การจัดระบบการบริหารและพัฒนาองค์กร
การพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน
การบริหารและการพัฒนาองค์การถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จ กล่าวคือ ผู้บริหารไม่ใช่เป็นผู้ลงมือปฏิบัติ แต่จะเป็นผู้ใช้ศิลปะในการทำให้ผู้ปฏิบัติ ทำงานจนสำเร็จตามจุดมุ่งหมายตามที่ผู้บริหารตั้งใจ งานบริหารทั่วไปถูกตั้งเป็นกลุ่มงานใหม่เป็นส่วนสำคัญภายในโรงเรียนที่มาจากกลุ่มงานเดิมคือ งานอาคารสถานที่ งานธุรการ งานกิจการนักเรียนและงานความสัมพันธ์กับชุมชน
หากบริหารจัดการโดยไม่มีเป้าหมายที่จัดเจนขาดการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องงานในฝ่ายนี้ย่อมประสบผลสำเร็จได้ยาก
การพัฒนาองค์การ
การพัฒนาองค์การ สามารถแปลได้หลายความหมาย เช่น ความพยายามเปลี่ยนแปลง องค์การอย่างมีแบบแผน มีการวิเคราะห์ปัญหา วางแผนยุทธศาสตร์และใช้ทรัพยากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือการพัฒนาระบบโดยมีส่วนร่วมทั้งองค์การ เริ่มจากผู้บริหารระดับสูงลงสู่ระดับล่างขององค์การ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ดังแนวคิดของบุคคลต่อไปนี้
Jack K. Fordye และ Reymond Well ได้ให้ความหมายการพัฒนาองค์การไว้ว่า เป็นวิธีการมุ่งที่จะเอาพลังความสามารถของมนุษย์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งขององค์การ การพัฒนาองค์การจะสำเร็จได้ ถ้าองค์การมีแผนและใช้ความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์เข้ามาช่วย เช่น เรื่องการจูงใจ เรื่องอำนาจ เรื่องการสื่อสาร เรื่องความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์การ การแก้ปัญหา การกำหนดเป้าหมายความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กลุ่มหรือเรื่องของการขจัดความขัดแย้ง
ลักษณะสำคัญของการพัฒนาองค์การ
การพัฒนาองค์การจะมีลักษณะมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมขององค์การ (Organization Cultural), ค่านิยม (Value) และทัศนคติของบุคคลภายในองค์การ โดยการพัฒนาจะต้องกระทำเป็นระบบ เช่น ระบบโครงสร้างใหม่ ซึ่งต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง มีการสอดแทรกข้อคิด (Intervention) เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาจะต้องเริ่มที่ผู้บริหารระดับสูงสุดและ คณะกรรมการบริหารจะต้องให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อวัดประสิทธิภาพที่ได้จากการพัฒนาองค์การ การพัฒนาองค์การจะต้องใช้เทคนิค และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความสามารถของบุคคล และมุ่งขจัดความขัดแย้งในองค์การ
การพัฒนาองค์การอย่างเป็นระบบ
ควรมีการสร้างแผนแม่แบบในการเปลี่ยนแปลง จะต้องมีการประเมินสถานการณ์ขององค์การ มีการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคขององค์การ เพื่อที่จะนำจุดแข็งขององค์การมาผลักดันการพัฒนาองค์การ โดยมีกลไกการควบคุมทิศทางที่แน่นอน ทุกคนจะต้องมีส่วนร่วมแก้ปัญหาร่วมรับผิดชอบ โดยเน้นที่เป้าหมายขององค์การเป็นหลัก ลักษณะโครงสร้างขององค์การจะเป็นแบบกว้าง อาศัยการให้คำแนะนำมากกว่าสั่งการ การบริหารงานลักษณะนี้ พนักงานจะมีความซื่อสัตย์และมีจิตสำนึกในความสำเร็จของงานมากกว่าตัวบุคคล สาเหตุที่องค์การจะต้องมีการพัฒนาเพื่อช่วยให้หน่วยงานมีกฎระเบียบน้อยลง และให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาขจัดอุปสรรคในการติดต่อสื่อสาร มุ่งเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์การและสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ สนับสนุนให้ทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายต่างๆเพื่อเป้าหมายขององค์การที่สูงขึ้น
ความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ
การบริหารงานเพื่อการปรับเปลี่ยนองค์การจะต้องคำนึงถึงความเป็นจริง สายการบังคับบัญชากำหนดไว้แน่นอนตายตัวว่าจากใครถึงใคร การแบ่งงานจะแบ่งตามความชำนาญเฉพาะอย่าง การบรรจุ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับความสามารถ การพัฒนาองค์การมิได้หมายถึงการพัฒนาแต่เฉพาะองค์การที่มีปัญหาเท่านั้น หากแต่องค์การที่มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่แล้วก็ควรได้รับพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดที่คิดว่าองค์การของตนมีความเจริญและมีการพัฒนาที่ดีแล้วจึงหยุดนิ่ง ก็เท่ากับว่ากำลังเดินถอยหลังตลอดเวลา ผู้บริหารจึงควรมีการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาศัยหลักการดังนี้
1. กำหนดเป้าหมาย
2. ความเข้าใจในสถานการณ์
3. การปรับปรุงสัมพันธ์ภาพ
4. ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม
5. การเชื่อมโยง
ขั้นตอนและกระบวนการพัฒนาองค์การ
กระบวนการพิเศษที่จะเปลี่ยนแปลงองค์การก็คือ การพัฒนาองค์การตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ Kurt Lewin’s โดยทีมที่ปรึกษาจะต้องเก็บรวบรวมข้อมูล พิจารณาข้อผิดพลาด ป้อนกลับและการประเมินผลอย่างเป็นทางการ ซึ่งขั้นตอนการพัฒนาองค์การสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดปัญหา (Problem recognition) เป็นการเริ่มต้นพัฒนาองค์การ โดยที่ผู้บริหารระดับสูงจะต้องกำหนดปัญหาต่างๆ ภายในองค์การ และสิ่งที่ต้องการแก้ไข
ขั้นตอนที่ 2 การส่งต่อให้กับทีมที่ปรึกษา (Entry of change agent) ทีมที่ปรึกษาจะนำปัญหามาวิเคราะห์พร้อมหาทางแก้ไขและเปลี่ยนแปลง
ขั้นตอนที่ 3 การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ปัญหา (Data collection and problemdiagnosis)การตรวจสอบข้อมูลและวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ลักษณะของปัญหาและการขยายตัวของปัญหา จัดเตรียมข้อมูลป้อนกลับของการวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 4 การปรับแผนสำหรับเปลี่ยนแปลง (Development of plan for change)ทีมที่ปรึกษาจะทำงานร่วมกับหัวหน้างาน เพื่อกำหนดเป้าหมายในการเปลี่ยนแผน โดยการสร้างและประเมินทางเลือกในการทำกิจกรรมต่างๆ และตัดสินใจเลือกทางที่เหมาะสมที่สุด มีการปรับแผนให้เหมาะสมกับองค์การ
ขั้นตอนที่ 5 การดำเนินการเปลี่ยนแปลงในเบื้องต้น (Change implementation) คัดเลือกวิธีที่เหมาะสมและนำไปปฏิบัติ
ขั้นตอนที่ 6 การทำให้มั่นคงและจัดทำให้มีขึ้น (Stabilization and institutionalization) หมายถึง การปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
ขั้นตอนที่ 7 การป้อนกลับและการประเมินผล (Feedback and evaluation) หลังจากการเปลี่ยนแปลงที่ได้ปฏิบัติมาเป็นเวลานาน ทีมที่ปรึกษาจะต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลใหม่ เพื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลเก่า และวิเคราะห์ข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น จากนั้นก็จะมีการประเมินผล ผู้บริหารระดับสูงควรจะตระหนักว่า การที่องค์การมั่นคงและการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ
วัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์การ
1. การสร้างระบบหรือปรับระบบในสายการทำงานให้ยืดหยุ่นได้ตามลักษณะงาน
2. การแก้ปัญหาร่วมกัน การให้สมาชิกในหน่วยงานร่วมกันหาแนวทางด้วยวิธีการสร้างบรรยากาศที่เปิดเผยทั่วทั้งองค์การ
การแบ่งโครงสร้างขององค์การ
การจัดโครงสร้างขององค์การ ควรมีการจัดระเบียบโครงสร้างขององค์การดังนี้
1. การจัดโครงสร้างของแผนกตามการบริหาร
2. การจัดโครงสร้างของแผนกตามงาน โดยยึดตามลักษณะของงานที่คล้ายคลึงกัน
3. การจัดโครงสร้างตามสถานที่ โดยยึดตามลักษณะของพื้นที่ที่แตกต่างกัน หรือสภาพทางภูมิศาสตร์
การที่ผู้บริหารต้องการให้พนักงานในระดับต่างๆ ได้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจำกัดระดับการบังคับบัญชา และขนาดขององค์การให้มีขนาดที่เหมาะสมไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป
การเลือกขนาดขององค์การ (Choosing the span) ผู้บริหารหรือผู้ประกอบการ จะต้องศึกษาและพิจารณาถึงโครงสร้างขององค์การของตนเองว่ามีความซับซ้อนมากน้อยเพียงใด หรือมีสายการบังคับบัญชากี่ระดับชั้นซึ่งจะเป็นอุปสรรค์ต่อการรายงาน (Reporting) การปฏิบัติงาน (Operation) การสั่งการ (Directing) การควบคุม (Controlling) หรือไม่ จำนวนชั้นเท่าไรจึงจะเหมาะสม พบว่าสายการบังคับบัญชาที่มีขั้นตอนหรือระดับย่อยในการบังคับบัญชาที่ดีที่สุด คือ 4 ชั้น ส่วนระดับต่ำสุดขององค์การ ถูกมอบหมายให้รับผิดชอบต่อการทำหน้าที่เฉพาะหรือดูแลไม่ควรเกิน 8 หรือ 12 ชั้น
กระบวนการบริหารให้เกิดมาตรฐานในการปฏิบัติงาน
การพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบให้เกิดมาตรฐานใดๆ ในองค์การ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบอื่นในองค์การเสมอ มีผู้กล่าวว่าประสิทธิภาพของงานจะมุ่งตรงไปสู่ถนนที่ตัดผ่านการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาให้มีมาตรฐานมักมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดในสิ่งต่อไปนี้
1. เกิดบทบาทและเป้าหมายใหม่ขึ้นในองค์การ
2. การประเมินค่าของคนในองค์การสูงขึ้น
3. การวินิจฉัยสถานการณ์จะได้มาจากการสังเกตจากคนหลายกลุ่ม
4. เกิดการแสวงหาการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
5. เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
6. คนทุกคนในองค์การสามารถระบายความทุกข์ร้อนใจได้
7. เกิดประสบการณ์ใหม่ขึ้น
8. มีการประกาศเป้าหมายใหม่
9. เริ่มมีการวางแผนเป็นระยะๆ
10. สมาชิกเริ่มรู้ตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่ตนยังไม่รู้
11. ตัดสินใจร่วมกันและสำนึกดีว่า ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ทำงานบนหลังคน
12. พบเป้าหมายที่เป็นจริง แต่ละคนมีความเสี่ยงมากขึ้น
13. สามารถลบล้างระบบเก่า (Unfreezing) กลายเป็นเกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น
สรุป
องค์การจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานใหม่ การให้บริการระบบใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง อาทิ สภาพแวดล้อมทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม ผู้บริหารจึงควรจะต้องแสวงหาความคิดใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาองค์การต่อไปให้ประสบผลสำเร็จ
การพัฒนาองค์การในปัจจุบันนี้นั้น เห็นสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเพื่อให้องค์กรได้ขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปในทิศทางของการพัฒนาสถานศึกษาตามหลักการปฏิรุูปการศึกษา บทความข้างต้นให้ข้อคิดและความรู้ที่ทำให้ข้าพเจ้าเกิดแนวคิดในการจัดการสถานศึกษาได้ดียิ่งขึ้่น....ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ ที่นำมาเผยแพร่ให้ได้ทราบกัน
ก็จริงนะค่ะที่ว่าหากไม่มีการพัฒนาองค์กรถึงแม้องค์กรนั้นจะดีเพียงไดก็เหมือนกับไม่ได้พัฒนามีแต่จะอยู่กับที่หรือถอยหลังลงคลอง คล้ายกับโรงเรียนที่ฉันอยู่เลยค่ะ
ดีคะ การพัฒนาองค์กรให้ได้มาตรฐานต้องเริ่มที่ผู้บริหาร หัวหน้างานและมาที่ผู้ปฏิบัติทำงานเป็นทีมรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองไม่กินแรงเพื่อน องค์กรถึงจะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จค่ะ
การพัฒนาองค์กรในระบบราชการทำได้ยากแต่ก็ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่และเพื่อองค์กร
ผู้บริหารที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีการวางแผนในอนาคต จึงจะทำให้องค์กรประสบคามสำเร็จ ไม่ใช่มัวมาย่ำอยู่กับที่ไม่ยอมพัฒนาตนเอง หรือองค์กร มันดีอยู่แล้ให้น่าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีคุณธรรม จะนำพาองค์กรณ์ให้ประสบความสำเร็จ
เป็นผู้บริหารต้องได้ใจลูกน้องก่อนถึงจะพัฒนาองค์กรได้อย่างราบลื่น
การทำงานทุกอย่าง ถ้าทำตามระบบ ทำตามขั้นตอน มันก็ง่ายต่อการบริหารจัดการทรัพยากร (โดยเฉพาะผู้บริหาร)
ทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ที่ผู้บริหารว่าจะมีวิสัยทัศน์อย่างไร และจะบริหารจัดการ 4M อย่างไร
ผู้บริหารที่ดีต้องมีคุณธรรมประจำใจ เห็นประโยชน์ส่นรวมมากกว่าส่วนตน มีความยุติธรรม ยึดหลักพรหมวิหาร 4
ทฤษฎียังคงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก หากแต่ ตัวผู้บริหาร และก็ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นที่เป็นตัวแปรสำคัญ ในการบริหารงานระบบ การไม่ยอมรับสิ่งใหม่ ควาคิดเห็นใหม่ๆ ยึดติดกับสิ่งเก่า ความคิดเก่า ถึงแม้ทฎษฎีจะเริดหรู ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร คุณธรรมท่องได้จำได้ แต่ใช้ไม่เต็มที่ ใช้ไม่หมด องค์กรไทยก็ยังต้องเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ
มีความรู้ดีมากครับ
ผู้บริหารต้องรอบรู้และรู้รอบและมีหลักธรรมมาภิบาลจึงจะสามารถพัฒนาองค์กรให้เจริญก้าวหน้าได้ที่สำคัญการทำงานต้องอยู่ในใจคน ไม่ใช่อยู่บนหัวคน
ผู้บริหารต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกน้องจะพัฒนาคนอื่นต้องพัฒนาตัวเองก่อนถ้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกน้องไม่ได้ก็ลำบากเหมือนกันที่คิดจะพัฒนาทั้งองค์กร
มันก็จริงอยู่ที่องค์กรต้องมีการพัฒนาแต่ที่เห็นๆมันทำกันหลอกๆแล้วจะทำไปทำไม เสียเวลาเปล่า
การพัฒนาองค์กรเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและมีแผนในการพัฒนาทั้งระยะสั้นและระยะยาว ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์และความเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงและใช้เวลาให้เหมาะสมพัฒนาให้อยู่ในใจคนอย่าพัฒนาบนหัวคน
การพัฒนาองค์กรทำยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ตัวผุ้บริหารต้องนำลูกน้องต้องร่วมกันทำไม่ใช่ดีแต่สั่งอย่างเดียว
องค์กรจะพัฒนายากหรือง่ายก็ขึ้นอยู่กับคนในองค์กรนั้นผู้บริหารก็มีส่วนสำคัญว่าจะทำให้คนในองค์กรยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงหรือไม่
หากองค์กรไหนไม่เคยพัฒนา กี่ปีๆก็อยู่กันแบบเดิมๆ แนะนำให้เปลี่ยนผู้บริหารค่ะ
หากจะพัฒนาองค์กรจริงๆจังๆให้มีประสิทธิภาพแจ๊กว่าต้องเริ่มที่พัฒนาคนให้ได้ก่อน คิดแผนงานให้ตายเลิศหรูขนาดไหนก็ตามหากไม่พัฒนาคนก่อนแผนก็สะดุดจริงไหมค่ะ
หากมีแผนพัฒนาที่ดี มีการดำเนินการที่เป็นระบบ การพัฒนาองค์กรให้สำเร็จก็คงไม่ไกลเกินเอื้ม