ผ่านเทศกาล โหด หิน เหนื่อย..ของความเป็นครูในปีนี้มาได้..โดยที่ไม่มีอาการป่วยตามมา..ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีมาก สำหรับคุณครูไมซาเร๊าะ นั่นก็คือ..การเยี่ยมบ้านนักเรียนนั่นเอง
การวางแผนเยี่ยมบ้านนักเรียน 1,600 กว่าคนให้ได้ตามวัตถุประสงค์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผน เพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ปฏิบัติมากที่สุด และก็ดีใจมาก ๆ ที่ในปีการศึกษานี้ ได้รับกระแสตอบรับจากคุณครูในทางที่เป็นบวก คุณครูหลาย ๆ ท่านโทรมาเล่าให้ฟัง ถึงความสนุกสนาน และความสะดวกที่ได้รับจากการเยี่ยมบ้าน เลยทำให้ทีมงานฝ่ายกิจการนักเรียนดีใจเป็นอย่างมาก
การเยี่ยมบ้านนักเรียน เป็นงานที่ครูไมซาเร๊าะลำบากใจที่สุด..แต่ในขณะเดียวกัน ก็อยากทำมากที่สุดเช่นกัน..นั่นเป็นเพราะว่า..การเยี่ยมบ้าน ต้องอาศัยความอดทนมากในการเดินทาง เพราะครูไมซาเร๊าะ เจอแดดเมื่อใด ไมเกรน ก็ถามหาเมื่อนั้น
แต่ที่บอกว่าอยากทำมากที่สุด ก็เพราะว่า ทำให้ครูได้รู้สภาพความเป็นจริงของนักเรียนที่ตัวเองสอนได้ลึกยิ่งขึ้น นักเรียนบางคน เป็นเด็กที่ครูรู้สึกว่าเหนื่อยใจ ที่จะตักเตือนเรื่องมาสาย แต่เมื่อไปดูเส้นทางการเดินทางของนักเรียนแล้ว กลับต้องข้ามน้ำข้ามทะเล นั่งเรื่อมาแล้ว ยังต้องนั่งรถต่ออีก แถมยังต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่งเพื่อแต่งตัวให้ทันเรือให้ทนรถ มาถึงโรงเรียนก็พบเจอกิจกรรมที่ต้องใช้ทั้งสมองและแรงกายในการเรียนรู้ จนทำให้ครูไมซาเร๊าะอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นเด็ก ๆ เหล่านี้ ครูไมซาเร๊าะต้องร้องไห้ก่อนไปโรงเรียนทุกวันแน่ ๆ เลย
นอกจากนี้ ทำให้รู้ซึ้งเลยว่า ตอนอยู่ในโรงเรียนครูอาจเห็นเด็กนักเรียนเป็นร้อยเป็นพันคน แต่นักเรียนที่เป็นส่วนประกอบของร้อยของพันที่คุณครูเห็น และอาจลงโทษ อาจลืมที่จะให้ความสำคัญในบางสถาณการณ์ แท้ที่จริงแล้ว เขาคือหนึ่งดวงใจ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ เพราะไปแต่ละบ้าน เห็นพ่อแม่ที่คอยเอาใจใส่ลูกแล้ว ทำให้ต้องเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาเลยว่า หน้าที่ของเราไม่ใช่เพียงแค่การสอนเท่านั้น แต่มันคือ การดูแลรักษาหนึ่งแก้วตา หนึ่งดวงใจ ของคนเป็นพ่อเป็นแม่
กล่าวถึงความรักที่พ่อแม่มีให้แก่ลูกแล้ว อดที่จะนึกถึงอีกมุมหนึ่งไม่ได้ มีนักเรียนหลายคนที่น่าเป็นห่วงมากเหลือเกิน เมื่อได้รับรู้ว่า โรงเรียนคือที่เดียวที่ทำให้เด็กคนหนึ่งได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ได้สนุกสนาน ได้ปลดปล่อยความรู้สึก ได้กินอิ่ม มีคนพูดเพราะ ๆ ด้วย นั่นเป็นเพราะที่บ้านของนักเรียนบางคนต้องอยู่ในสภาพที่พ่อแม่ทะเลาะกันสม่ำเสมอ หรือพ่อแม่แยกทางกัน แล้วนักเรียนต้องอยู่กับตายาย ซึ่งแก่มากแล้ว
ดังนั้น ในปีการศึกษานี้ หลังจากสรุปข้อมูลกันหลังจากการเยี่ยมบ้าน โรงเรียนเลยมีโครงการดี ๆ ขึ้นมา ก็คือ การหาลูกบุญธรรม โดยการให้คุณครูที่อยากจะช่วยเหลือนักเรียนแสดงความจำนงที่จะเป็นพ่อแม่บุญธรรมของนักเรียน และให้เความช่วยเหลือในด้านปัจจัยต่าง ๆ ตามความเหมาะสม คงเป็นการสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ และคงแบ่งเบาความยากลำบากของนักเรียนได้บ้าง ส่วนครูไมซาเร๊าะก็จองนักเรียนไว้สองคนแล้ว..คงจะได้มีลูก ทั้ง ๆที่ยังไม่ได้แต่งงานก็ตอนนี้แหละ...ฮา.....