“อาจารย์คะ หนูเกิดมาเพื่ออะไร” คือคำถามที่เด็กสาวคนหนึ่งที่รอพบอาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์ ถามขึ้นเมื่ออาจารย์จบการให้สัมภาษณ์ที่มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ก่อนที่จะเดินทางกลับเชียงใหม่

 

“เธอเกิดมาเพื่ออะไร ผมไม่รู้ แต่ถ้าถามผมว่าผมเกิดมาเพื่ออะไร ผมตอบได้ว่าผมเกิดมาเพื่อพบเธอ” คือคำตอบที่ออกจากปากของอาจารย์ประมวล

 

เมื่อฉันได้ฟังอาจารย์เล่าถึงเหตุการณ์นี้ จากเวทีประชุมวิชาการจิตตปัญญาศึกษา ครั้งที่ ๓  เสียงในใจตัวเองที่ดังขึ้นให้ได้ยินคือ “โรแมนติกจัง” แต่เมื่อลองใคร่ครวญดูอีกครั้งก็พบว่าคำตอบนี้เป็นคำตอบจากผู้ที่อยู่กับปัจจุบันขณะ ที่แต่ละขณะในชีวิตมีอยู่เพียงขณะเดียวเท่านั้น

 

อีกสองวันต่อมา ฉันก็พบว่าบทสนทนานี้สอนให้ฉันเรียนรู้เรื่องของการรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นไปทีละขณะนั่นเอง ขณะที่ล้างจานก็มีชีวิตอยู่เพื่อที่จะล้างจาน ขณะที่เอาน้ำล้างผักไปรดน้ำต้นไม้ก็มีชีวิตอยู่เพื่อเดินไปทีละก้าว  ชีวิตไม่ได้มีเพื่อเป้าหมายที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งอาจจะไม่เคยมาถึง เพราะชีวิตของเราพร้อมที่จะสิ้นสุดลงได้ในทุกขณะ 

 

วันนี้ฉันจึงตั้งใจว่าจะทดลองมีชีวิตอยู่เพื่ออิ่มเอมกับปัจจุบันขณะ  ทั้งขณะที่อยู่ที่บ้านและที่ทำงาน โจทย์วันนี้ยากมากเพราะที่โรงเรียนมีงานที่ต้องมาคุยเรื่องวิสัยทัศน์โรงเรียน ซึ่งมักจะพาให้เข้าไปติดอยู่กับความคิดและเหตุผลจนหลงลืมปัจจุบันขณะไปได้ง่ายๆ

 

การรู้ตัวที่เป็นการรู้ซื่อๆ จะปรากฏได้ตลอดหรือไม่ในการประชุมกันของความคิดที่สลับซับซ้อน และสำคัญต่อการกำหนดความเป็นไปขององค์กร ทั้งยังมีวาระให้ต้องคิดคำนึงไปถึงเรื่องของอนาคตเช่นนี้