• ถึงแม้จะพอเข้าใจว่า ทางธรรม กับ ทางโลก นั้นเป็นทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติให้เห็นเพื่อรวมสองทางเป็นหนึ่งนั้นไม่ได้ง่ายนักเลย ผมพบว่า จนวันนี้ก็ยังแยกสองทางออกจากกันอยู่ 
  • แต่ก่อนนั้นการขึ้นลงสลับกันไปมาระหว่างทางธรรมกับทางโลก ดูคล้ายคลื่นดับเบิลยู (wwwwwwwwwwwww) โดยจะวุ่นวายเป็นทุกข์ทางโลก แล้วก็เดินมรรค (ฝึกสติ สมาธิ ปัญญา) ไต่ไปสู่ทางธรรม เมื่อสงบ สว่าง สะอาดในทางธรรมอยู่สักพักหนึ่งก็จะกลับมาวุ่นวายทางโลกเหมือนเดิม ๆ ตามเหตุปัจจัยทางโลก 
  • ผมสังเกตุเห็นว่า รอยต่อระหว่างทางธรรมกับทางโลกนั้น อือ.... มีธรรม(ชาติ)ชัด ๆ ที่น่าสนใจยิ่งนัก 
  • .... จริงอยู่เป้าหมายหลักคือการเชื่อทางธรรมกับทางโลกให้เป็ฯหนึ่งเดียว คล้าย ๆ ประมาณว่า วิปัสสนาในชีวิตประจำวัน เดินมรรค มีสติ สมาธิ และปัญญาในการดำเนินชีวิต   ... แต่หลายเดือนที่ผ่านมานี้ปัญญาไม่ได้แก่กล้าทำได้ถึงเพียงนั้น จึงได้แต่หาหนทางที่ว่า เมื่อชีวิตวุ่นวานในทางโลก จะเดินมรรคกลับไปทางธรรมให้ได้ดีที่สุดอย่างไร และก็พบว่า ดีขึ้น ทำได้เร็วขึ้นเรื่อย ๆ ...
  • ... จนเมื่อไม่กี่วันมานี้ ได้เสวนาเรียนรู้ธรรมกับพระอาจารย์ธรรมรงค์ ... ถึงได้ทราบว่า ถ้าทำเช่นนั้น ก็เหมือนเดิน 5 ก้าว ถอย 4 ก้าว มันจะไปไม่ถึงไหน ท่านให้มีความเพียรเอาจริงเอาจัง เดินมรรคอยู่ทางธรรมให้มากขึ้น นานขึ้น ปิดทางกลับมาวุ่นทางโลก...
  • จึงกราบขอคำชี้แนะ ท่านสอนว่า ..
... จิตมันไม่ได้เกิดเป็นพวง มันเกิดแล้วก็ดับทีละอัน ต่อเนื่องกันไป
ตอนที่มันกำลังจะกลับมาวุ่นวายทางโลกนั้น ก็อย่าปล่อยให้มันกลับ
เตะขามันเอาไว้ เช่น ส่งมันไปดูลมหายใจ เพื่อไม่ให้มันเกิดต่อเนื่อง
ไม่ให้มันก็กลับมาวุ่นอย่างต่อเนื่อง มันก็ไปยากขึ้นนั้่นเอง...