GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เรื่องเล่าของชาวเรือนจำ "การฝึกวิชาชีพเสริมสวยและนวดแผนไทย"

            เรือนจำจังหวัดชุมพรได้จัดทำโครงการฝึกวิชาชีพอิสระเสริมสวยและนวดแผนไทย ให้แก่ผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจหลักของกรมราชทัณฑ์ในด้านการแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษ ให้สามารถกลับไปอยู่ร่วมกับในสังคมภายนอกได้ โดยมีอาชีพที่สุจริตไม่ต้องหวนไปกระทำผิดซ้ำ   การฝึกวิชาชีพด้านการนวดแผนไทยและเสริมสวย เป็นการฝึกวิชาชีพที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพราะในปัจจุบันการนวดแผนไทยกำลังได้รับความสนใจจากประชาชนมากขึ้น อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็ไม่สูงมากนัก จึงเป็นอาชีพที่เหมาะสมกับผู้ต้องขังที่มีรายได้น้อย

                  ข้าพเจ้าและเพื่อนเจ้าพนักงานหญิงอีก 1 คน ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังหญิง จำนวน 8 - 10 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการนวดแผนไทยและเสริมสวย และอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สามารถคัดเลือกออกมาปฏิบัติงานภายนอกได้ โดยเรือนจำได้จัดให้มีร้านเสริมสวยและนวดแผนไทย ซึ่งอยู่ภายนอกบริเวณด้านหน้าเรือนจำ สำหรับให้บริการนวดแผนไทยและเสริมสวยแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อให้ผู้ต้องขังหญิงได้ฝึกปฏิบัติจริง โดยคิดอัตราค่าบริการ ดังนี้

- นวดตัว ชม.ละ 80 บาท , นวดฝ่าเท้า ชม.ละ 60 บาท

- เสริมสวย สระไดร์ 30 บาท , ทำเล็บ 50 บาท

      ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำ เนื่องจากมีจุดประสงค์เพื่อเป็นการฝึกทักษะให้แก่ผู้ต้องขังและเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้บุคคลภายนอกได้ทราบและเข้าใจให้การสนับสนุนการฝึกวิชาชีพของทางเรือนจำ และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ต้องขังด้วย

      ในแต่ละวันมีผู้มาใช้บริการประมาณวันละ 10 - 15 คน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำที่มาใช้บริการในการล้างรถซึ่งเป็นงานบริการอีกด้านหนึ่งของเรือนจำ และในระหว่างที่รอการล้างรถก็มาลองใช้บริการในการนวดเพื่อเป็นการคั่นเวลา เมื่อมาลองก็เกิดความประทับใจทำให้มารับบริการเป็นประจำ ลูกค้าพึงพอใจในการบริการที่ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการล้างรถ,การนวด,การเสริมสวย ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาและเสียเงินมากมาย บางท่านบอกว่าการมานวดที่เรือนจำเหมือนกับการได้ทำบุญ เพราะเป็นการให้โอกาสกับคนที่หลงผิดได้กลับตัวกลับใจ ให้ได้มีอาชีพภายหลังพ้นโทษซึ่งจะทำให้ผู้ต้องขังเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง

       แต่เนื่องจากการได้ชื่อว่าเป็นร้านนวด บางครั้งอาจทำให้บุคคลภายนอกมองภาพพจน์ไปในทางเสียหาย บางครั้ง คุณสุภาพบุรุษที่มานวดบ่อยๆ คุณภรรยาที่บ้านก็เลยตามมาดู คิดว่ามาติดหมอนวด(แผนไทย) บางครั้ง ภรรยาอาจหวาดระแวง หึงหวง ข้าพเจ้าพยายามพูดจาทำความเข้าใจ และเชิญชวนให้มาลองใช้บริการดูบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่คุณผู้หญิงก็จะชอบเสริมสวย กอรปกับร้านของเราก็ราคาย่อมเยา เพียงเท่านี้ก็ทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย ลูกค้าที่มาใช้บริการก็มีหลายประเภท บางคนก็สุภาพดี บางคนมีอาการเมา ถ้ามีอาการไม่มาก พอคุยกันรู้เรื่องก็ต้องให้บริการกันไป เพราะว่าเราเป็นร้านที่ให้บริการแก่ทุกๆ คน แต่ก็ต้องอาศัยเทคนิคนิดหน่อย ข้าพเจ้าจะสอนผู้ต้องขังให้มีความอดทน เพราะงานบริการถือว่า "ลูกค้าสำคัญที่สุด" ร้านนี้เปรียบเสมือนสังคมๆ หนึ่ง ถ้ามีความอดทนไม่พอ การไปใช้ชีวิตภายนอกมันจะลำบากกว่านี้มาก ซึ่งผู้ต้องขังทุกคนก็เข้าใจและปรับตัวได้เป็นอย่างดี

      นอกจากนี้ ผู้ต้องขังเองยังได้เรียนรู้ว่างานบริการ เป็นงานที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ในการปฏิบัติงาน คือต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับการนวดเป็นอย่างดีและต้องมีศิลปะในการให้บริการเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ ผู้มารับบริการทุกท่านควรภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการแก้ไขพัฒนาผู้ต้องขัง อันมีเป้าหมายในการคืนคนดีสู่สังคม

        เล่าประสบการณ์โดย นางนพพร ธามณี เจ้าพนักงานราชทัณฑ์ 5 และนางอวยพร วชิรพันธุ์ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ 4

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 4148
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)