พบสระน้ำตื้นๆบริเวณเจดีย์ดินเผาเก่าแก่ปรักหักพัง

ย้อนรอยวัดกาญจนบุรีเก่า-6

โสภณ เปียสนิท

...........................

 

                                ภาพของสระระฆังหลังวัดท่าเสายังอยู่ในความทรงจำ เพราะสมัยสอบนักธรรมพวกเรามักใช้เวลาว่างเดินสำรวจหลังวัด พบสระน้ำตื้นๆ บริเวณเจดีย์ดินเผาเก่าแก่ปรักหักพัง วันหนึ่งมีโอกาสคุยกับพี่ชาย ซึ่งเป็นศิษย์วัดลาดหญ้า อยู่ติดกับวัดท่าเสา จึงถามเรื่องนี้ขึ้น

 

                                    “สมัยโน้น เด็กวัดลาดหญ้ากับท่าเสาไม่ถูกกัน มักทำสงครามกันด้วยหนังสติ๊ก วิ่งหลบกันไปมาอยู่แถวนี้ เห็นสระน้ำใหญ่นี้กับตาตนเอง” “แล้วมีใครยืนยันได้บ้าง” “มี เพื่อนๆ ยังมีชีวิตอยู่อีกหลายคน” “พวกเขาเห็นสระน้ำทุกคนหรือ” “พวกเราลงตักช้อนปลากัดในสระนี้ เอาไปกัดกันประจำ” “แล้วพี่รู้เรื่องระฆังหรือไม่” “รู้ซิ เขาเล่าว่า ขนาดใหญ่มาก คว่ำอยู่กลางสระ เมื่อก่อนหูระฆังยังอยู่บนดิน ชาวบ้านเคยช่วยกันขุดเซาะแล้วเอาช้างดึงหูระฆัง แต่ระฆังกลับค่อยๆ จมลงไปเรื่อยๆ จนเป็นโพรงลึกและหายไป”

 

                                  “น่าสนใจครับ ใครเป็นคนเล่าเรื่องนี้” “เขาเล่ากันต่อๆมา” “ตอนนี้มีคนเก่าแก่ยุคก่อนเหลืออยู่บ้างหรือไม่” “เอ็งมาถามช้าไปหน่อย” “ทำไมครับ” “ตายไปหมดแล้ว” “อ้าว...” ผมร้องเสียงยาว “ก็ตามไปถามซิ” “ไม่เอาครับ ขอบคุณมาก” “เพื่อนของพี่เภา เป็นเด็กแถวนั้น เคยเล่าว่า มีคนหนึ่งมาทอดแหในสระนี้ ติดหีบโบราณใบใหญ่ ลากเข้ามาที่ขอบสระได้แต่ยกไม่ขึ้น จึงเอาผักตบชวามาคลุมไว้แล้วไปตามเพื่อนมาช่วย กลับมาถึงพบแต่ผักตบชวา ไม่พบหีบ พยายามหาอย่างไรก็ไม่พบ ขนาดลงทุนควานหาทั้งสระก็ยังไม่พบ เรื่องนี้ก็แปลก”

 

                                    ผมพยายามนึกชื่อเพื่อนของพี่เภา “ชื่ออะไรนะครับ” “ใครนะ” “ก็เพื่อนของพี่เภาคนนี้” “ชื่อเรือง ไง” ผมนึกหน้าของเขาออกทันที เพราะเคยเห็นกันหลายครั้ง “เขาเป็นเด็กแถวนี้หรือ” “ใช่ พี่แกเคยเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยออกหากบตอนฝนตก แถวขอบสระนี้ เจอกบตัวขนาดจาน โดดลงน้ำตูม เห็นแล้วตกใจ ขนลุกซู่ ไม่อยากหากบอีกเลย” “ทำไมเล่าครับ” “กบตัวขนาดนั้น ไม่กลัวก็ใจเย็นแล้ว” เห็นด้วยนะครับ ถ้าเป็นผมก็คงจะรีบกลับบ้านเหมือนกัน