ชีวิตที่พอเพียง : ๑๑๔๖. สัมผัสความหรูหราฟุ่มเฟือย


ผมมีข้อสังเกตว่า ยิ่งนับวันมนุษย์เราก็มีส่วนที่หรูหราฟุ่มเฟือยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น แต่เมื่อมีทรัพย์สินส่วนเกินมากเข้า ก็จะมีการเอาไปสร้างเครื่องปรนเปรอกิเลส ที่ไม่ใช่ความจำเป็นในชีวิต มากขึ้นเรื่อยๆ แบบไร้ขอบเขต ซึ่งจะมีผลให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งกว้างขึ้น ไม่ดีสำหรับการอยู่ร่วมกันในโลกอย่างราบรื่น หากมีโอกาสผมก็จะหาทางลดคุณค่าของความหรูหราฟุ่มเฟือยเหล่านั้น ถือเป็นการทำความดีเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่โลก

 


          ผมเกิดมาเป็นลูกคนจน   แต่พ่อแม่สร้างตัวจนมีฐานะดีพอที่จะกัดฟันส่งลูกเรียนจนจบปริญญาทุกคน รวม ๗ คน   และผมก็เป็นหมอและอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมทั้งทำงานบริหารในตำแหน่งสูงพอสมควร   แต่แปลกที่ผมไม่ชอบและไม่คุ้นกับความหรูหรา  

          มีโอกาสได้สัมผัสใน ๒ โอกาส คือในการไปประชุม retreat ของธนาคารไทยพาณิชย์ ปีละ ๒ ครั้ง   และการตามเสด็จสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ พากรรมการนานาชาติของรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ไปเที่ยว ปีละครั้ง   ผมจึงโชคดี ที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ความรู้สึกของตนเองว่าเมื่อสัมผัสความหรูหราฟุ่มเฟือยแล้วตนเองรู้สึกอย่างไร 

          อย่างขณะที่พิมพ์บันทึกนี้ ผมอยู่ในห้องที่เรียกว่า Pool Villa หมายเลข ๒ ของ โฟร์ซีซั่น รีสอร์ท แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่   เป็นวิลลาขนาดห้องนอนเดียว   มีสระว่ายน้ำและสวนส่วนตัว   ที่อาบน้ำมี ๓ ที่ คืออ่างอาบน้ำ  ที่อาบน้ำกลางแจ้ง  และที่อาบน้ำฝักบัวในห้องอาบน้ำ   เตียงนอนใหญ่   มีโต๊ะทำงานใหญ่ที่มีปลั๊กไฟอย่างดี มีโคมไฟอ่านหนังสือ   อ่างล้างหน้ามี ๒ อ่าง   มีส้วม ๑ ที่   ตรงริมสระมีศาลานั่งเล่นหรือกินอาหาร   มีเก้าอี้นอนอ่านหนังสือริมสระ   และที่ระเบียงอาคารที่หันไปทางสระว่ายน้ำมีเปลขนาด ๒ คนนั่งหรือนอนเล่นได้   ทุกอย่างตกแต่งสวยงาม สะอาดเอี่ยม   ข้าวของเครื่องใช้ระดับราคาแพง   มีบาร์เครื่องดื่มและของขบเคี้ยวนานาชนิด   รวมทั้งเครื่องชงกาแฟอย่างดีและกาต้มน้ำ

         ผมลองลงไปว่ายน้ำในสระ พบว่าน้ำอุ่นสบายมากครับ   รวมทั้งเขาเปิดเครื่องวนน้ำไว้ตลอดเวลาด้วย   ความลึกของสระคงจะราวๆ ๑๗๐ ซ.ม. ทำให้ไม่อันตรายสำหรับคนว่ายน้ำไม่แข็งอย่างผม 

          ชุดที่พักแบบนี้ชัดเจนว่าสำหรับสองหนุ่มสาวมาพัก ให้ความเป็นส่วนตัวยอดเยี่ยม   ผมมาพักคนเดียวเพราะสาวน้อยไปเลี้ยงหลานอยู่ที่ นิวยอร์ก   จึงถือโอกาสใช้ความสงบ ทดสอบความรู้สึกของตนเอง   ว่ารู้สึกอย่างไรกับที่พักระดับหรูหราฟุ่มเฟือยนี้ 

          ผมบอกตัวเองว่า ผมโชคดีมากที่ชีวิตได้สัมผัสทั้งความยากลำบาก หรือชีวิตง่ายๆ ไม่หรูหรา   และได้สัมผัสความหรูหราฟุ่มเฟือยด้วย   และโชคดีมากที่แม้ทางธนาคารฯ จะชักชวนให้เอาครอบครัวขยาย คือลูกและหลาน มาด้วย ก็ไม่มีลูกคนไหนเลยที่อยากมาสัมผัสความหรูหรานี้   ทำให้ผมมีภาพของคนที่ไม่ฉวยโอกาสตักตวงผลประโยชน์ 
และยิ่งโชคดีมากขึ้นไปอีก ที่ตัวเองชอบอยู่กับชีวิตง่ายๆ ไม่หรูหรามากกว่า   แต่เมื่อไปอยู่กับสภาพหรูหราชั่วคราว ก็อยู่ได้  ไม่เดือดร้อน   และที่สำคัญ ไม่ยึดติด

          ตามปกติ เวลาเดินทางผมอยู่ในสภาพช่วยตัวเอง   แต่มากับธนาคารไทยพาณิชย์จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลที่สนามบิน   มาลากกระเป๋าให้  ไปเช็คอินให้   เมื่อลงจากเครื่องบินก็มาคอยต้อนรับ และไปเอากระเป๋าให้   มาพาไปขึ้นรถ   ซึ่งที่จริงไม่จำเป็นเลยสำหรับผม   แต่ก็ปล่อยให้เขาช่วยไปตามธรรมเนียม

          วันนี้ (๒๗ พ.ย. ๕๓) ผมจากคณะของธนาคารไทยพาณิชย์ ไปประชุมสภา มช.   พอตกบ่าย มช. ก็ให้รถไปส่งที่สนามบินเชียงใหม่   ปรากฏว่าทีมธนาคารฯ ก็มารอดูแลอีก   คล้ายๆ เป็นธรรมเนียมที่เจ้าหน้าที่จะคอยอำนวยความสะดวก  

          ที่จริงเขาเอารายการของฝากจากเชียงใหม่มาให้ไว้ในห้องพักที่โรงแรม โฟร์ซีซั่น   สำหรับให้เราบอกความต้องการ   เขาก็จะไปซื้อให้ (เดาว่าฟรี) แต่ผมไม่ได้กรอก   ทิ้งว่างไว้เฉยๆ   เพราะผมต้องเดินทางต่อไปขอนแก่น   ดังนั้นจริงๆ แล้วผมมีกระเป๋าเสื้อผ้าใบเดียว กับกระเป๋าเอกสารที่ถือขึ้นเครื่อง   ไม่มีความจำเป็นให้ใครๆ มาช่วยอำนวยความสะดวกเลย   ผมเดาว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ คงจะเห็นความเป็นคนง่ายๆ ของผม   และน่าจะรู้ด้วยว่าฐานะของผมต่างจากกรรมการท่านอื่นๆ มาก

          กระเป๋าเสื้อผ้าที่ใช้เดินทางครั้งนี้เป็นกระเป๋าใหม่   ที่ธนาคารฯ มอบให้สำหรับเดินทางครั้งนี้โดยเฉพาะ   เป็นกระเป๋าที่เบาแต่แข็งแรงเป็นพิเศษ   ขนาดน่าจะใหญ่เกินที่จะหิ้วขึ้นเครื่องได้   แต่ก็เหมาะกับการเดินทางครั้งนี้มาก   เพราะหลังจากนอนที่เชียงใหม่ ๒ คืน และทำงานของธนาคาร ๑ วัน ทำงานของ มช. ๑ วัน   ผมก็ไปนอนที่ขอนแก่น ๒ คืน เพื่อทำงานของ สรพ. ๒ วัน

          ตอนเดินทางไปเชียงใหม่ นั่งเครื่องบินชั้นธุรกิจ   ขาไปเครื่องบินลำใหญ่ มีชั้น ๑ เขาจึงเลื่อนชั้นให้กรรมการธนาคารฯ นั่งที่นั่งชั้น ๑ สุขสบายยิ่งนัก   ขากลับก็ยังเป็นที่นั่งชั้นธุรกิจ   แต่ขาไปขอนแก่นนั่งชั้นประหยัด   ซึ่งไม่ได้ลำบากใดๆ เลย เพราะบินเพียง ๔๐ นาที   ตอนไปสิงคโปร์ ผมนั่งเครื่องบินชั้นประหยัดเหมือนคนอื่นๆ ในคณะของมหาวิทยาลัยมหิดล   มีคนมาเห็นเข้า ก็ร้องว่า ทำไมไม่จัดให้ท่านนายกสภาฯ นั่งชั้นธุรกิจ   ผมบอกว่าในเวลา ๒ ชั่วโมงบิน นั่งชั้นไหนก็ไม่แตกต่างกัน   ผมไม่คิดว่าเราควรนั่งเครื่องบินตามชั้นศักดินา

          ผมบอกตัวเองว่า การที่ผมฝึกฝนตนเองให้มีระดับความยืดหยุ่นหรือช่วงกว้างของระดับความหรูหราฟุ่มเฟือยในชีวิตสูง นับเป็นโชคดีของชีวิต  และทำให้ชีวิตนี้มีการเรียนรู้สูง  

          ผมมีข้อสังเกตว่า ยิ่งนับวันมนุษย์เราก็มีส่วนที่หรูหราฟุ่มเฟือยสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็น   แต่เมื่อมีทรัพย์สินส่วนเกินมากเข้า ก็จะมีการเอาไปสร้างเครื่องปรนเปรอกิเลส ที่ไม่ใช่ความจำเป็นในชีวิต มากขึ้นเรื่อยๆ แบบไร้ขอบเขต   ซึ่งจะมีผลให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนยิ่งกว้างขึ้น  ไม่ดีสำหรับการอยู่ร่วมกันในโลกอย่างราบรื่น  หากมีโอกาสผมก็จะหาทางลดคุณค่าของความหรูหราฟุ่มเฟือยเหล่านั้น   ถือเป็นการทำความดีเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่โลก

          เช้าวันที่ ๒๖ พ.ย. ผมออกไปวิ่งออกกำลังบนถนนด้านนอกโรงแรม เป็นถนนลงเขาตอนขาไป และลงเขาในขาขึ้น   อากาศเย็นสบาย   ส่วนเช้าวันที่ ๒๗ ออกกำลังโดยว่ายน้ำแทน   ผมชอบวิ่งมากกว่าว่ายน้ำ

 

วิจารณ์ พานิช
๒๗ พ.ย. ๕๓
สนามบินสุวรรณภูมิ

โรงแรมโฟร์ซีซั่น เห็นห้องนั่งเล่น เตียงนอน โต๊ะทำงาน และห้องน้ำทะลุกันหมด

 

สระน้ำส่วนตัว

 

จากโต๊ะทำงานมองออกไปเห็นสระน้ำและสวน

 

ถ่ายจากสระว่ายน้ำเข้ามายังตัวอาคาร

 

น้ำตกส่วนตัว อยู่ในสวนหลังบ้านพัก เลยสระว่ายน้ำออกไป

 

เปลนั่งเล่นริมสระน้ำ

 

อาหารว่างเย็นวันที่ ๒๖ ที่เขาเอามาให้ที่ห้อง ผมใช้เป็นอาหารเช้าวันที่ ๒๗

 

ลู่วิ่งของผม

 

 

หน้าอาคาร ล็อบบี้

 

นาสาธิตของโรงแรม มองจากที่กินอาหารเช้า

หมายเลขบันทึก: 415421เขียนเมื่อ 21 ธันวาคม 2010 16:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:38 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (5)

อาจารย์ถ่ายรูปได้สวยมากๆครับ :)

ผมเองก็มีโอกาสพักที่หรู ก็เดินทางไปทำงาน ไปเป็นวิทยากรบ้าง...

โดยส่วนตัวก็ไม่เคยคิดจะพักสถานที่ที่ราคาเเพง หรูหรา ขนาดนี้เลย..

ขอบคุณครับอาจารย์

คุณหมอเป็นกรรมการธนาคารคนหนึ่งที่มีสิทธิมีเสียงที่จะทักท้วงความหรูหราฟุ่มเฟือยเช่นนี้ได้ตั้งแต่ในขั้น presentation ของการจัดห้องพัก..หากได้ทำเช่นนั้นตั้งแต่แรก..เรื่องไม่สบายใจนี้คงไม่เกิดขึ้นนะคะ..

อาจารย์หมอค่ะ 

  • หนูชอบแนวความคิดของท่านจังเลยค่ะ
  • เกิดความรัก  ศรัทธา  ชื่นชม  และ ได้ต้นแบบชีวิตที่ชื่นชอบค่ะ

 

หนูขอคารวะท่านอาจารย์ด้วยความศรัทธายิ่งค่ะ

เรียน อาจารย์ ด้วยความเคารพ เห็นด้วยอย่างยิ่งจาคำกล่าวของอาจารย์ และขอเรียนรู้จากอาจารย์นะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี