งานระพีเสวนา และ งานประชุมวิชาการประจำปีจิตตปัญญาศึกษา ครั้งที่ ๓ คราวนี้ค่อนข้างจะพิเศษ เพราะจัดต่อเนื่องกันเป็นเวลา ๓ วัน ตั้งแต่วันพุธที่ ๑ – ๓ ธ.ค. ๕๓ ที่โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพฯ
โดยช่วงกลางวันของวันแรกนั้น จัดเป็นเวทีเรียนรู้ในเรื่องของ “อุดมศึกษา” เพื่อการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง
ดิฉันไปร่วมงานในภาคบ่าย ทันได้ฟัง ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย รองผู้อำนวยการ สกว. สะท้อนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในเวทีระพีเสวนา ว่า
- Transformative Learning นั้น transform ใคร
- ใครยังไม่ transform ที่ยังไม่ transform ก็เห็นจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอง
- ความรู้ในโลกปัจจุบันเป็นความรู้ที่ต้องมีบริบท เป็นความรู้ที่เอาไปใช้ได้จริง
- ต้องเป็นความรู้ที่อยู่ในบริบทของสังคมและชุมชน
- ความรู้ในมหาวิทยาลัยต้องลงกับบริบท มิฉะนั้นความรู้จะใช้ไม่ได้
- ตอนนี้ pure knowledge มีที่ทางน้อยลงไปทุกที practical knowledge ทวีความสำคัญมากขึ้น เวลาที่สร้างความรู้แล้วไม่มีบริบทรองรับ ไม่ว่าใครก็เอาความรู้ไปใช้ไม่ได้
งานประชุมวิชาการประจำปีจิตตปัญญาศึกษา ครั้งที่ ๓ เริ่มขึ้นหลังจากอาหารมื้อค่ำผ่านไป ท่านอาจารย์วิจารณ์ มาแสดงปาฐกถา เรื่อง “ครูเพื่อศิษย์ เติมหัวใจให้การศึกษา” เป็นการเชื่อมร้อยงานระพีเสวนาเข้ากับเรื่องจิตตปัญญาในมุมของครู
- เพื่อเติมคุณค่าและความหมายให้กับการทำงานในอาชีพครู
- เพื่อชี้ให้เห็นทักษะใหม่ของการเป็นครูเพื่อศิษย์ ที่ต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ ที่การสอนไม่ได้ผล แต่ครูต้องพาให้ได้ “เรียน”
“ครูสอนไม่ได้อีกแล้ว แต่ครูสามารถยั่วยุให้เด็กเรียนรู้ได้อย่างสนุก และพาให้การเรียนรู้นั้นช่วยให้เด็กค่อยๆ รู้จักตัวเอง เพราะในโลกยุคใหม่ คนแบบใหม่ ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างที่เราเองก็คาดไม่ถึง”
“ครูสอนไม่ได้ แต่ออกแบบให้เด็กเรียนรู้ได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติคือเด็ก แล้วให้ครูเป็นคนคอยติดตามพัฒนาการ มองการเติบโตของเด็ก”
- เพื่อสร้างการเรียนรู้ และความสามารถในการเรียนรู้ร่วมกัน
“เด็กร่วมออกแบบการเรียนรู้ ร่วมมือกันเรียน เรียนเป็นทีม ...ครูออกแบบการประเมินที่ไม่ใช่การประเมินการท่องจำ”
“ครูร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสิ่งที่พยายามจะทำ นำสู่แรงบันดาลใจ เกิดการพัฒนาตน เกิดความสุขในอาชีพครู”
ขอบคุณบทสรุปดีๆนี้ค่ะน้องใหม่..
ส.ค.ส .ดอกม่วงเทพรัตน์ ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ
ขอบคุณพี่ใหญ่ที่ติดตามอ่านบันทึกเสมอค่ะ :)