ดาวลูกไก่


ด้วยอานิสงส์อันประเสริฐ ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว

เพลง... ดาวลูกไก่ ตอนที่ 1

ศิลปิน... พร ภิรมย์ (แต่งและขับร้อง)

 

โอ้ชีวิตคิดไฉน ว่าใครหนอใครลิขิต

ประกาศิตของศิวะ หรือของพระพรหมเจ้า

 

ว่าต่างกำเนิดเกิดมา พอลืมตามองโลก

บ้างมีโชคบ้างอับโชค มีสุขโศกปนเศร้า

 

จอมนราพิสุทธ์ ท่านสอนพุทธบริษัท

เป็นธรรมะปรมัตถ์ อ้างถึงอำนาจกรรมเก่า

 

ว่ากุสะลาธรรมา มนุษย์เกิดมามีสุข

อกุสะลาพาให้ทุกข์ ดังไฟที่ลุกรุมเร้า

 

บ้างกึ่งดีกึ่งชั่ว เพราะตัวของตัวมัววุ่น

สร้างทั้งบุญทั้งบาป เหมือนดำที่ฉาบด้วยขาว

 

ผมมิใช่บัณฑิต อันมีจิตสิเหน่หา

ที่จะเป็นนักเทศนา มาเจรจายั่วเย้า

 

จึงตั้งศรัทธาสาทก เรื่องยาจกยากจน

มีตากับยายสองคน ปลูกบ้านอยู่บนเชิงเขา

 

แกเลี้ยงแม่ไก่อู มีลูกอยู่เจ็ดตัว

เช้าก็ออกริมรั้ว จิกกินเม็ดถั่วเม็ดข้าว

 

เวลามีเหยี่ยวเฉี่ยวโฉบ นังแม่ก็โอบปีกอุ้ม

กางสองปีกออกคลุม พาลูกทั้งกลุ่มเข้าเล้า

 

แม่ไก่จะปลอบขวัญลูก เสียงกุ๊กกุ๊กปลุกขวัญ

ลูกตอบเจี๊ยบเจี๊ยบดังลั่น ทั้งทั้งที่ขวัญเขย่า

 

แล้วเขี่ยข้าวออกเผื่อ ต่างคุ้ยเหยื่อออกให้

ลูกไก่แม่ไก่ไร้ทุกข์ ซิไม่มีสุขใดเท่า

 

ถึงคราวจะสิ้นชีวิต เมื่ออาทิตย์อัสดง

ยังมีภิกษุหนึ่งองค์ เดินออกจากตรงชายเขา

 

ธุดงค์เดี่ยวด้นดั้น เห็นสายัณห์สมัย

หยุดกางกรดพลางทันใด หลังบ้านตายายผู้เฒ่า

 

อยากรู้เรื่องต่อก็ต้อง เปิดหน้าสองฟังเอา

*********************

เพลงแหล่ ดาวลูกไก่ 2.
ศิลปิน พร ภิรมย์

พระธุดงค์ลงกลด ตะวันก็หมดแสงส่อง

อาศัยโคมทองจันทรา ที่ลอยขึ้นมายอดเขา

 

ฝ่ายว่าสองยายตา จึงเกิดศรัทธาสงสาร

พระผู้ภิกขาจาร จะขาดอาหารมื้อเช้า

 

อยู่ดงกันดารป่านนี้ หรือก็ไม่มีบ้านอื่น

ข้าวจะกล้ำน้ำจะกลืน จะมีใครยื่นให้เล่า

 

พวกฟักแฟงแตงกวา ของเราก็มาตายหมด

นึกสงสารพระจะอด ทั้งสองกำสรดโศกเศร้า

 

สักครู่หนึ่งตาจึงเอ่ย นี่แน่ะยายเอ๋ยตอนแจ้ง

ต้องเชือดแม่ไก่แล้วแกง ฝ่ายยายไม่แย้งตาเฒ่า

 

ฝ่ายแม่ไก่ได้ยิน น้ำตารินหลั่งไหล

ครั้นจะรีบหนีไป ก็คงต้องตายเปล่าเปล่า

 

อนิจจาแม่ไก่ ยังมีน้ำใจรู้คุณ

ที่ยายตาการุณ คิดแทนคุณเม็ดข้าว

 

น้ำตาไหลเรียกลูก เข้ามาซุกซอกอก

น้ำตาแม่ไก่ไหลตก ในหัวอกปวดร้าว

 

อ้าปากออกบอกลูก แม่ต้องถูกตาเชือด

คอยดูเลือดแม่ไหล พรุ่งนี้ต้องตายจากเจ้า

 

มาเถิดลูกมาซุกอก ให้แม่กกก่อนตาย

แม่ขอกกเป็นครั้งสุดท้าย แม่ต้องตายตอนเช้า

 

อย่าทะเลาะเบาะแว้ง อย่าขัดแย้งเหยียดหยัน

เจ้าจงรู้จักรักกัน อย่าผลุนผลันสะเพร่า

 

เจ้าตัวใหญ่สายสวาท อย่าเกรี้ยวกราดน้องน้อง

จงปกครองดูแล ให้เหมือนดังแม่เลี้ยงเจ้า

 

น่าสงสารแม่ไก่ น้ำตาไหลสอนลูก

เช้าก็ถูกตาเชือด ต้องหลั่งเลือดนองเล้า

 

ส่วนลูกไก่ทั้งเจ็ด เหมือนถูกเด็ดดวงใจ

ต่างพากันโดดเข้ากองไฟ ตายตามแม่ไก่ดังกล่าว

 

ด้วยอานิสงส์อันประเสริฐ ลูกไก่ไปเกิดเป็นดาว

 

*********************

ขออนุญาตนำมาเขียนไว้ ณ ที่นี้ เพื่อเผยแผ่ เกียรติคุณ และโมทนาสาธุ

พระพร ภิรมย์

หมายเลขบันทึก: 412486เขียนเมื่อ 7 ธันวาคม 2010 19:05 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2014 01:23 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

สวัสดีครับคุณ อานนท์ ขอเพลงสวรรค์ชาวนาครับ นึกถึงคันไถในคราน้ำท่วม

เนื้อเพลงสวรรค์บ้านนา ของครูคำรณ สัมบุญณานนท์

รุ่งแสงสุริยา

เสียงไก่ขันมาก้องกังวาน

กาเหว่าครวญเสียงหวาน

แว่วกังวานป่าดงพงไพร

ชีวิตบ้านท้องนา

เช้าตื่นขึ้นมาไล่ควายไป

ในป่าแบกคันไถจุดเหล็กไฟ

สูบยาใบตอง ไถนาไปพลางร้องเพลง

ไม่หวั่นเกรงแดดจะร้อนส่อง

ตกเพลวัดโบสถ์ตีกลอง (ตุ้ม ตุ้ม)

หยุดไถนาพลัน ค่ำแล้วกลับบ้านนา

หาข้าวหาปลาแบ่งกินกัน

นี่แหละคือสวรรค์ ที่ตัวฉันอยู่กันจำเจ (โห่)"

.......................................

เข้าที่นี่ก็ฟังได้เลยไม่ต้องโหลด http://www.oknation.net/blog/nuphong26/2009/11/23/entry1

.......................................

ขอบคุณครับที่ให้ผมได้มีโอกาสค้นหา เพลงเก่าๆให้คนอยากฟัง ได้รับฟัง ด้วยความจริงผมไม่ได้เป็นดีเจ หรือคนคลั่งไคล้เพลง แต่บังเอิญพระ พร ภิรมย์ ท่านมรณะภาพ โดยที่ท่านละทิ้ง เพลงดีๆไว้มากมาย นี่แหละที่เรียกว่า ทรัพย์สมบัติของนอกกาย ท่านเอาไปแต่คุณงามความดี ที่ผู้คนรุ่นหลังๆสรรเสริญท่านโดยที่ท่านไม่ต้องร้องขอ

ผมฟังเพลงที่พร ภิรมย์ขับร้องมาตั้งแต่เด็ก จึงชื่นชอบท่าน สรรเสริญท่าน

เลยเผยแผ่เพลงเด่นของท่านให้ผู้อื่นได้รับรู้อรรถรส

 

ขอท่านพร ภิรมย์ จงสู่สุคติเถิด สาธุ

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี