบอกไม่ถูก อยากให้นายมาด้วยกับเราจังเลยที่รัก.. จากนั้นเราไปเคาะระฆังที่ตั้งไว้
เป็นแถวยาวเหยียด ไม่ได้นับว่ามีกี่ใบ เห็นอุเทนว่าตอนแรกก็นับอยู่ ตีไปตีมาเลยลืม ดีนะที่เราไม่นับกะเขาด้วย มิเช่นนั้นจะถูกค่อนว่าแก่ขี้ลืมอีกแหละ แล้วพากันไปตีระฆังใบใหญ่ในศาลา เพราะว่าอยู่สูง ลูกตุ้มก็หนักมาก เลยตียากชะมัด แต่เราไม่ยอมแพ้หรอกนะ ออกแรงเหวี่ยงจนตีระฆังได้นั่นแหละ พร้อมกับอธิษฐานว่า ขอให้ได้มาเยือนที่นี่อีก..แน่ะ.ไม่เชื่ออย่าลบหลู่   อ้อ..
จะลืมบอกไป พระธาตุดอยตุงแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำปีกุน คนเกิดปีนี้ถ้าได้มาไหว้จะเป็นศิริมงคลมากเลยละ  ขอบอก..
      อิ่มบุญจนหน้าบานแล้ว ก็กลับลงมาถึงบริเวณลานจอดรถ ไส้เริ่มหดแห้ง ชักเดินต่อไม่ไหว ชักชวนพรรคพวก เราไปหาอะไรกินกันเถอะ แหม..กลิ่นก๋วยเตี๋ยวโชยมาชวนให้พยาธิเต้นระบำ ร้านอาหารมีหลายร้าน ลูกค้าแน่นทุกร้าน เราเลือกกินก๋วยเตี๋ยวหมู ได้ซดร้อนๆ เฮ่อ..โล่งมีแรงเดินอีกเยอะ  เมื่ออิ่มหนำสำราญดีก็ไปซื้อตั๋ว เพื่อเข้าชมพระตำหนักดอยตุงกับสวน
แม่ฟ้าหลวง รวมราคา ๑๕๐ บาท นายต้นส้มที่รัก..เราถูกใจมากเลย ดอกไม้สวยมาก ไม่ว่าจะเป็นลิ้นมังกร สีแดงเข้ม สีเหลืองอ่อน สีชมพู สีขาว ดอกเทียนฝรั่งสีส้มแสบตา ดอกกุหลาบพันปี กล้วยไม้เข็มแดง เข็มแสด ดอกบีโกเนีย กุหลาบหินสีชมพูดอกซ้อน ดอกรักแรก ที่น่าตื่นตาคือ รองเท้านารีพันธุ์ต่างๆ ดูเหมือนจะมีการประกวดกันด้วย สวยมากๆ เกินคำบรรยาย ถ้านายได้เห็นภาพที่เราเก็บมาแล้วจะทึ่ง  อ้อ..ตรงพระตำหนักมีดอกอะไรไม่รู้ ใบหน้าตาคล้ายใบบัวบก มีดอกสีม่วงอ่อนเล็กๆเหมือนดอกแฟนซี น่ารักจริงๆเลย นายไปหาคำตอบมาให้เราบ้างนะ
นายต้นส้ม..
    เราเล่ามายืดยาวแล้วไม่รู้นายเบื่อหรือยัง อยากให้นายดูรูปภาพสวยๆก็ทำไม่เป็น ติดไว้ก่อนนะ เดี๋ยวเราไปถามอาจารย์ หรือผู้รู้มาก่อน คราวหน้าจะเอามาให้ดูสะใจเลยแหละ  บายที่รัก
สุขสันต์วันคริสต์มาสจ้า....