เพราะแม่รับเป็นประะนกองกฐินตามความจั้งใจในวัย 76 ปี

ริมระเบียง

ย้อนรอยวัดกาญจนบุรีเก่า-2

โสภณ เปียสนิท

...........................

 

                               วันนี้เดินทางกลับไปวัดท่าเสาอีกครั้ง เพื่อทอดกฐินสามัคคีกับแม่ เพราะแม่รับเป็นประธานกองกฐินตามความตั้งใจในวัย 76 ปี เพราะต้องการทำบุญกับวัดใกล้บ้านอีกสักครั้ง ก่อนจะหมดแรงกระทำกรรมดีใดๆ ด้วยมือของตนเอง 30 กว่าปีหลังของชีวิต แม่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายธรรมมากขึ้นตามลำดับอย่างช้าๆ ถึงวันนี้แม่คุ้นเคยกับหลักการทางศาสนา แม่ทำทานทุกวันด้วยการหยอดเงินใส่กระปุกที่หัวนอน วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น แม่สมาทานศีล 5 ทุกวัน เช้าและเย็น แม่สวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นทุกวัน ระหว่างวันแม่สวดชินบัญชรวันละ 100 จบเกือบทุกวันเพื่อรักษาใจ

 

                              9.30 น. คณะของเราเดินทางถึงวัดท่าเสา แม่พบเพื่อนพ้องเก่าๆ แก่ๆ หลายคนจึงคุยกันด้วยความยินดี มีเวลาเพียงพอสำหรับผม จึงเดินสำรวจบริเวณวัด เห็นว่าระยะเวลากว่า 30 ปี ทำให้สถานที่แปลกแตกต่างไปจากเดิมไม่น้อย ศาลาการเปรียญหลังเก่า แต่ปรับปรุงใหม่ไม่นานนัก พระอุโบสถหลังเก่าแต่ซ่อมใหม่มาหลายปีแล้ว เจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำบรรจุพระกรุอยู่หลังโบสถ์ทาสีใหม่ ศาลาปฏิบัติหลังใหม่ติดกระจกติดเครื่องปรับอากาศ

 

                              ศาลาหลวงพ่อประทานโชค ครั้งหนึ่งเคยมีผู้ไม่หวังดี นิมนต์ท่านออกจากวัดไปโดยไม่ได้บอกให้ใครรู้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใด หลังจากนั้นไม่นาน มีผู้แอบนำหลวงพ่อมาคืน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์ ด้านหลังศาลาหลังนี้ มีหอระฆังและกลองยืนสูงสง่าเคียงข้าง

 

                              กุฏิพระสองชั้นหลายหลังเรียงรายหลังศาลาหลวงพ่อประทานโชค ศาลาหลังใหญ่สองหลัง ใกล้ต้นมะขามยักษ์ หลังขวามีกุฏิหลวงพ่อท่านเจ้าคุณฯ ก็อยู่ในอาคารหลังนี้ หลังซ้ายเปิดโล่งสำหรับประกอบกิจกรรมใหญ่ของวัด

 

                                   ยืนมองบริเวณวัดด้วยความพินิจพิจารณา แว่วเสียงทักทายจากด้านหลังในระยะใกล้จนผมตกใจ “มองหาใครหรือเปล่า” รีบหันหน้าไปดู พบชายชราร่างเล็กผิวคล้ำยืนห่างไม่เกินระยะหนึ่งวา “เปล่าครับลุง แค่ทบทวนความทรงจำ” ลุงทำหน้าฉงน “เคยอยู่ที่นี่มาก่อนหรือ” “เปล่าครับ เคยมาพักเมื่อ ราว 30 ปีก่อนโน้น” คราวนี้ได้ผล ลุงชี้มือไปที่เก้าอี้ในศาลาหลังเปิดโล่ง ชวนให้ผมนั่งที่เก้าอี้ “คุยกันก่อนก็ดี จะเล่าให้ฟังระหว่างรอเวลาทอดกฐิน” กล่าวแล้วค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้อีกตัว