ประชุม ครม.อังคารนี้ "มาร์ค" เคาะแน่! เงินเดือน อบต. พบหว่านอีก 1,000 ล้านต่อปี ส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ รอรายละเอียดจากคลัง "จิ้น" สบช่องโวลั่นมหาดไทยทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ครม.เศรษฐกิจฟุ้งประเมินงบปี 54 เก็บรายได้เกินเป้า 1 แสนล้าน เผยรัฐบาลเบิกจ่ายได้ถึง 93% จากวงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท

ประชุม ครม.อังคารนี้ "มาร์ค" เคาะแน่! เงินเดือน อบต. พบหว่านอีก 1,000 ล้านต่อปี ส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ รอรายละเอียดจากคลัง  "จิ้น" สบช่องโวลั่นมหาดไทยทำหน้าที่สมบูรณ์แล้ว ครม.เศรษฐกิจฟุ้งประเมินงบปี 54 เก็บรายได้เกินเป้า 1 แสนล้าน เผยรัฐบาลเบิกจ่ายได้ถึง 93% จากวงเงิน 2.07 ล้านล้านบาท นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันจันทร์ถึงความคืบหน้าการขึ้นเงินเดือนให้องค์การบริหาร ส่วนตำบล (อบต.) ว่า เขาก็จะมาพบตนทั้งเทศบาลและอบจ. และตนได้สอบถามกระทรวงการคลังไป เพราะโจทย์ข้อหนึ่ง ที่คณะรัฐมนตรีให้กระทรวงการคลังไปคือ ให้ไปดูเรื่องตัวระบบว่ามีความเกี่ยวพันกันอย่างไร โดยวันอังคารนี้จะเข้า ครม.ด้วยเช่นกัน

       ผู้สื่อข่าวถามว่า การขอขึ้นเงินเดือนจะกลายเป็นแฟชั่นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การขึ้นเงินทุกกลุ่มก็จะเรียกร้องอยู่แล้ว แต่กลุ่มไหนจะมีการขึ้นบ้างก็ดูตามความเป็นจริง อย่างกรณีของ อบต. เมื่อยกตัวอย่างเทียบกับท้องถิ่นอื่น ๆ ที่เขาขึ้นมาครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยก็ให้เหตุผลชัดเจนว่า เงินเดือนนั้นห่างกันมาก แม้ขึ้นไปแล้วก็ยังต่ำกว่ากลุ่มอื่น ๆ ไม่ได้ไปกระทบกับเชิงระบบ ถ้าสมมติว่าไปแซงกลุ่มอื่น ๆ ก็แน่นอนว่ากลุ่มอื่นก็ต้องมีการขยับ

      เมื่อถามว่า ในการประชุม ครม. เงินเดือน  อบต.จะมีการเคาะตัวเลขเรียบร้อยหรือไม่ นายกฯ บอกว่าใช่ แต่ในส่วนเงินเดือนของ อบจ.และเทศบาลยัง เพราะในเบื้องต้นที่กระทรวงการคลังเสนอมา ไม่มีความจำเป็นต้องปรับในขณะนี้ เพียงแต่ผู้แทนของเขาทั้ง อบจ.และเทศบาลขอมาพบเพื่อให้เหตุผลของเขา เหมือนกับ ส.ก.ที่มาพบก่อนหน้านี้ เพราะว่าทาง ส.ก.ก็อ้างว่าเขาไม่ได้ขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้ขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537  ทั้งนี้ วงเงินที่ต้องเพิ่มให้ อบต.นั้น นายกรณ์ให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ว่า ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยจะขึ้นให้นายก อบต. 70% และตำแหน่งอื่น ๆ อีก 9.5%

      ถามว่า ในส่วนของเงินเดือน อบต.จะมีอะไรเป็นตัวชี้วัด เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ตนเป็นนักการเมืองมาเกือบ 20 ปี ทราบดีว่าประชาชนไม่อยากให้เงินเดือนนักการเมือง และเราก็ระมัดระวัง สำหรับเงินเดือน ส.ส.จึงได้กำหนดว่าเป็นการขึ้นสำหรับสภาชุดต่อไป ในต่างประเทศก็ทำแบบนี้ เรามีคณะกรรมการพิจารณานโยบายเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) เป็นคนกำหนดว่าควรจะเป็นเท่าไหร่และขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะดูตามความเหมาะสมในทางการเมืองด้วย

      ส่วนเรื่องการประเมินตามหลักสากล นักการเมืองได้ให้ประชาชนเป็นผู้ประเมิน ซึ่งผ่านกระบวนการของการเลือกตั้ง การถอดถอน หรืออะไรต่างๆ ฉะนั้นเป็นวิธีที่ทำกันทั่วโลก ก็ต้องทำกันแบบนี้ แต่ก็มีคนเสนอว่าต่อไปในอนาคตจะเป็นไปได้หรือไม่ เงินของ ส.ส.แทนที่จะเป็นเงินประจำตำแหน่งบวกค่าตอบแทน ก็ให้ปรับมาอิงกับเรื่องการประชุม ก็จะศึกษาดูก็ไม่ง่ายหรอก ตนเรียนตรง ๆ เพราะว่าพวกเราก็ทราบวิธีการประชุมสภาว่าอยู่ในห้องประชุมบ้างไม่อยู่บ้าง ก็จะมาตรวจสอบกันถี่แค่ไหนก็จะเป็นปัญหากันต่อไป

      นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนของสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ว่า เชื่อว่าในการประชุม ครม.วันที่ 21 ธันวาคม จะมีมติผ่านความเห็นชอบอัตราค่าตอบแทนของ อบต.ที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เนื่องจากได้มีการสอบถามไปยังกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณแล้ว ซึ่งถือว่ากระทรวงมหาดไทยได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว

      ส่วนการปรับขึ้นค่าตอบแทนของ ส.ก. (สมาชิกสภากรุงเทพฯ) และ ส.ข. (สมาชิกสภาเขต) ขณะนี้เรื่องอยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งก็ต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ โดยพิจารณาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนเป็นหลัก

       นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าไปพบกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เพื่อเคลียร์ใจปัญหาเรื่องการปรับเพิ่มเงินเดือนของ อบต.ว่า ไม่ทราบว่าใครไปพบใครที่ไหน เมื่อวานตนเจอท่านพร้อมนายกรัฐมนตรีที่เมืองทองฯ แล้วตนก็กลับไปก่อน

      ขณะที่นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) หรือ ครม.เศรษฐกิจ รับทราบผลการจัดเก็บภาษีและฐานะการคลัง 2 เดือนแรก และแนวโน้มปีงบประมาณ 2554 ตามที่กระทรวงการคลังรายงาน โดยคาดการณ์ฐานะการคลังตลอดปีงบประมาณว่า น่าจะจัดเก็บรายได้ได้ถึง 1.75 ล้านล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 6.1% จากที่ตั้งไว้ 1.65 ล้านล้านบาท  ขณะที่ด้านรายจ่าย คาดว่ารัฐบาลจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณปี 2554 ได้ 93% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย 2.07 ล้านล้านบาท หรือเบิกจ่ายได้ 1.925 ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับการเบิกจ่ายงบประมาณปีก่อน ๆ อีก 1.14 แสนล้านบาท จะส่งผลให้มีรายจ่ายรวมทั้งสิ้นกว่า 2.039 ล้านล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 14.3%

      นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้รายงาน ครม.เศรษฐกิจ ว่าสถานการณ์จัดเก็บรายได้ 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ สามารถเก็บได้เกินเป้ากว่า 2.35 หมื่นล้านบาท หรือ 9.6% โดยจัดเก็บรายได้สุทธิกว่า
2.68 แสนล้านบาท โดยเป็นผลจากการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ที่เก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้เกินเป้า ทำให้ภาพรวมเกินเป้ากว่า 1.84 หมื่นล้านบาท กรมสรรพสามิตที่เก็บภาษีจากการนำเข้ารถยนต์ได้เกินเป้า ทำให้ภาพรวมเก็บได้เกินเป้า 4,432 ล้านบาท และกรมศุลกากรที่เก็บอากรขาเข้าได้เกินเป้า 620 ล้านบาท  ส่วนการเบิกจ่ายในช่วง 2 เดือนแรกนั้น มีจำนวนทั้งสิ้น 4.3 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.51 แสนล้านบาท หรือ 54.4% โดยเป็นรายจ่ายปีปัจจุบัน 4.01 แสนล้านบาท คิดเป็น 19.4%

      นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือน พ.ย.53 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 1.44 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.71 หมื่นล้านบาท หรือ 13.4% สูงกว่า
เดือนเดียวกันปีที่แล้ว 12% เป็นผลจากการที่เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การจัดเก็บภาษีส่วนใหญ่สูงกว่าเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล จัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 9,824 ล้านบาท นอกจากนี้ การที่เงินบาทแข็งค่า ส่งผลให้มีการนำเข้ารถยนต์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้ประกอบการเกี่ยวกับการผลิตสุราและยาสูบ คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มอัตราภาษี จึงเร่งชำระภาษี "จากทิศทางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มการจัดเก็บรายได้รัฐบาลที่ผ่านมา ทำให้เชื่อมั่นว่าปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลจะจัดเก็บรายได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.65 ล้านล้านบาท" นายนริศกล่าว

 

ไทยโพสต์  กรุงเทพธุรกิจ  ข่าวสด  ASTVผู้จัดการรายวัน 

แนวหน้า  สยามรัฐ  บ้านเมือง  โลกวันนี้  คมชัด ลึก  มติชน

21 ธันวาคม 2553