เกิดมาครั้งเดียวท่องเที่ยวเสียให้พอ เพราะการท่องเที่ยวคือการให้รางวัลอันล้ำค่าแก่ชีวิต
เดือนสุดท้ายของปี มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงถือโอกาสไปส่งท้ายปีเก่า ด้วยการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนและผจญภัยกับการป่ายปีนภูเขาเพื่อจะได้สัมผัสความหนาวเย็นสุดๆ บนดอยสูง ชมดาวพร่างพราวกลางเวหาตอนใกล้สว่าง นั่งรอพระอาทิตย์จับขอบฟ้าเพื่อเก็บภาพสวยไว้อวดเพื่อนฝูง แล้วเก็บเกี่ยวเรื่องราวของวิถีชีวิตในดินแดนแห่งธรรมชาติงามกับความเป็นอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งบันทึกไว้เพื่อเล่าขานสู่คนรุ่นต่อไปด้วยเรื่องและภาพ

แวะซื้อของและชมตลาดพม่า
ผู้เขียนเริ่มเดินทางจากพิษณุโลก ตั้งแต่เช้าตรู่ แวะอุตรดิตถ์ แพร่ และไปรับประทานมื้อเที่ยงที่ตัวเมืองเชียงราย แวะซื้อของในตลาดแม่สายแล้วข้ามไปประเทศพม่า ใช้เวลาชมตลาดและภูมิทัศน์รอบๆจนใกล้ค่ำจึงเดินทางต่อไปถึงสามเหลี่ยมทองคำนมัสการพระเชียงแสนสี่แผ่นดินและดื่มกาแฟริมน้ำโขง กว่าจะถึงที่พักริมน้ำเชียงของก็เกือบ 3 ทุ่ม

เชียงแสนยามค่ำคืนก็ยังมีร้านค้าบริการนักท่องเที่ยว
ตลอดเวลาของการเดินทางบนเส้นทางสายเก่า อำเภอเชียงของและเชียงแสน พื้นที่ที่เคยอยู่อาศัยเมื่อเริ่มทำงานใหม่ๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไป 20 กว่าปี เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย จากสภาพชนบทสุขสงบริมฝั่งโขง ชาวบ้านทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความคล่องตัวทางเศรษฐกิจ แม้ยามค่ำคืนก็ยังคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

มีร้านอาหารและที่พักริมโขงไว้บริการนักท่องเที่ยวหนาแน่น
เชียงของเปลี่ยนไปอย่างมากมาย ทำให้ผู้เขียนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับสภาพอาคารบ้านเรือนที่ปลูกสร้างขึ้นอย่างหนาแน่น จนจำร้านรวงที่เคยเป็นลูกค้าไม่ได้ แม้แต่ส่วนราชการก็มียังการปรับเปลี่ยนอาคารไปหลายแห่ง มีเพียงสถานีตำรวจและโรงพยาบาลที่ทำให้มองเห็นบรรยากาศเก่าๆได้บ้าง

ตะวันขึ้นที่เชียงของ
แต่ข้อดีของการกลายเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวก็ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้เดินทาง และคนท้องถิ่น สังเกตได้ว่าอำเภอเชียงของ มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวเกิดขึ้นอย่างหลากหลาย ทั้งการพัฒนาการให้บริการ สิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ในชุมชน การปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบสาธาณสุข การมีพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้น มีแหล่งเรียนรู้และสันทนาการทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรม การขนส่งที่สะดวก รวมถึงการมีร้านอาหารและสินค้าที่มีคุณภาพ
บรรยากาศริมโขงบริเวณท่าเรือบั๊ค
น่าภูมิใจแทน คนเชียงของ ที่มีชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่า ทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ มรดกท้องถิ่นเชียงของอันงดงาม ดึงดูดให้ผู้คนสนใจและมาท่องเที่ยวทำให้สร้างงานสร้างรายได้ให้คนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ที่พักริมน้ำโขงและตลาดเชียงของปัจจุบัน
อิ่มอร่อยกับข้าวมันไก่ไหหลำมื้อเช้าในตลาดเชียงของแล้วจึงข้ามโขงไปเมืองห้วยทราย(Houay xai) แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกันอำเภอเชียงของ มีวัดเก่าแก่ คือ "วัดจอมเขามณีรัตน์" ซึ่งในอดีตเมื่อครั้งผู้เขียนทำงานอยู่ที่เชียงของได้แต่มองด้วยความสนใจและปรารถนาที่จะข้ามไปเยี่ยมชมสักครั้ง แต่ช่วงเวลานั้นไม่อาจข้ามไปยังฝั่งลาวได้ วันนี้จึงเป็นวันที่ทำฝันให้เป็นจริง ผู้เขียนนั่งรถชมเมืองจนทั่วและได้พูดคุยกับชาวลาวและไปกราบนมัสการพระคุณเจ้าวัดจอมเขามณีรัตน์

ทางขึ้นวัดจอมเขามณีรัตน์และตลาดห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว
ผู้เขียนได้เหยียบแผ่นดินลาวเป็นครั้งที่ 4 แต่มาที่นี่เป็นครั้งแรก กลับจากแขวงบ่อแก้วแล้วขึ้นฝั่งที่ท่าเรือบั๊ค มุ่งหน้าไปที่อำเภอเวียงแก่น ไปถึงภูชีฟ้าแล้วเดินชมสินค้ายามค่ำคืนดื่มชาเขียวอุ่นๆหอมชื่นใจ การเดินสัมผัสกับอากาศเย็นช่างสุข สดชื่นสมกับความตั้งใจ พอใกล้เที่ยงคืนอุณหภูมิลดลงอีก แม้เรือนรับรองของวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้าจะมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้แต่ก็ไม่วายหนาวสั่น เพราะความไม่คุ้นทั้งอากาศและสถานที่ ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ นอนได้ไม่กีชั่วโมงก็ลุกมาตอนตี 4 ครึ่ง ไต่เขาไปยอดดอยกับผู้คนหลายพันคน ขณะเดินขึ้นก็ได้ยินเสียงเครื่องเป่าจากนักดนตรีชาวเขาตัวน้อยหลายๆคน เรียงรายไปตามระดับความสูง ทำให้เกิดบรรยากาศที่คลาสสิคขึ้น นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวเพื่อร่วมทาง ต่างมีเรื่องราวพูดคุยขณะเดินแซงหน้าผู้เขียนไปคนแล้วคนเล่า กว่าจะถึงยอดภู เล่นเอาเหงื่อซึมแม้อากาศจะเหน็บหนาว และรู้สึกเหน็บหนาวยิ่งขี้นเมื่อแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปโอดครวญหมดแรง โชคดีที่ยังได้มา 5 ภาพแม้จะไม่สวย แต่ก็เป็นสิ่งยืนยันว่าได้มาเยือนภูชี้ฟ้า พอดีวันนี้เป็นวันที่พระอาทิตย์ประท้วง ซ่อนหน้าอยู่หลังหมอกเมฆ ช่างภาพตัวใหญ่ตัวเล็กต้องถอนใจไปตามๆ กัน

วนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า

เกิดมาครั้งเดียวท่องเที่ยวเสียให้พอ เพราะการท่องเที่ยวคือการให้รางวัลอันล้ำค่าแก่ชีวิต แม้จะไปเที่ยวบ่อยครั้งในสถานที่เดิมๆที่คุ้นเคย แต่ผู้คนที่ร่วมทางจะเป็นคนใหม่เสมอ เหมือนได้ไปเที่ยวสถานที่แห่งใหม่

ดอกซากุระและดอกบัวตองที่ผาตั้ง
สำหรับผู้เขียน มีร่องรอยแห่งอดีตที่เชียงของ เป็นตำนานให้เพื่อนร่วมสมัยที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันได้จดจำไว้เล่าขานในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ขอบคุณโชคชะตาที่นำพาชีวิตมาเริ่มต้นชีวิตครูอย่างงดงามที่นี่ ตลอดเวลา 25 ปี ที่ผู้เขียนได้โยกย้ายไปสอนในหลายถิ่นที่ แต่ไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่สอนนักเรียนด้วยใจที่เป็นสุขเท่ากับตอนที่สอนอยู่โรงเรียนโจ้โก้เลย วันนี้ได้พบลูกศิษย์ รุ่นที่ 3 ซึ่งปัจจุบัน เขามีอายุได้ 37 ปีแล้ว ยิ่งรู้สึกเป็นสุขใจแม้จะมีโอกาสได้พูดคุยในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็ได้ข้อมูลว่าเขาอยู่ดีมีสุข และเป็นคนมีคุณภาพคนหนึ่งซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาวเชียงของ

หวนกลับไปคิดถึงศิษย์ปัจจุบันในเมืองใหญ่ ที่กำลังเล่าเรียนอยู่ในบรรยากาศเสมือนจริง เมื่อเติบโตขึ้นเขาจะเป็นคนเก่ง คนดี และเป็นคนมีความสุขได้จริงไหม นวัตกรรมที่หลากหลายจะพัฒนาพวกเขาให้เปี่ยมไปด้วยความรู้คู่คุณธรรมได้หรือไม่ ผู้เขียนมีคำตอบหลายตัวเลือกที่คิดไว้ในใจ

ขอจบบันทึกนี้ไว้ว่า
สวัสดีภูชี้ฟ้า และอำลาเชียงของที่แสนงดงามในความทรงจำ.
สวัสดีค่ะ
ขอมาเที่ยวด้วยคนนะคะ...ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ...
ไม่รู้ยังไง...ตอนนี้ผมเองก็ขึ้นเหนือบ่อยมาก ชอบบรรยากาศมากครับ สร้างแรงบันดาลใจให้เขียนกลอน เขียนลำนำได้เป็นอย่างดี...
สวัสดีเจ้าพี่ลูกช้าง .. ชอบจัง ตะวันขึ้นที่เชียงของ .. อยากนั่งมอง ตะวันนานๆ ขนาดแสงไม่เป็นใจ ยังสวยค่ะพี่
อยากนั่งมองนานๆ นะคะ แบบพิรี้พิไร ให้หายคิดถึง ยังประทับใจภูชี้ฟ้า นะคะ แต่ยังไม่เคยไปแวะเชียงของ เห็นภาพแล้วอยากพาคู่รักวัยดึกไปตะลอนเลย สุขสันต์ กับการสะสางงานส่งท้ายปีเก่า รอรับปีใหม่ .. ด้วยคิดถึงค่ะ :)
***ขอบคุณ มาตายี ที่แวะมา
** ปีใหม่จะไปเที่ยวที่เชียงรายก็ดีนะคะ ชวนแทนคนเชียงราย
*** ขอบคุณ อ. ปณิธิ ค่ะ
*** ขอบคุณอ.แผ่นดินค่ะ เคยอ่านบันทึกเกี่ยวกับเชียงของ ที่อาจารย์บันทึกไว้ได้ดีมากเลยค่ะ
*** เพราะใกล้ชิดธรรมชาติและเข้าใจลึกซึ้งถึงวิถีประชา ลำนำของอาจารย์จึงงดงามด้วยเสน่ห์ถ้อยคำที่สมจริง ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
*** เอากล้องเล็กไป เพราะมีข้อจำกัดเรื่องสัมภาระ เนื่องจากไปหลายวัน เลยไม่เน้นถ่ายภาพนักเพราะโปรแกรมเดินทางค่อนข้างเยอะแต่ละจุดก็ไม่มีเวลามากนัก เลยมีแต่ภาพที่ถ่ายผ่านๆ
*** พออายุมาก...อารมณ์ศิลป์ลดลง ...ก็มีส่วน....บางครั้งมีความสุขมากๆกับรอยยิ้มสดใสของคนอื่น ...แอบมองแต่ไม่กล้าเก็บภาพ...คนเยอะมากวันละ 3 - 5 พันคน
***ตอนอยู่เชียงของ พี่เคยขี่มอเตอร์ไซค์เลียบแม่น้ำโขงไปจนถึงผาตั้ง....ตอนนั้นอายุ 22 ปี ไปกันแต่ 2 คน ลอดรั้วไปเหยียบแผ่นดินลาวที่เขตติดต่อ...ช่างกล้าเนาะ...ทำไปได้ ...ตอนนั้นคิดแค่ได้เที่ยวไม่เคยสนใจดินแดนว่ามีสีอะไร...
*** ลองไปเยือนเชียงของอีกครั้งก็ดีนะ อ.ธนิตย์...ตอนนี้มีคนช่วยขับรถให้แล้ว ...4 คน พ่อแม่ลูก สมดุลเหมือนวิ่งผลัด 4 คูณ 100 ...เที่ยวทั่วไทยก็ไม่เหนื่อยเลย
สวัสดีครับครู กิติยา ตามมาเที่ยวทริปครอบครัว ขึ้นเหนือแล้ว ขับลงใต้มั่งซิครับ
สวัสดีจ้ะน้อง Poo
*** จะมีคู่รักวัยไหนก็ไปเถอะจ้ะ พี่คิดว่าเกิดมาครั้งเดียวท่องเที่ยวเสียให้พอ เพราะการท่องเที่ยวคือการให้รางวัลอันล้ำค่าแก่ชีวิต
*** พี่ชอบเที่ยวทางเหนือมากกว่าภาคอื่นอาจเป็นเพราะความผูกพัน จากการไปเติบโตและทำงานที่เชียงใหม่และเชียงราย
*** ขอบคุณน้อง Poo มากค่ะ
*** เก็บดอกไม้ริมโขงมาให้น้องบุษรา
*** ขอบคุณที่มีดอกไม้มาฝากทุกครั้งที่มาเยี่ยมกัน
*** อยากบอก อ.ขจิตว่าเป็นข่าวดีมากๆ สำหรับเรื่องค่าย อ.ธนิตย์ ... จัดเมื่อไหร่คะ *** ดีใจค่ะที่ได้พบศิษย์เก่า มีบางคนที่ได้ถ่ายภาพมา เขาเป็นเจ้าของกิจการค้าในตลาดเชียงของค่ะ
*** ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมหาศาลและและขวบวัยที่บอกความร่วงโรย คุยกันนานพอควรกว่าศิษย์จะจำได้...ซ้ำยังเน้นย้ำว่า...."อาจารย์ดำขึ้นนะครับ"....แรงนะคะนั่น....เลยนำรูปศิษย์มาอวดอาจารย์ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณชำนาญ
*** มีอยู่ร้านหนึ่งบนภูชี้ฟ้า ที่สื่อได้ว่าอะไรๆ ก็เปลี่ยนไป...หากวันใดเรามองหาคนเอื้ออาทรไม่ได้ ก็ให้ส่งกำลังใจไปให้ตัวเอง ด้วยการส่งข้อความบอกรักตนเองบนโปสการ์ด...เขียนเสร็จเขาก็ส่งให้เราทางไปรษณีย์...ชอบไอเดียร้านนี้มากค่ะ
*** ด้านหลังรถตู้...เป็นดอกซากุระแต่เริ่มร่วงโรยแล้วค่ะ
*** มีรถทางใต้ขึ้นเหนือมากมาย....หลายคันมีที่นั่งว่างๆ น่าขอโดยสารไปเยี่ยมน้องนาเซียนะคะ พี่วอญ่า
*** ขอบคุณค่ะ...และหวังว่าสักวันจะได้ไป
ส่งท้ายปีก่อนใคร ๆ เลยนะครับ
ภาพสวย ๆ ทั้งนั้น ครับ
*** ขอบคุณ คุณวัชราที่แวะมาทักทายค่ะ
*** สบายดีนะคะ