SHA Conference and Contest ความงามและความยั่งยืน (๓)

JJ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

SHA Conference and Contest ความงาม และ ความหมาย นิยามใหม่คุณภาพ:ความงามและความยั่งยืน(๓)

      รายงานสดสดต่อ ความงามและความยั่งยืน โดย อ.ดร.นพ.โกมาตร อดีตศิษย์เก่า MD_CU ที่ไปจบปริญญาเอก จาก Harward ด้านมานุษยวิทยา ท่านเคยเป็นแพทย์โรงพยาบาลชุมพวง และ ปัจจุบัน เป็น ผอ.สำนักวิจัยและสังคม


      อาจารย์โกมาตร เริ่มด้วย เรื่องราวของ อ.มงคล ณ สงขลา ที่เคยเป็นหมอขี่ม้าแกลบแห่งเมืองพิมาย ซึ่งเรื่องเล่าว่า ม้าทำงานหนักพาอดีตท่านปลัดไปทำงาน จนม้าตายเพราะทำงานหนัก จนกระทั่งต้องเปลี่ยนม้าตัวใหม่ และม้าล้มจนท่านตกม้าสลบตื่นขึ้นมาม้ายังเล็มหญ้าข้างๆ


      ความงาม ทางปรัชญา คือ สุนทรียภาพ Aesthetic หรือ สุนทรียศาสตร์ ซึ่งต่างกับ วิทยาศาสตร์ เมื่อการรับรู้กับการรู้สึกแยกจากกัน ความจริงกับความงามก็แยกขาดจากกันด้วย

      ดังนั้นทำอะไรอย่าใช้ความรู้สึกปน

I think.therefore I am. คือ คิดอย่างเดียวไม่เอาความรู้สึก

ความงามกับสุนทรียภาพ คือ การตื่นร็ รับรู้โลกอย่างมีสติสมบูรณ์ ต้องกลับมคิดว่าเราละเลยอะไรบางอย่างหรือไม่ เฉกเช่น อ.สุรชัย ได้รับคำบอกจากผู้ป่วยมามาตรวจกับหมอสามปี แต่ไม่เคยโดนหมอแตะต้องตัวคุณยายเลย

A Life fully Lived คือ การมีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่ เช่น นักเรียนสนุกตอนเลิกเรียน เจ้าหน้าที่ดีใจตอนหมด”เวร” เม้าท์กรายหลังการประชุม

ชีวิตกับการงานต้องไม่แยกจากกัน

ความยั่งยืนมีการตีความหลากหลาย sustainability ไม่หมดไป

ความยั่งยืนในบริบทงานคุณภาพ คือ การทำด้วยตนเอง ไม่เป็นไปตามกระแส ไม่ขึ้นกับปัจจัยภายนอก

การทำงานด้วยตัวตน ปัจเจกภาพ คือ การพัฒนาตนเองให้มีเอกลักษณ์ ค้นพบตนเอง เติบโตไปสู่ตัวตนเอง

ปัจเจกวิวัฒน์ คือ การพัฒนาไปปัจเฉกที่สมบูรณ์ การยืนบนตัวเราเอง เช่น ความเชื่อว่า คนไข้ คือ มนุษย์คนหนึ่ง ปัจเจกนิยม

ความไม่เป็นตัวของเราเองไม่ต่างกับสวะลอยน้ำ

อย่าให้โรงเรียนเป็นที่การผลิตแบบอุตสาหกรรม คือ การเข้าสู่สายพานการผลิต เหมือนโรงงานปลากระป๋อง การหลอมละลายปัจเจกภาพ เช่น เด็กนักเรียนได้รับมอบหมายให้วาดรูปวิว จะต้องมีภูเขา พระอาทิตย์ การคิดเช่นนี้จะทำให้เกิดสังคมแบบปรนัย ทางเลือกแบบ ก ข ค ง ทำให้ครูไม่รู้ว่าเด็กรู้สึกอย่างไรกับความรู้นั้นๆ ทำให้เราไม่สนใจว่าเด็กได้งอกเงยเป็นตัวเขาเองหรือไม่ ทำให้สังคมขาดพลัง อย่าเรียนด้วยแบบเรียนสำเร็จรูป

ตัวอย่างของสังคมปรนัย คือ แบบเรียนสำเร็จรูป คำตอยสำเร็จรูป วิธีคิดสำเร็จรูป คู่มือการทำงานสำเร็จรูป การประเมินผลสำเร็จรูป และ กลายเป็นชีวิตสำเร็จรูป ซึ่งมีจุดอ่อนมากมาย หรือ SHA ตือ การดูระบบว่าดีอย่างไร และ เข้าไปคิดเรื่องคุณภาพอย่างไร

สังคมปรนัย คือ “เดินตามช่อง มองแค่ที่เห็น เน้นตัวชี้วัด วิสัยทัศน์เอาไว้ท่องจำ งานที่ทำไม่มีความหมาย”

การทำงาน SHA ที่ยั่งยืน ต้องกลับไปดู เป้าหมาย หาสิ่งที่ขาดหายไป คือ ความงาม และ ความหมายของการงานและชีวิต

การมององค์กร ลองดู พฤติกรรม ต้องมีการสร้างแรงบันดาลใจ ดึงคนทำงานให้เข้าสู่อารมณ์ของการทำงาน เช่น โรงพยาบาลรามัญ

การสร้างแรงบันดาลใจ หรือ งานคุณภาพ มีมากกว่ากฏเกณฑ์และมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้แต่ละท่านแสดงงานของเขาอย่างสร้างสรรค์

เมื่อความงามและความหมายหายไปทำให้องค์กรแข็งกระด้าง ดังนั้น SHA เน้นที่ Living Organization ไม่ใช่ “รีบวิ่ง Organization” ตามไล่ตัวชี้วัด

การขับเคลื่อนงานคุณภาพ เช่น Robert Oliver เขียน บมความ The Ideal Caesarian Birth คือ ปัจเจกภาพ วิริยภาพ กับ การค้นพบตนเอง หมอท่านนี้บอกว่า การทำซีซ่าร์ ไม่ควรทำ หากจะทำต้องต้องทำด้วยความเป็นมนุษย์ มีการวางแผนกันเป็นทีม ให้เป็ขบวนการเกิดที่มหัศจรรย์ของชีวิต ของความเป็นแม่ ต้องประณีต การนำรกออกต้องลอกอย่ารีบ ทำให้นุ่มนวลและอ่อนโยน เมื่อเด็กออกต้องบอกแม่ เป็น Humanized Child Birth เป็นการสร้างสิ่งตัวหมอ Oliver ต้องสร้างความเชื่อ และ ต้องมีความกล้า และ ความเพียร ซึ่งจะทำได้ตะมี แรงต่อต้านมาก คือ Resistant to change โดยเฉพาะการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของตนเอง อย่าไปรอของใหม่ให้คนว่า ดังนั้นหากไปบุกเบิกสร้างสรรค์งานต้องกล้า

สรุป จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ ต้องมี Work Ethic แต่อย่ามีอย่างเดียว เพราะจะเหี่ยวเฉา ต้องมี “สุนทรียศาสตร์ในการทำงานด้วย”

ดังนั้นความอ่อนโยนและความงาม สิ่งดีงสมสามารถเยียวนาความทุกข์ได้ สิ่งแวดล้อมจะเป็น Healing Environement หรือไม่ อย่าให้ตัวเราโดนดมยา

ความเคลื่อนไหวอย่างหนึ่ง ใน USA มีช่างศิลป์ หรือ ช่างเฟอร์นิเจอร์ ที่ช่างเหล่านี้ทำงานแค่ประกอบชิ้นส่วน ทำให้ช่างเหล่านี้ลุกมาทวงวิชาชีพ โดย William Morris ท่านสรุปว่า “งานที่มนุษย์ทำต้องหล่อเลี้ยงด้วยจิตวิญญาณด้วย” การทวงคือ คือ การทวงคืนงานทีดีงาม คือ Good Work เห็นคุณค่าการทำงาน ตั้งแต่ต้นจนปลายทางของงาน

อาจารย์หมอสุรชัย ส่ง resident ไปดูแลป้าแม้นที่เป็น OA แต่ดันไปดูแค่ oa knee ซึ่งโรคกำเริบเมื่อลูกไม่อยู่เลยต้องกระเตงหลานทำให้ oa knee กำเริบ

การดูภาพแบบองค์รวม เช่น ห้อง Lab ดูแต่ “ขี้ เยี่ยว เลือด” ไม่เคยรู้ว่าคนเหล่านี้เป็นใคร เช่น เจ้าของเกล็ดเลือดของแม่ที่เคยเสียลูกจากไข้เลือดออก จะทำให้การยับเกล็ดเลือดมีความหมาย ไม่ใช่นับแค่เลือด”

การทำงานต้องเป็นผู้สร้างไม่ใช่แค่เสพ

งานต้องมีเอกลักษณ์ ไม่ใช่การทำเฟอร์นิเจอร์ หรือ ทำ Lab สุดท้ายต้องทำให้มีความเป็นมนุษย์ งานที่ดงามจะหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่ใช่แค่ ได้เงินเดือน

ศิลปะแห่งการเยียวยา The Art of Healing สุขภาพ คือ ดุลยภาพ คือ กาย ใจ สังคม และ จิตวิญญาณ และ สิ่งแวดล้อม

เช่นการผ่ตัดกระดูกหักได้แขนตรง แต่กลับไปที่บ้าน นาไม่มี เพราะต้องขายนามารักษาตนเอง ดังนั้นแขนตรงเลยไม่มีความหมาย

การเกิดดุลภาพ บางทีร่างกายรักษาไม่ได้แต่ฐานกายและฐานใจดี กลับมายังดุลยภาพได้

ดังนั้นต้องมองให้ครบสี่มิติ

ชีวิตที่งดงาม คือ ชีวิตที่มีความหมาย งาน-ความหมายชีวิต สิ่งที่สูงค่าที่มนุษย์แสวงหาคือ ความหมายของชีวิตและการดำรงอยู่ เช่น อาจารย์หมอมงคล

Logo Therapy “If you know the why of your life,you can live with any what and how” ชีวิตที่งดงาม คือ ชีวิตที่มีความหมาย เรากัดฟันสู้ได้เพราะรู้ว่าชีวิตเราอยู่เพื่ออะไร อาจารย์หมอสกล เล่าให้ฟังผู้ป่วยมะเร็งที่ตั้งท้องแต่ไม่ยอมทายาแก้ปวดเพราะยาจะมีผลต่อลูกในครรภ์

เหมือนนิทาน ชายสามคนก่ออิฐ ถามคนแรกก่ออิฐ คนที่สองสร้างกำแพง คนสุดท้ายสร้างวัดเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนา

 คำถามอัตนัยของชีวิต คือ เราจะจบชีวิตอย่างไร จึงจะมีคุณค่า Begin The End of Mind

 วิริยภาพสู่ศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์ ไปสู่สุทรียภาพ ความดื่มด่ำกับชีวิต ใช้ปัจเจกภาพ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

 ชีวิตต้องมี "เมตตา และ ปัญญา" ควบคู่กัน

JJ2010 ฅนสานฝัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จากใจของJJ ฮาเฮ ร่วมสร้างสรรค์



ความเห็น (12)

เขียนเมื่อ 

ติดตามถ่ายทอดสดชิดขอบจอ....นะคะ

ขอบคุณสาระดีๆจากเวทีนี้ค่ะ..พี่มีข้อสังเกตนิดเดียวค่ะที่บันทึกเขียนว่า.."อ.ดร.นพ.โกมาตร อดีตศิษย์เก่า MD_CU ที่ไปจบปริญญาเอก จาก Haward "

..พี่คิดว่าน่าจะเป็น Harvard หรือไม่คะ ?

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอุ้มบุญ ยินดีครับ สดสด กันลืมครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านพี่ นงนาท กราบขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

ชอบสรุป ย่อหน้าสุดท้าย ค่ะอาจารย์...

เขียนเมื่อ 

เมื่อเช้าอยู่เวที Mini State เลยติดตามความเคลื่อนไหวจากบันทึกของอาจารย์ก่อนค่ะ

oraphan
IP: xxx.47.93.235
เขียนเมื่อ 

ทำงานมายี่สิบสี่ปี เพิ่งรู้สึกซึ้งถึงคำว่าความสุขจากการให้ที่เป็นอิสระจากการให้ ทำให้มีโอกาสได้เยียวยาตัวเอง และมีเวลาเตือนตัวเองว่า ลองคิดให้ช้าลง ลองมองให้ช้าลง ลองทำให้ช้าลง แล้วจะได้รู้ว่ามีอีกกี่เรื่องที่เราต้องทำ จากอาจารย์ นพ.วิธาน นพ.สกล นพ.วราวุฒิ และอาจารย์พัฒนาเมื่อครั้งได้ไปโครงการ Saiutogenesis and Self Transcendence workshop ที่เชียงใหม่ขอบคุณ

ที่ได้รับโอกาสดีดี ค่ะ

หมอหน่อย
IP: xxx.173.156.176
เขียนเมื่อ 

เป็นการประชุมที่สร้างแรงบันดาลใจ...ชี้ให้เห็นความงามจากการทำงาน...และช่วยให้มองเห็นคุณค่าและความหมายของการทำงานและการมีชีวิตอยู่...

ขอบคุณ อ.โกมาตร และ วิทยากรหลายๆ ท่านที่ให้แนวคิดดีๆ...

ขอบคุณคณะผู้จัดงานทุกท่านที่สร้างสรรค์พื้นที่ดีๆ สำหรับคนทำงาน ขอบคณจริงๆค่ะ...

เขียนเมื่อ 

เรียนท่านชาดา ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่าน namsha ยินดีครับ

เขียนเมื่อ 

เรียนท่่าน oraphan ร่วมด้วยช่วยกันครับ

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่านหมอหน่อย

  • คนที่เราต้องขอบพระคุณท่านมากมาก คือ ทีมงานชาวโรงพยาบาลคุณภาพที่ถอดบทเรียนและถอดความเป็นตัวตนไปร่วม แลก เปลี่ยน เรื่องราวดีดี
  • ส่วนจะนำไปเรียนรู้ กันให้ยั่งยืนหรือไม่ อยู่ที่ตัวเจ้าของแล้วหละท่าน