น้อยครั้งมากๆ ของการเดินทางที่ข้าพเจ้า...จะรับอาหารมื้อเย็นเมื่อเดินทางไปเป็นวิทยากรกระบวนการตามที่ต่างๆ เวลาที่นึกถึงใจเขาใจเรา เสร็จสิ้นการเรียนรู้ในแต่ละวัน หากว่าเราได้ล้มตัวเอนหลังลงบนฟูกนุ่มๆ ภายใต้ความอบอุ่นของครอบครัว แทนที่จะตะลอนๆ คอยเทคแคร์ดูแลวิทยากร ... ข้าพเจ้ามองว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อทุกคนได้พร้อมกันกลับไปพักกายพักจิตต่อที่บ้าน ... ข้าพเจ้าจึงมักแจ้งความจำนงของดการต้อนรับด้วยอาหารมื้อเย็น...
แต่...เนื่องด้วยว่าพี่กุ้ง ผู้ซึ่งเป็นแกนนำทีม R2R - Fa อาสาขับรถไปรับข้าพเจ้าด้วยตัวเองที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล ศาลายา(R2R - Fa มีผลต่อการเกิด-ดับ R2R ) ขากลับข้าพเจ้าจึงชวนพี่กุ้งทานข้าวเพราะดูใบหน้าแล้วว่าวันนี้ทั้งวันมีเหตุที่พี่กุ้งต้องใช้พลังงาน และตอนเย็นมารับพร้อมอาการหิวข้าว...
พี่กุ้งได้ชวนพี่ปูเป็นผู้นำทางขับรถมาจาก รพ.ปทุมธานี... เป็นการเดินทางที่อบอุ่นใจมาก ครั้งนี้คือครั้งที่สามของการมาต่อเนื่อง R2R ที่ รพ.ปทุมธานี พี่กุ้งและพี่ปู พาไปทานแกงมะต่าว ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวมอญ...เราต้องจอดรถไว้ที่ริมถนน และเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเดินกลับบ้านหลังเลิกงานยังไงยังงั้นเลย...
แล้ว...ข้าพเจ้าก็ได้ไปเจอบ้านทรงไทยงามมาก ถามที่ร้านบอกว่าเจ้าของเดิมเป็นชาวมอญ บ้านหลังนี้อายุกว่าสองร้อยปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ห่างจากสะพานปทุมธานีมากนัก...อากาศเย็นสบาย ยังเห็นร่องรอยของบ้านอีกหลายๆ หลังที่ผ่านพ้นจากสภาพน้ำท่วม พี่กุ้งเล่าให้ฟังว่า...นี่คือ ความปกติของคนที่นี่ที่มีต่อเหตุการณ์น้ำท่วม...
วิถีสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของคนแถวนี้ยังมีความใกล้เคียง...วิถีเก่าอยู่บ้าง นั่งไม่นานก็ได้ยินเสียงคล้ายคนซ้อมพายเรือ หันกลับไปดูก็ใช่จริงๆ...ดูท่าทางสนุกสนานเสียงหัวเราะ...คละเคล้าไปพร้อมสายลมเย็นในวันนั้น เมื่อเริ่มพลบค่ำ...ไฟประดับที่สะพานก็เริ่มเปิดเพราะใกล้จะถึงวันที่ ๕ ธันวาคม...ซึ่งการตั้งข้อสังเกตของข้าพเจ้าต่อการประดับไฟที่หลากสีของที่นี่ ดูจะเป็นเอกลักษณ์ของภาคกลางเพราะเห็นอยู่หลายจังหวัด ไฟค่อนข้างเต็มไปด้วยสีฉูดฉาด...แต่หากดูสดใส ...
อาหารเริ่มทยอยมาแกงมะต่าวดูหน้าตาน่าทานมาก ทีแรกคิดว่าจะเลี่ยน แต่ปรากฏว่าออกรสเปรี้ยวนิดๆ ทำให้เวลาทานไม่เลี่ยน รสชาติอร่อย...ในแกงมีผักเยอะดี ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่ามีผักอะไร แต่ก็ทำให้ข้าพเจ้าเจริญอาหารได้ดีทีเดียว
๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓




