ช่วงวันหยุดนี้มีโอกาสได้ดูไฟล์ภาพเก่าๆ เห็นภาพที่เล่าเรื่องราวได้ก็อยากจะเก็บบันทึกไว้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าชื่นชม


ภาพแรก   :  ระเบียงอาคาร ป.๔  บริเวณหน้าห้อง ป.๔/๒ 

           

          และที่นี่  บันไดอาคารมี ๓ ขั้น  เด็กๆ นั่งแอ็คชั่นได้เหมาะเหม็ง

เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว มี ๓ ห้อง อายุอานามก็รุ่นปู่-ย่า-ตา-ยายแล้ว (๘๗ ปี) 

           

           ด้วยความเตี้ยของอาคารบวกกับความเก่าแก่ทรุดโทรม  
อาคารหลังนี้จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักงัดแงะทั้งหลาย  
โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมมักจะมีมาเสมอ

           

           ออกแรงงัดยังไงก็ไม่สำเร็จ  ดูกลอนสิมีข้างละคู่  อุตส่าห์ป้องกันแน่นหนา
ขนาดนี้แล้ว ไม่มีเกรงใจกันบ้างเลยนะ เจ้าโจรกระจอกงอกง่อยเอ๋ย  ก็เลยทิ้งร่องรอยไว้ให้ดูต่างหน้า แฮ่ ๆ ๆ

 

          ผ่านฟ้าผ่านฝนไปหลายสมัย  ได้ข่าวว่าอาคารหลังนี้คงจะถูกรื้อ หลังจากที่ถูกลูกเห็บยักษ์กระหน่ำจนหลังคาพรุน  ปีถัดมาก็ถูกพายุซัดอีกจนโซเซ เปียกโซกไปทั้งหลัง  ไม่เหลือแม้สักมุม.............โอ.........คงจะถึงเวลา  ถึงกาลอวสานแล้วกระมัง...... และแว่วๆ ว่า ชั้น ป.๔ จะได้ไปอาศัยศาลาวัดอยู่ชั่วคราว...........อืม.....งั้นเหรอ

 

         และแล้วข่าวดีก็มีมา ปิดเทอมใหญ่ ๒๕๕๓  มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับอาคารเก่าแก่หลังนี้

           

          

          

          อาคารทั้งหลังกำลังถูกยกขึ้น  เค้าเรียกกันว่าดีดอาคาร  มีภาพให้เห็นแต่ด้านข้าง จะถ่ายตรงๆ ทั้งหลังไม่ได้ เพราะมีตึก ๓ ชั้น และชั้นเดียวขวางอยู่เบื้องหน้า

          ไม่นานนักก็ได้อาคารเรียนโฉมใหม่ที่สูงสง่า  สวยงาม มีชื่อเรียกว่า อาคารแสนสิทธิเขต  ชั้นล่างได้ ๒ ห้องใหญ่ด้านหน้า กับ ๒ ห้องเล็กด้านหลัง

          

          

          

          

          บันไดอาคารจาก ๓ ขั้น เป็น ๑๕ ขั้น  ขึ้นลงได้ด้านเดียว เทียบกับอันเก่าแล้วแคบมากๆ  จะนั่งแอ็คชั่นเหมือนเดิมไม่ได้เสียแล้ว  เวลาเลิกเรียนพร้อมๆ กัน การจราจรจะติดขัดชั่วคราว

         

         มองทะลุไปเห็นอาคารนิดเดียวเอง

         

         หลังการปรับปรุงอาคารมีฝุ่นและทรายเกลื่อนกลาด  ต้องใช้น้ำฉีดบ่อยๆ อากาศค่อยบริสุทธิ์ขึ้นบ้าง

 

         การเปลี่ยนแปลงด้านรูปธรรมย่อมมองเห็นได้ชัดเจน จะดีขึ้นหรือเลวลงก็ย่อมตัดสินได้แน่นอน  หากจิตใจนั้นเล่าจักเปลี่ยนแปลงไปฉันใด.......

 

         ความดีและความชั่วที่คนทำ
         จะประกาศตัวต่อโลกธาตุ
         เราทำดีที่ใด ทำชั่วที่ใด
         มันจะประกาศตัวเองให้ได้ยินกระเทือนโลกธาตุ

         ไม่มีประโยชน์ในการพยายามปกปิดความชั่ว
         ความชั่วที่เราทำย่อมล่วงรู้ไปตลอดโลกธาตุ
         ในบัญชีที่เมืองนรกก็จดละเอียดลออทุกขั้นตอน
         ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศอวดอ้างความดี
         ความดีที่เราทำย่อมล่วงรู้ไปตลอดโลกธาตุ
         ในบัญชีที่แดนสวรรค์ก็จดไว้อย่างละเอียดลออทุกขั้นตอน

         ความชั่วไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า
         จงหลีกเลี่ยงการทำชั่วเหมือนหลีกเลี่ยงเสือร้าย
         จงมีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป
         จงทำดีให้มาก
         จงศรัทธาในความดีและบุญกุศล
         จงพยายามละความชั่วทำความดีให้ถึงพร้อม
         จะเกิดมาไม่เสียชาติเกิด

         ( จากหนังสือทิศ๑๑ ของหลวงพ่อชุมพล พลปญฺโญ บทที่ ๒๐๐ หน้า ๒๐๓)