ในฤดูมรสุมนี้แหละที่พวกดำแร่จะพากันมาอุดหนุนแกเป็นประจำ เพราะเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของ ดร.ซุน คือยัดแล้วเซ็นต์

ที่ทับนักดำแร่ 

30 สิงหาคม 2520

คนดำแร่ตกงาน เทศกาลมรสุม แสนกลุ้มใจ

     นายทุ่ยเพื่อนรัก  เราพักหลบมรสุมอยู่โค้งศรรามหลายวัน  พลันมีข่าวลือหรือข่าวลวง ล่วงเข้าหู ว่าน้องรองยอดชายนายแมน ใสดี กำลังมีรักอลวล อุตลุด ในช่วงมรสุม เราจึงรีบรุดหาสาเหตุ มาเซดให้นายฟัง เชิญทัศนาตามมาอ่านณ.บัดนี้ .....

      อันว่าร้านกาแฟในน้ำเค็ม ก็มีร้านกาแฟ (กะนก)  ที่ยืนหยัดบริการคนตกงาน  คนขี้เกียจงาน ตลอดจนไม่มีงาน  และที่สำคัญไม่มีเงินได้ตลอดไป  คืออยู่จนสิ้นฤดูการทำแร่จรดมรสุม  และในฤดูมรสุมนี้แหละที่พวกดำแร่จะพากันมาอุดหนุนแกเป็นประจำ เพราะเป็นผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของดร."ซุน คือยัดแล้วเซ็นต์  ในบรรดาหนุ่ม แก่ทั้งหลายเราก็ไม่วายมีส่วนผลาญแกอีกคนหนึ่งด้วย.....

      ดังเช่นวันนี้......เราบึ่งรถมาจากโค้งศรราม  เพราะมีข่าวว่านายแมนใสดี  กำลังมีความสัมพันธ์อันสุนทรกะแม่(เต๋า)เนาวรัตน์ (หุ่นคล้ายเนาวรัตน์จริงๆฉิมพลี) เราเพียงสัมผัสด้วยหูยังรู้สึกยังไงๆ  เลยนั่งมอเตอร์ไซค์ซ้อนท้ายไอ้นายเลิศเปิดมาน้ำเค็ม  เพียงไม่ถึงชั่วโมงด้วยฝีมือแซงโค้งของเพื่อนเรา  ก็ได้พาเรามาถึงน้ำเค็มโดยปลอดภัย  แต่ไม่ค่อยปลอดโปร่ง เราเลยเดินโล่งๆไปยังร้านโต๊ะนกเพื่อขอบริการ  "แซ่หล้องอ้อ" ซักแก้ว  เรียกความปลอดโป่ง 

 "หวัดดีพี่หนวด" ไอ้หลอนบนิ้วทำท่าแบบดาราหนังยุทธจักร  ด้วยลีลาน่าเตะเป็นที่ยิ่ง 

" มาเมื่อไหร่ท่านพี่ที่นี้ยินดีต้อนรับ"  เราไม่สนใจคำทักทายของไอ้หลอ  หันไปทักทายกับทุกคนที่อยู่ในร้าน แลเลยไปหยุดอยู่ที่โต๊ะนกพลันกล่าว"แซ้หล้องอ้อ"  เราสั่งเสร็จตูดยังไม่ทันถึงเก้าอี้   ก็เร่งปรี่เข้าสู่ประเด็น

"ไอ้ฮาบไปไหน" เราถามโดยไม่เจาะจงใคร พลันเสียงเอะอะของพวกมันก็เงียบกริบ  แม้แต่เสียงด่าลูกๆของโต๊ะนก ก็พลอยชงักไปด้วย

"อะไหรโต๊ะนาย"โต๊ะนกหันมาถามพรางหันไปด่าไอ้เดือก "อย่าฉาวพวกนี้เขาฉี้แหลงไหรไม่รู้เรื่องเด็กเปรต" แกด่าด้วยเสียงสตอริโอแปดลำโพง

"ไครเห็นไอ้ฮาบมั่ง"เราถามอีก

 "คุณแมน เขาสบายไปแล้ว" ไอ้บาวดังแย้มออกมา

"แล้วมันไปไหน" เรารุก

 "ไปป่าพร้าว"..

  เราเอาช้อนคนน้ำตาลในแก้วให้ละลาย เอาช้อนเคาะขอบแก้วสามทีแล้วยกขึ้นซด

"ไปกับไคร"ทุกคนมองหน้ากันแล้วยิ้มไม่พูด..เรายกแซ่หล้งอ้อซดจนหมดแก้ว แล้วบรรจงรินน้ำสีเหลืองๆ(น้ำชาน่ะอย่าคิดมาก)ลงไปแทน พลางแก้ห่อน้ำตาลทรายที่เขามีไว้จิ้มเหนียวปิ้ง  โต๊ะนกมองๆแล้วยิ้มๆไม่ยอมกล่าวอะไร 

"มะเอาตางค์ยี่สิบ" 

ไอ้บิหลันโผล่พรวดมาจากไหนไม่รู้ ทำให้โต๊ะนกอารมณ์เสียทันที  (ไอ้.....เซ็นเซอร์) แกด่าคำรุนแรงออกมายืดยาว  เราเห็นบรรยากาศไม่ดีงัดบุหรี่แปดห้าออกมาจุดสูบ(ตอนนี้เราติดบุหรี่แปดห้างอมแงมรวมทั้งไอ้แมนด้วย) บรรจงวางซองบุหรีแต่สายตาคอยชำเลืองไอ้หลอ  ไหมล่ะ..เอาเข้าแล้วไอ้หลอแลบลิ้นแพลมเอื้อมมือยาวๆมาหยิบเพราะนึกว่าเราเผลอ  เผี๊ยะเราใช้ไม้ตับเหนียวปิ้งตีมันอย่างรุนแรง ไอ้หลอสะบัดมือร้องลั่น

"ไอ้ชาติเปรต" นี่เพียงกูกระทบมึงยังกระเทือน ถ้ากูกระแทกมึงมีหวังกระเทาะเป็นกระทิ  เราใช้สำนวนมนต์ฟ้าเจรจาสำทับ

"ไครช่วยเสียตางค์ให้กูด้วยกูฉี้ไปหาไอ้ฮาบเดียว

" ไม่ต้องไปแล้วบังฉิมไอ้หาบมาแล้ว"ไอ้โหดบอก เราหันไปดูทางถนน ไอ้หาบหรือ แมน ใสดี น้องตี๋คนหน้าตาย  กำลังเดินหน้าระรื่น เราจำได้ไอ้หาบแน่ๆ แตที่เคียงข้างมันมาน่ะซี เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอายุไม่เกิน 17  ปี กำลังเดินกระดู๋กระดี๋มาแล้วนั้น  และอย่างไม่คาดฝัน 

 ไครคนหนึ่งฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนกำลังสนใจกับไอ้หาบ เดินไปที่กระป๋องเก็บเงิน แล้วใส่เกียร์หมาโกยอ้าว

"ไอ้บิหลันลักตางค์ในป๋องไปหล่าว เอาหลบมานั้นตางค์กูฉี้เอาไปซื้อขี้แร่เด็กเปรต แต่เช้ายี่สิบบาททีหนึ่งแล้ว  เอาไปแพ้พ่ายหมด ชาติลูกไอ้ผก เลยได้ฮากันอีกครืนใหญ่ (ไปๆมาๆเรื่องมาลงเอยที่โต๊ะผกซะนี่)

                 คอยอ่านต่อโอกาสหน้า 

                  ฉิมพลี 3 สิงหา20  

ตัวละคร นายเลิศ  นักข่าวหนังสือพิมพ์

กะนกหรือโต๊ะนก หญิงนักสู้  มีลูกสิบเอ็ดคน ที่ต้องเลี้ยงดู 

แมน ใสดี ไอ้

แซ่หล้งอ้อ ชาอ้อ(ชาใส่น้ำตาล)

อ้หลอลูกของโต๊ะนก 

าวดัง เจ๊อุดังนักดำแร่จากบ่อแสนพังงา 

ไอ้เดือกลูกโต๊ะนก 

 บิหลัน ลูกโต๊ะนก ไอ้โหด นักดำแร่จากกระบี่

ไอ้ผก หรือโต๊ะผก ผัวโต๊ะนก อาชีพเล่นการพนัน(วอญ่ขยายความ)